HILIGHT NEWS

เปิดใจผีเสื้อราตรี กับกฎหมายคุมสาวนั่งดริงค์

รับแจ้งเตือนข่าวใหม่ ประเด็นฮิตทางมือถือ ฟรี คลิกที่นี่ <<



'ผีเสื้อราตรี'...แต้มสี เติมฝัน'คาราโอเกะ' (คมชัดลึก)

           เล่นเอาผีเสื้อราตรีและผู้ประกอบการร้านคาราโอเกะใจหายใจคว่ำกันเป็นทิวแถว เมื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการอนุญาตและการประกอบวีดิทัศน์ประเภทคาราโอเกะ ต้องดูแลไม่ให้มีผู้บริการขับร้องเพลงกับลูกค้า หรือให้พนักงานอื่นใดนั่งกับลูกค้าภายในร้าน !?!

           ยิ่งเห็นถ้อยแถลงที่จริงจังของ นพ.ภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาสำทับต่อไปนี้ห้ามมีเด็กนั่งดริงก์ตามโอเกะ หากรายใดฝ่าฝืนจะมีผลต่อการต่อใบอนุญาต พร้อมกับคำพูดทีเล่นทีจริงทว่าชัดถ้อยชัดคำที่ว่า "หลังจากนี้คงไปเที่ยวไม่เร้าใจเหมือนเก่า" เล่นเอานักเที่ยวพากันใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ ส่วนสาวๆ นั่งดริงก์ถึงกับกุมหัวปวดขมับ คิดไม่ตกว่าจะไปประกอบสัมมาอาชีวะอะไรดี

           ท่ามกลางแสงไฟจากหลอดนีออนนวลตา คลุมทับด้วยผ้าสีส่งให้เป็นแสงสีแดงซีดมัวหม่น โต๊ะข้างๆ ยังคงตั้งหน้าตั้งตาร้องเพลงโดยไม่สนใจสรรพสิ่งรอบข้าง มีเด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ่มคอยนั่งให้กำลังใจอยู่ข้างๆ พลางส่งเสียงเชียร์และร้องคลอ ส่วนโต๊ะถัดมา "มิล" หญิงสาววัย 23 ปี หน้าตาพอใช้ได้ทำหน้าฉงนเล็กน้อย เมื่อถูกถามว่าถ้ากฎหมายห้ามไม่ให้มีเด็กนั่งดริงก์แล้วจะไปทำอะไรต่อ เธอคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะตะเบ็งเสียงแข่งกับเสียงอึกทึกในร้านว่า "ไม่รู้"

           มิล เพิ่งเรียนจบจากมหาวิทยาลัยของรัฐแห่งหนึ่งเมื่อ 5 เดือนก่อน ตระเวนสมัครงานฝ่ายบัญชีตามบริษัทต่างๆ หลายแห่ง แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ได้รับการติดต่อกลับ สุดท้ายเมื่อเริ่มไม่มีเงินและได้รับคำแนะนำจากเพื่อน ให้ลองมาทำอาชีพเด็กนั่งดริงก์ในร้านคาราโอเกะ จึงตัดสินใจลองไปสมัครที่ร้านคาราโอเกะย่านลาดพร้าว กรุงเทพฯ โดยเลือกทำเฉพาะวันศุกร์-เสาร์ ช่วยให้มีรายได้เลี้ยงชีวิตระหว่างตกงาน

           "ตลอด 5 เดือนหนูไปสมัครงานมาหลายแห่งนะ แต่ก็ยังไม่มีที่ไหนติดต่อกลับมาเลย ทุกวันนี้ก็เลยอยู่ได้ด้วยอาชีพนี้ ในมุมมองของหนูไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลจะจำกัดไม่ให้มีอาชีพนี้ เพราะที่ผ่านมารัฐบาลไม่ได้ดูแลเราเลย ดูอย่างหนูสิ มีวุฒิปริญญาตรีแท้ๆ ยังหางานทำไม่ได้เลย นับประสาอะไรกับเพื่อนๆ น้องๆ ในร้านอีกหลายคน ที่เขาไม่มีวุฒิแล้วจำเป็นต้องทำอาชีพนี้"

           "พวกเราไม่ได้ขายตัวนะ" โอ๋ เด็กนั่งดริงก์วัยเพิ่งจะผ่าน 20 มาหมาดๆ ทะลุขึ้นกลางปล้อง

           โอ๋ กำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง และมาทำงานนั่งดริงก์หารายได้เลี้ยงตัวเองได้นาน 6 เดือนแล้ว ก่อนหน้าที่มิลจะมาทำงานได้ 1 เดือน เธอบอกว่าพื้นฐานของเด็กนั่งดริงก์ส่วนใหญ่มีปัญหาด้านการเงินเลยเลือกทำอาชีพนี้ ตัวเธอเองฐานะทางบ้านก็ไม่ค่อยดี เมื่อมีโอกาสเข้ามาเรียนต่อในกรุงเทพฯ เลยพยายามหาเงินค่าเล่าเรียนแบ่งเบาภาระครอบครัว

