
นิพนธ์ พร้อมพันธุ์
หึ่งไขก๊อก! นิพนธ์ เซ็งตั้ง ผบ.ตร. กล่อมนายกฯ ไม่สำเร็จ อภิสิทธิ์ ยันเสนอชื่อเดียว (ข่าวสด)
อภิสิทธิ์ เตรียมประชุมก.ต.ช.เพื่อ ตั้ง ผบ.ตร. ในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า ยืนกรานเสนอชื่อเดียวให้พิจารณา สั่งคนรู้ข้อมูลบางด้านหยุดพูด คุยรู้ดีข้อมูลทุกด้าน มั่นใจภูมิใจไทยไม่ถอนตัว "มท.จิ้น" ย้ำ ผบ.ตร.คนใหม่ให้ถามเทพเทือกกับนิพนธ์ เผย นิพนธ์ พร้อมพันธุ์ อึดอัดใจนายกฯไม่สนใจข้อมูลพิเศษ ถ้ายังดัน ปทีป เป็น ผบ.ตร. อาจตัดสินใจลาออกจากเลขาฯนายกฯ
เมื่อเวลา 12.15 น. วันที่ 30 สิงหาคม ที่บ้านซอยสวัสดี สุขุมวิท 31 นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคภูมิใจไทยอ้างว่าได้รับสัญญาณจากนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ให้เลือก พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย รองผบ.ตร. เป็นผบ.ตร.คนใหม่ ว่า ตนได้พูดคุยกับนายนิพนธ์อยู่เป็นระยะๆ แต่เรื่องนี้มีข้อมูลอยู่หลายด้านซึ่งตนรับฟังข้อมูลทุกด้าน
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะเรียกประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) สัปดาห์ที่จะถึงนี้หรือไม่
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวว่า คิดว่ายังไม่ทัน น่าจะเป็นอีกสัปดาห์หนึ่ง ไม่อยากให้ช้า แต่คิดว่าจะเป็นสัปดาห์ที่สองถัดจากนี้ น่าจะทัน
เมื่อถามว่ามีอุปสรรคใดทำให้ต้องเลื่อนออกไป
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวว่า ไม่มี พยายามดูกำหนดเวลาต่างๆ ก็ใช้เวลาอีกนิดหนึ่ง และบังเอิญอาทิตย์ที่แล้วคุยกับ ผบ.ตร. เพราะสัปดาห์ที่จะถึงนี้จะทำในส่วนของคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ที่จะพิจารณาเลื่อนระดับต่างๆ อยู่แล้ว
ต่อข้อถามว่ามีอะไรที่จะทำให้นายกฯต้องเปลี่ยนแปลงจุดยืนจากเดิมหรือไม่
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวว่า เรื่องจุดยืนนั้นไม่เปลี่ยน ตนต้องทำเพื่อส่วนรวม เมื่อถามถึงตัวบุคคลที่นายกฯจะเสนอเป็นผบ.ตร. คนใหม่ นาย อภิสิทธิ์กล่าวว่า เดี๋ยวก็ถึงเวลา ตอนนี้ยังมีเวลาอยู่ เพราะ ก.ตร. จะเลือกของเขาวันจันทร์ที่ 31 สิงหาคมนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่าการเสนอผู้เหมาะสมเป็น ผบ.ตร. คนใหม่ 2 ชื่อในที่ประชุม ก.ต.ช. ตามกฎหมายทำได้หรือไม่
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวว่า ตนเห็นว่าตามกฎหมายเสนอชื่อเดียว เพราะถ้อยคำที่ใช้ในกฎหมายนั้นน่าจะเสนอชื่อเดียว และตนต้องทำตามกฎหมาย เมื่อถามว่ามีการบีบนายกฯในเรื่องนี้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่มีบีบ
เมื่อถามว่าจะเสนอชื่อ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ เหมือนเดิมหรือไม่
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวว่า ถึงเวลาก็จะทราบ เอาเป็นว่าตอนนี้ตนรับฟังข้อมูล พูดคุยกับหลายๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และประสานกับ ก.ตร. ที่กำลังดำเนินการ คิดว่าใช้เวลาอีกสักนิด ไม่มีอะไรเสียหาย
"ความจริงได้บอกกันแล้วว่า เวลาคนที่มีข้อมูลบางด้านก็ไม่ควรพูด เพราะข้อมูลทุกด้านมันมาที่ผม" นายกฯ กล่าว
ต่อข้อถามว่ามีการพูดกันถึงเงื่อนไขพิเศษ และพรรคภูมิใจไทยอาจจะถอนตัวจากรัฐบาลหากผบ.ตร.ไม่ได้ชื่อพล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย รองผบ.ตร.
