
เสื้อแดง
ผ่าแผน รปภ. 40 กองร้อย รับมือเสื้อแดง (คมชัดลึก)
ขณะที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ประกาศนัดกลุ่มคนเสื้อแดงให้มาร่วมชุมนุมในวันที่ 19 กันยายนนี้ โดยมีแผนจะไปกดดันอยู่ที่หน้าบ้าน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ด้านรัฐบาลเองก็ตระเตรียมแผนรับมือสถานการณ์ที่อาจจะบานปลายนำไปสู่ความรุนแรง โดยในการประชุมคณะรัฐมนตรี 15 กันยายน จะมีการพูดถึงการนำ พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรมาใช้ควบคุมการชุมนุมครั้งนี้ด้วย
ด้านตำรวจเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รักษาการ ผบ.ตร.) ได้เรียกประชุมตำรวจนครบาล เพื่อกำหนดแผนรับมือและรักษาความปลอดภัยไปเมื่อวันที่ 14 กันยายน โดยกำหนดพื้นที่ดูแลพิเศษ ได้แก่ พระราชวังดุสิต สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งเพิ่งตัดสินชี้มูลความผิดการสลายการชุมนุม 7 ตุลา 51 จนนำมาสู่ความวุ่นวายเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีทำเนียบรัฐบาล กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) และที่ต้องดูแลเป็นพิเศษสุดคือบ้านสี่เสาเทเวศร์ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์
การดูแลรักษาความเรียบร้อยครั้งนี้จะใช้กำลังพลทั้งสิ้น 3,900 นาย หรือ 40 กองร้อย มีการวางกำลังตำรวจปราบปรามจลาจล (ปจ.) ทั้งหมด 21 กองร้อย บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า บ้านสี่เสาเทเวศร์ ทำเนียบรัฐบาล และ บช.น. มี พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ ควบคุม กำกับดูแล พล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร เป็นผู้ช่วยผู้บัญชการเหตุการณ์ พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รับผิดชอบการกำหนดแนวทางภารกิจอำนวยความสะดวกการจราจร พล.ต.ต.อนันต์ ศรีหิรัญ รับผิดชอบการตั้งจุดตรวจค้น พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รับผิดชอบงานสืบสวน พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รับผิดชอบงานสอบสวน ส่วน พล.ต.ต.เอกรัตน์ มีปรีชา รับผิดชอบ รปภ.โดยรอบพื้นที่พระราชฐานสวนจิตรลดา
สำหรับพื้นที่สำคัญอย่างบ้านพักประธานองคมนตรี เป้าหมายหลักของคนเสื้อแดง แผนการรักษาความปลอดภัยถูกแบ่งออกเป็น 3 พื้นที่ คือ พื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด คือห้ามเข้าไปเด็ดขาด ได้แก่ ภายในบริเวณบ้านพักและสโมสรกองทัพบก พื้นที่หวงห้ามเฉพาะ สามารถเข้าได้เฉพาะคนที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ตั้งแต่แยกวังแดงถึงถนนอู่ทองนอกทั้งสาย ซอยสามเสน 12 ทั้งสาย และพื้นที่ควบคุม ตั้งแต่ถนนนครราชสีมา แยกประชาเกษม ไปจนถึงแยกซังฮี้ มีการใช้กำลังตำรวจทั้งสิ้น 7 กองร้อย หรือจะพูดง่ายๆ คือบริเวณข้างต้นห้ามผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปโดยเด็ดขาด
นายตำรวจระดับสูงที่เกี่ยวข้องกับการดูแลรักษาความเรียบร้อยการชุมนุมตามแผนกรกฎ 52 บอกว่า เป็นภารกิจที่เน้นรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยบ้านพักและประธานองคมนตรี หากผู้ชุมนุมเดินทางมาโดยไม่สนใจกฎหมายหรือกติกาบ้านเมือง วิธีปฏิบัติจะใช้การเจรจาประชาสัมพันธ์ชี้แจงให้ผู้ชุมนุมได้ทราบถึงขั้นตอนปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ดีตามการข่าวที่ได้มา เจ้าหน้าที่ได้วางแนวกีดขวางไว้บริเวณช่องคู่ขนานหน้าบ้านพักประธานองคมนตรี ตั้งแต่แยกสี่เสาเทเวศร์ถึงประตูทางเข้าสโมสรกองทัพบก พร้อมกำหนดเส้นทางเข้าออก เส้นทางฉุกเฉิน และวางกำลังตำรวจ ปจ.ไว้ทุกด้าน ป้องกันการแทรกซึมบุกรุมเข้าไปในบ้านสี่เสาเทเวศร์
นอกจากแผนรักษาความปลอดภัยบ้านประธานองคมนตรีแล้ว เจ้าหน้าที่ยังมีการประเมินสถานการณ์และพิจารณากรณีการชุมนุมยืดเยื้อออกไป จะมีการกำหนดจุดรวมพลของกำลังตำรวจ ปจ. ขณะเดียวกันก็มีแผนกรณีผู้ชุมนุมใช้ถนนพิษณุโลกและถนนราชดำเนินนอกจัดกิจกรรม จะแบ่งกำลังตำรวจ ปจ.ไปควบคุมดูแลทุกจุด แต่ภารกิจสำคัญที่เป็นมาตรการเด็ดขาด กรณีกลุ่มผู้ชุมนุมมีแนวโน้มบุกรุกเข้าไปในทำเนียบรัฐบาล หรือเข้าพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด หรือพื้นที่ควบคุม จะวางมาตรการให้ตำรวจสันติบาล เพิ่มความเข้มการรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ อาคาร และสถานที่สำคัญ ตรวจสอบคัดกรองบุคคลและพาหนะเข้าออกประตูทำเนียบทุกจุด
พร้อมกันนี้ได้สั่งการให้ตำรวจจราจร บก.จร.150 นาย สนับสนุนการปฏิบัติในแต่ละจุด กรณีเกิดการปะทะหรือผลักดัน สั่งการให้ตำรวจ ปจ.หญิง ตชด. 90 คน และตำรวจหญิงจากสันติบาล 60 คน สนับสนุนภารกิจภายในทำเนียบรัฐบาล กรณีตรวจค้น หรือควบคุมตัวผู้ชุมนุมที่เป็นผู้หญิง
สุดท้ายจะมีการตั้งแนวกีดขวางทั้งแบบถาวรและชั่วคราว ชุดเจรจาต่อรอง โดยรอบแนวรั้วทำเนียบรัฐบาล โดยใช้กำลัง ปจ.ทั้งตำรวจและทหารรับผิดชอบเพิ่มความแข็งแรงของแนวป้องกันตลอดระยะแนวรั้วด้านในทำเนียบรัฐบาล ป้องกันไม่ให้ผู้ชุมนุมปีนรั้วเข้ามาโดยเด็ดขาด หากฝ่าฝืนให้ควบคุมตัวไปยังจุดตรวจพิสูจน์บุคคลและควบคุมที่กำหนดไว้ และเมื่อมีเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้บุกรุกได้ ให้เจ้าหน้าที่เข้ามาเสริมแนวรั้วทดแทนทันที
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก![]()