           "มันไม่ได้เสียหายอะไร ทางร้านจะสอนวิธีป้องกันตัวจากลูกค้า เพราะฉะนั้นเรื่องความปลอดภัยหายห่วง ถ้าจะกำหนดขอบเขต หรือจัดระเบียบให้มันถูกต้องก็เห็นด้วย แต่ไม่ใช่มาปิดกั้นไม่ให้มีอาชีพนี้เลย เรามาทำงานเป็นคนชงเหล้า เป็นเพื่อนคุย เพื่อนเล่นกับลูกค้า ที่สำคัญคือเราไม่ได้ขายตัว"

           บรรยากาศในร้านยังอบอวลไปด้วยเสียงเพลง สีสันจากแสงไฟ และรสสัมผัสของเด็กสาวที่คอยพะเน้าพะนอเอาอกเอาใจอยู่ไม่ห่างกาย แม้ในความรู้สึกของแต่ละคนที่ได้รับรู้เรื่องราวอันน่าหดหู่แตกต่างกันไป หากทางการห้ามประกอบอาชีพนี้พวกเธอจะไปทำอะไรต่อ เมื่อหันไปสะกิดไถ่ถามชายหนุ่มโต๊ะถัดไปถึงความรู้สึกหากขาดผีเสื้อราตรีสร้างสีสันเช่นนี้ยังจะมาเที่ยวอีกหรือไม่ เขาเลี่ยงคำถามตอบแบบกลางๆ ว่าอยากให้รัฐบาลทำอะไรที่เป็นประโยชน์มากกว่านี้ เพราะสิ่งที่กำลังทำเป็นการบีบให้คนที่มีทางเลือกน้อยอยู่แล้วพยายามหาทางออกในสิ่งผิดๆ

           "อีกไม่นานเด็กนั่งดริงก์คงไปประกาศขายตัวทางเน็ตแทน"

           อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าจะมีข่าวเช่นนี้ออกมา มีตำรวจท้องที่เข้าไปพูดคุยกับ "เจ๊น้อง" ผู้จัดการร้านคาราโอเกะย่านถนนศรีนครินทร์ ทำนองว่าตำรวจจะเข้มงวดกวดขันไม่ให้มีเด็กนั่งดริงก์มานั่งเรียกลูกค้าหน้าร้านเหมือนอย่างเคย ส่วนหนึ่งเพราะเป็นภาพไม่น่าดูสำหรับสังคมไทย เมื่อกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ออกมากำชับว่าจะปฏิบัติอย่างจริงจัง กระทรวงวัฒนธรรมก็มีประกาศร่างกฎกระทรวงฉบับนี้ออกมา ถึงตอนนี้ข่าวก็ยังคลุมเครืออยู่ว่าข้อบังคับนี้จะครอบคลุมไปถึงไหนและอย่างไร

           "ถ้าจะไม่ให้มีเด็กนั่งดริงก์เลยคงลำบาก ผู้ประกอบการและพนักงานคงออกมาประท้วงกันแน่นอน แต่ถ้าเป็นการกำหนดขอบเขตให้ชัดเจนว่า อย่างนี้ทำได้นะ อย่างนั้นทำไม่ได้นะ เออ ค่อยยังชั่วหน่อย เช่น มีเด็กสาวแต่งตัววาบหวิวมานั่งเรียกลูกค้าหน้าร้าน โบกไม้โบกมือเรียกรถที่ผ่านไปมาบนถนน อย่างนี้เป็นภาพที่ไม่ดีเรายอมรับได้ ตอนแรกเขาก็มาบอกว่าไม่ให้มีอย่างนี้ ไม่ใช่ห้ามไม่ให้มีเด็กนั่งดริงก์เลย"

           เช่นเดียวกับ "กรวิทย์" ผู้ประกอบการร้านคาราโอเกะย่านลาดพร้าว ที่ยืนกรานว่าไม่เห็นด้วยหากรัฐจะไม่ให้มีเด็กนั่งดริงก์ เพราะนั่นหมายถึงจะมีพนักงานอีกหลายพันหลายหมื่นชีวิตต้องตกงาน เขายกตัวอย่างว่าร้านคาราโอเกะขนาดเล็กมีเด็กนั่งดริงก์ราวๆ 10-20 คน ถ้าใหญ่ขึ้นมาหน่อยอาจมีมากถึง 50-100 คน เฉพาะถนนลาดพร้าวเส้นเดียวมีเกือบ 20 ร้าน ไม่รวมอยู่ในตรอกซอกซอยอีกไม่รู้กี่สิบแห่ง ไหนจะต่างจังหวัดอีก ถ้าห้ามกันจริงๆ คงต้องปิดตัวกันหมด ยิ่งสภาพเศรษฐกิจก็ย่ำแย่อยู่แล้ว รัฐบาลยังมาซ้ำเติมคนทำมาหากินอีกอย่างนี้ก็แย่