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวว่า เรื่องถอนตัวคงไม่มี เพราะข้อมูลทุกอย่างอยู่ที่ตนอยู่แล้ว
เมื่อถามว่าทำไมครั้งนี้การแต่งตั้ง ผบ.ตร.จึงยากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวว่า ไม่ทราบ ตนไม่ทราบว่าครั้งอื่นๆ ยากหรือไม่ยาก แต่อดีตก็เคยมีปัญหาลักษณะที่ผู้มีอำนาจเสนอเข้าไปและกรรมการไม่เห็นชอบ ก็เคยมีมาแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่าเหมือนกับว่าอำนาจของนายกฯกำลังถูกบั่นทอนโดยคนใกล้ตัว
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวว่า ไม่มี ตอนนี้ทุกคนต่างมีข้อมูลของตัวเอง ตนยังเชื่อว่าทุกคนยังมีความหวังดี เพียงแต่ว่าข้อมูลทุกด้านนั้นอยู่ที่ตนและก็กำลังจัดการอยู่
เมื่อถามว่านายกฯ มีคำตอบกับสังคมใช่หรือไม่
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวว่า มีแน่ ยังไงก็ต้องมี เพราะผมเป็นคนรับผิดชอบ เนื่องจากผมเป็นคนเสนอชื่อ
ด้านนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนปิดงานโอท็อปช็อปช่วยชาติ ที่เมืองทองธานี ว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบวันที่ชัดเจนในการประชุมก.ต.ช. แต่คาดว่าจะเป็นอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนกันยายน
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะหารือนอกรอบกับนายกฯ ก่อนหรือไม่
นายชวรัตน์ กล่าวว่า แล้วแต่นายกฯจะบัญชามา ส่วนทิศทางจะเป็นทิศทางเดียวกันหรือไม่ยังไม่ทราบว่านายกฯมีความเห็นอย่างไร
เมื่อถามว่า การพิจารณาครั้งนี้จะได้ผบ.ตร.คนใหม่หรือไม่
นายชวรัตน์ กล่าวว่า ให้ไปถามนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ และนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกฯ
เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทยยังยืนยันจุดยืนเดิมที่สนับสนุนการเสนอชื่อ พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย ใช่หรือไม่
นายชวรัตน์ กล่าวว่า ไม่เคยบอกว่าสนับสนุน พล.ต.อ.จุมพล เพียงแต่ลงมติไม่เลือกในสิ่งที่นายกฯเสนอมาเท่านั้น เพราะเป็นใครก็ไม่รู้ อย่างที่บอกให้ไปถามนายสุเทพกับนายนิพนธ์ อย่างไรก็ตามคาดว่าภายในสัปดาห์นี้คงได้พูดกับ 2 คนนี้
รายงานข่าวระดับสูงจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า จากปัญหาความคิดเห็นไม่ตรงกันในการเสนอชื่อ ผบ.ตร.คนใหม่ ซึ่งนายอภิสิทธิ์ นายกฯ ยังยืนยันเสนอชื่อพล.ต.อ. ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ แม้ว่าล่าสุดนายนิพนธ์ เลขาธิการนายกฯ ซึ่งเพิ่งเดินทางกลับมาจากประเทศเยอรมันจะรุดเข้าหารือ เพื่อแจ้งข้อมูลพิเศษว่าควรเสนอชื่อพล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย รองผบ.ตร. เป็นผบ.ตร.คนใหม่แล้วก็ตาม แต่นายกฯยังยืน ยันความคิดเดิม สร้างความหนักใจให้กับนายนิพนธ์อย่างมาก โดยเฉพาะกระแสต่อต้านจากสังคม
