

เตือนเด็ก-ผู้สูงอายุรักษาสุขภาพป้องกันโรคในฤดูหนาว
นพ.มงคล ณ สงขลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าววานนี้ (12 พ.ย.) ว่า ขณะนี้เข้าสู่ช่วงฤดูหนาว อากาศเริ่มเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะทางภาคเหนือและภาคอีสาน ร่างกายอาจปรับสภาพไม่ทันนำมาซึ่งโรคต่างๆ ได้ ซึ่งโรคในฤดูหนาวมักจะเกิดขึ้นกับเด็ก โดยเป็นเชื้อไวรัสที่ชอบอากาศเย็น ได้แก่ ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ โรคปอดบวม โรคหัด หัดเยอรมัน โรคสุกใส และโรคอุจจาระร่วง
ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันโรคดังกล่าว จึงขอเตือนให้ประชาชนดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ โดยเฉพาะเด็กเล็กและผู้สูงอายุ เนื่องจากมีภูมิต้านทานโรคต่ำ ทั้งนี้ จากการตรวจเยี่ยมที่โรงพยาบาลปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน พบว่าช่วงนี้มีเด็กชาวเขาป่วยเป็นไข้หวัดเข้ารักษาวันละกว่า 20 ราย ส่วนใหญ่อายุต่ำกว่า 5 ขวบ
ด้าน พญ.วลัยรัตน์ ไชยฟู ผู้อำนวยการโรงพยาบาลปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า อำเภอปางมะผ้าอยู่บนภูเขาสูง สภาพความเป็นอยู่ของชาวเขา หากอากาศหนาวเย็นมากจะก่อกองไฟไว้บนบ้านเพื่อให้ความอบอุ่น ทำให้อากาศถ่ายเทไม่สะดวก การสูดดมควันไฟอาจเป็นปัจจัยหนึ่งทำให้เป็นหวัดมากขึ้น และอาจป่วยเป็นโรคปอดบวมได้ ในปีที่ผ่านมาอำเภอปางมะผ้ามีเด็กป่วยเป็นโรคปอดบวมเดือนละ 10 คน ติดอันดับต้นๆ ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลปางมะผ้า กล่าวอีกว่า ขอแนะนำให้ชาวบ้านดูแลสุขภาพลูกหลาน หากพบว่าเด็กเริ่มเป็นหวัด ให้เด็กพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผัก ผลไม้ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่เพียงพอ ใส่เสื้อผ้ารักษาร่างกายให้อบอุ่น ที่สำคัญพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้เด็กเล็กสูดดมควันไฟ และใช้ผ้าห่มหนา ๆ หลายชั้นห่มนอนเวลากลางคืน เนื่องจากหากไม่มีการระวังรักษาร่างกายให้ดีช่วงเป็นหวัด อาจมีอาการติดเชื้ออื่นแทรกซ้อนเกิดขึ้น และจะเป็นอันตรายมาก เช่น ภาวะหลอดลมอักเสบ ปอดบวม หรือไข้หวัดใหญ่ นอกจากนี้ ในกลุ่มชาวเขาที่เป็นผู้ใหญ่ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออาทิตย์ละ 3 วัน วันละ 30 นาที
พญ.วลัยรัตน์ กล่าวด้วยว่า ปีนี้ได้ให้บริการรักษาโรคผู้ป่วยนอก 5 อันดับแรก ได้แก่ ไข้หวัด 1,496 ราย โรคแผลในกระเพาะอาหาร 844 ราย อุจจาระร่วง 774 ราย โรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ 801 ราย และโรคความดันโลหิตสูง 346 ราย
ส่วนผู้ป่วยใน พบโรคปอดบวมมากเป็นอันดับ 1 จำนวน 210 ราย ทั้งนี้ ได้จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขอำเภอปางมะผ้าออกให้บริการตรวจรักษาพยาบาลและส่งเสริมสุขภาพในหมู่บ้านหมุนเวียนทุก 2 เดือน
ข้อมูลจาก
|
|