           "ถึงเราจะขายเครื่องดื่มมึนเมาเราก็เสียภาษีให้รัฐนะ ทำตามกฎหมายทุกอย่าง คนที่มาเที่ยวแบบนี้ได้ต้องมีเงิน เด็กสาวๆ ที่คอยชงเหล้าก็ไม่ได้ขายตัว แค่มาชงเหล้าแล้วก็นั่งคุยเฉยๆ ถ้าจะออกกฎแบบนี้ต้องครอบคลุมไปถึงเลานจ์ด้วย เพราะที่นั่นก็มีเด็กนั่งดริงก์เหมือนกัน ทีร้านอาหารที่เอาเด็กมานั่งล่อลูกค้า รอขายบริการมีให้เห็นแทบทุกจังหวัด ให้เด็กมาดูตัวจ่ายเงินพาขึ้นห้อง ไม่เห็นอยากแก้ไขกัน สงสัยร้านคาราโอเกะคงต้องทำแบบนั้นบ้าง" กรวิทย์ ประชดอย่างมีอารมณ์

           การเด็ดปีกผีเสื้อราตรีมีการหยิบยกขึ้นมาพูดในวงกว้าง ไม่เฉพาะในร้านคาราโอเกะที่พวกเธอทำงานอยู่ แม้แต่ตามเว็บบอร์ดต่างๆ ก็มีการวิพากษ์วิจารณ์กันในวงกว้าง มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่ก่อนที่ความเข้าใจผิดจะขยายวงออกไปไกลกว่านี้ วันที่ 30 กรกฎาคม รมว.วัฒนธรรม "ธีระ สลักเพชร" ก็ออกมาชี้แจงทำความเข้าใจ พร้อมกับยืนยันว่าสถานบริการทุกแห่งยังคงมีสาวนั่งดริงก์ได้

           ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่ต้องการเปิดสถานบริการจำพวกร้านคาราโอเกะ คาเฟ่ สวนอาหาร และร้านอาหารที่มีการเต้น รวมทั้งจำหน่ายเหล้าบุหรี่และมีสาวนั่งดริงก์ ต้องไปขออนุญาตประกอบกิจการประเภท 3(4) กับกระทรวงมหาดไทยตาม พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ. 2509

           ปัจจุบันคาราโอเกะที่มีสาวนั่งดริงก์ทั่วประเทศมีทั้งสิ้น 4,246 แห่ง ส่วนกฎกระทรวงวัฒนธรรม มีอำนาจออกใบอนุญาตเฉพาะร้านคาราโอเกะตามห้างสรรพสินค้า และตู้คาราโอเกะหยอดเหรียญ ต้องไม่มีสาวนั่งดริงก์และห้ามจำหน่ายเหล้า-บุหรี่โดยเด็ดขาด ที่ผ่านมามีร้านคาราโอเกะข้างต้นมาขอใบอนุญาตต่อสำนักพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ณ วันที่ 3 กรกฎาคม 2552 ในเขตกรุงเทพฯ มี 3,000 แห่ง ส่วนภูมิภาคมีทั้งสิ้น 15,000 แห่ง

           ด้วยเหตุนี้ผีเสื้อราตรีจึงยังมีชีวิตโบยบินสร้างสีสันแห่งค่ำคืนต่อไปได้อีกนานเท่าที่พวกเธออยากจะอยู่ทำอาชีพนี้ !?!



ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก



เรื่องอื่นๆ
  1. พบเด็กอินเดีย เลือดออกตา แพทย์เชื่อรักษาได้
  2. เผยวิญญาณ พังกำไล โผล่ออกจากหลุม
  3. พราก 10 ปี พ่อชัยภูมิปั่นจักรยานตามหาลูก
  4. รุกจี้รัฐทวงสิทธิสำรวจอ่าวไทย
  5. เสธ.ทวีป เตรียมสอบ วรพจน์ ถ่ายนู้ด
  6. งาน fhm อั้ม พัชราภา คว้าผู้หญิงเซ็กซี่ fhm 2009
  7. พัชรวาท ฟ้อง ASTV ปูดขวางคดีลอบยิง สนธิ
  8. รัฐยึดช่อง 11 แจงล่าชื่อถวายฎีกา อภัยโทษ ทักษิณ
  9. เขมร ให้สัมปทาน กต.เร่งตรวจ พื้นที่เขตทางทะเล
  10. เสนาลิง ปลื้มได้ลูกสาวเห่อตั้งชื่อ โมลีดา

เรื่องน่าสนใจ