รายงานข่าวจากคนใกล้ชิดนายนิพนธ์เปิดเผยว่า ขณะนี้นายนิพนธ์อึดอัดใจอย่างมากกับปัญหาที่เกิดขึ้น โดยได้ปรารภกับคนใกล้ชิดว่าไม่ว่าจะอย่างไรการตัดสินใจเสนอชื่อผบ.ตร.คนใหม่ขึ้นอยู่กับนายกฯ แม้ที่ผ่านมาพูดคุยกับนายกฯมาตลอด ซึ่งนายกฯบอกว่าอยากให้การแต่งตั้งผบ.ตร.เสร็จสิ้นในการประชุมก.ต.ช. ครั้งที่ 2 เพราะหากไม่ได้ข้อยุติและยืดเยื้อจนต้องเรียกประชุมก.ต.ช. ครั้งที่ 3 จะเกิดปัญหาใหญ่ขึ้นอย่างแน่นอน
คนใกล้ชิดเลขาธิการนายกฯเปิดเผยด้วยว่า การแต่งตั้งผบ.ตร.คนใหม่มีปัจจัยหลายอย่างที่ต้องคิดให้รอบคอบ แต่นายนิพนธ์อึดอัดใจอย่างมากเพราะมีความเห็นไม่ตรงกับนายกฯ แม้จะพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกันหลายครั้งแล้วก็ตาม โดยนายนิพนธ์ถึงกับบ่นว่าหากมีปัญหาเกิดขึ้นก็พร้อมลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการนายกฯ แต่คงไม่ใช่เร็วๆนี้ เพราะถ้าลาออกตอนนี้จะมีปัญหาต่างๆ ตามมาอีกมากมาย โดยเฉพาะนายกฯเองที่จะเป็นผู้รับผลกระทบโดยตรง
ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า ตนได้ทำหนังสือถึงนายอภิสิทธิ์ นายกฯ เพื่อเปิดภูมิหลังของนายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ เลขานุการส่วนตัวนายกฯ และคนใกล้ชิด เพราะจากที่ปรากฏตามข่าวนายศิริโชคได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการโยกย้ายแต่งตั้งตำรวจ ในลักษณะน่าจะเป็นการฝากเพื่อดำรงตำแหน่งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่แนบนามบัตรและลายเซ็นไปด้วย หากกระทำดังกล่าวจริงย่อมถือได้ว่านายศิริโชคในฐานะส.ส.ได้กระทำการอันมีลักษณะก้าวก่าย แทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ ซึ่งต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา266(2) และนายศิริโชคยังมีพฤติ กรรมกล่าวให้ร้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติและนายตำรวจระดับสูง ว่าซื้อขายตำแหน่งโดยปราศจากหลักฐาน ทำให้สำนักงานตำแห่งชาติเสียหาย รวมทั้งนายกฯก็จะได้รับผลกระทบเสื่อมเสียไปด้วย
นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนายศิริโชคจะมีพฤติกรรมดังกล่าวแล้ว พี่ชายชื่อนายศิริพจน์ โสภา กรรมการบริษัท โอเอ็ม ฟู้ด จำกัด ถูกพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่2091/2550 ให้จำคุก 20 ปี และให้ร่วมกันกับจำเลยอื่นๆ ชดใช้เงินให้แก่ธนาคารกรุงไทย 103 ล้านบาทเศษ ความผิดฐานฉ้อโกง และปลอมเอกสาร กรณีกู้เงิน โดยให้นับโทษต่อคดีของศาลแขวงพระโขนง หมายเลขแดงที่6162/2549 คดีดังกล่าว นายศิริพจน์ ถูกฟ้องร่วมกับจำเลยอื่นว่าโกงเงินธนาคารเอเซีย 695 ล้านบาท ถึงแม้นายศิริโชคมิใช่จำเลยในคดีดังกล่าวก็ตาม แต่การที่นายกฯ จะเลือกบุคคลใดมาเป็นคนใกล้ชิด ไม่ควรพิจารณาเพียงความสนิทสนมส่วนตัว แต่ควรต้องดูภูมิหลังและพฤติกรรมของบุคคลรอบข้างด้วย หากจะให้กระจ่างควรตรวจสอบสัญชาติบิดาของนายศิริโชคด้วยว่าเป็นคนสัญชาติใด ทั้งนี้ตนจะไปยื่นขอให้ตรวจสอบภูมิหลังนายศิริโชคต่อนายกฯในวันที่ 31 สิงหาคม
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก กรุงเทพธุรกิจ





