สภาโหวตผ่านวาระ 3 ร่าง พ.ร.บ. คตง.

สภา


สภาโหวตผ่านวาระ 3 ร่าง พ.ร.บ. คตง. (คมชัดลึก)

          วันที่ 7 ตุลาคม ได้มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมี นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม ซึ่งเป็นการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ........ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้วในวาระ 2 และ 3 ซึ่งร่างกฎหมายดังกล่าว มีจำนวน 116 มาตรา โดยที่ประชุมพิจารณาวาระที่ 2 พิจารณารายมาตรา มาแล้วสองครั้ง ในการประชุมวันที่ 23 กันยายน และ 30 กันยายน และค้างการพิจารณาในมาตรา 99

          โดยในการพิจารณามาตราที่เหลือ มีส่วนที่น่าสนใจได้แก่ มาตรา 99 ที่ให้อำนาจ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ คตง. ฟ้องอาญาศาลที่เกี่ยวข้องเอง กรณีที่คณะกรรมการร่วมกันระหว่าง คตง. และอัยการสูงสุด ไม่ได้ข้อยุติเกี่ยวกับการดำเนินการฟ้องร้อง และให้สำนวนการสืบสวนของ คตง. เป็นสำนวนการสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

          ปรากฎว่า ส.ส.จากซีกฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทย หลายคน อาทิ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย ลุกอภิปรายคัดค้านโดยเห็นว่า เป็นการให้อำนาจ คตง. เทียบเท่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ซึ่งเลยจากที่รัฐธรรมนูญมาตรา 253 กำหนดให้อำนาจไว้ คือให้คำปรึกษา แนะนำ และเสนอแนะ ให้มีการแก้ไขข้อบกพร่องในการตรวจเงินแผ่นดิน มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการวินัยการเงินและการคลัง ให้ ผู้ว่าคตง. มีอำนาจเพียงการตรวจเงินแผ่นดินที่เป็นอิสาระและเป็นกลางจะทำให้ คตง. และผู้ว่าการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มีอำนาจล้นฟ้า จึงขอให้กรรมาธิการถอนร่างออกไปปรับปรุงก่อนไม่ให้มีอำนาจเกินรัฐธรรมนูญกำหนด ถ้าหากร่างนี้ผ่านสภาจะดำเนินการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความอย่างแน่นอน

          นายประเกียรติ นาสิมมา ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย เห็นว่า ในมาตรา 99 ของร่างฉบับนี้ ยังขัดต่อรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน ที่ให้อำนาจ คตง.เพียงตรวจเงินแผ่นดินที่เป็นอิสระและเป็นกลาง ซึ่งอำนาจที่เพิ่ม ยังเป็นการก้าวก่าย อำนาจกระบวนการยุติธรรมและศาล ซึ่งไม่เป็นกลาง พร้อมเสนอให้เอามาตรา 99 ออกจากร่างฉบับนี้

          ขณะที่ ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย เห็นว่า ถ้ากฎหมายนี้ผ่านจะเป็นอำนาจที่สี่ เป็นอำนาจที่ล้นเหลือจะใหญ่กว่าศาล ถ้าไม่เรียกอำนาจที่สี่ จะเรียกอำนาจอะไร

          ส่วนส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายสนับสนุนโดยเห็นว่า จะทำให้ประสิทธิภาพการตรวจสอบการเบิกจ่ายงบประมาณดีขึ้น ไม่ล่าช้า เพราะขณะนี้คดีทั้งหลายไปอยู่ที่ป.ป.ช.ทั้งหมด ซึ่งมีคดีค้างอยู่เป็นจำนวนมาก

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากอภิปรายนานกว่า 2 ชั่วโมง ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยตามร่างของกรรมาธิการ ด้วยคะแนน 243 ต่อ 135 งด 2 ไม่ลงคะแนน 2 เสียง

          ส่วนบทเฉพาะกาลมาตรา 111 ว่าด้วยการยกเว้นมิให้นำบทบัญญัติในเรื่องการห้าม กรรมการ คตง.เพียงวาระเดียวมาใช้บังคับกับ กรรมการ คตง.ที่ได้รับการสรรหาครั้งแรกซึ่งดำรงตำแหน่ง 3 ปีตามรัฐธรรมนูญปี 2540 ปรากฎว่าได้มี ส.ส.ฝ่ายค้านส่วนใหญ่ต่างอภิปรายคัดค้านอย่างหลากหลายกว่า 1 ชั่วโมง โดยเห็นว่า รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ชัดว่า ห้ามดำรงคำแหน่งเกิน 1 สมัย มาตราดังกล่าวจึงขัดรัฐธรรมนูญชัดเจน และเป็นการตรากฎหมายเพื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่ทางกรรมาธิการไม่ได้ลุกขึ้นชี้แจง

          ทำให้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภา คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม กล่าวสรุปว่า ร่างกฎหมายยังต้องเข้าไปที่วุฒิสภา หากมีการแก้ไขก็ต้องกลับมาที่สภาอีกรอบหนึ่ง รวมถึงเมื่อผ่านสภาแล้ว ก็ยังต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา141 บัญญัติ

          นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย ไม่ยอม โดยขอให้ประธานกรรมาธิการชี้แจง ทำให้ นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ประธานกรรมาธิการ ลุกขึ้นชี้แจงว่า กรรมาธิการไม่มีอำนาจชี้ได้ว่า ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ จึงทำให้นายวรัจน์ กล่าวว่า กรรมาธิการก็ไม่แน่ใจใช่หรือไม่ ขอให้ยืนยันมา เพราะหากสภาลงมติเห็นชอบ อาจทำผิดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 270

          ขณะที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เมื่อฝ่ายค้านเห็นว่าขัด แต่ที่ผ่านมาทำไม ไม่ทำหน้าที่ แต่กลับปล่อยผ่านโดยไม่มีการแปรญัตติ ทำให้นายสามารถ พยายามไกล่เกลี่ย และสั่งลงมติปรากฏว่า ที่ประชุมเห็นชอบ มาตรา 111 ตามร่างของกรรมาธิการ ด้วยคะแนน 244 ต่อ 118 งด 3 ไม่ลงคะแนน 2 เสียง จากนั้นจึงพิจารณาจบจบมาตรา 116

          และในที่สุดที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบในวาระ 3 ด้วยคะแนน 248 ต่อ 131 งด 1 ไม่ลงคะแนน1เสียง ซึ่งหลังจากนี้ ร่างกฎหมายดังกล่าวจะเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภาต่อไป

          จากนั้นนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ได้เสนอขอเลื่อนเรื่องด่วนกรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ พ.ศ.ขึ้นมาพิจารณา แต่ปรากฏว่าส.ส.จากฝ่ายค้าน อาทิ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญากุล ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทยและนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ต่างไม่เห็นด้วย และเห็นว่าควรชะลอการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวออกไปก่อน

          โดยนายสุรพงษ์ อภิปรายว่า หากจะมีการพิจารณาเรื่องนี้ อยากให้รัฐบาลเตรียมความพร้อมในการมาตอบก่อน รวมถึงควรจะมีการถ่ายทอดสดเรื่องนี้เพราะถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลจะไปกู้เงินถึง 400,000 ล้านบาท นอกจากนี้มีข่าวว่าในงบไทยเข้มแข็งมีการโกงกินกันในกระทรวงสาธารณสุข จึงอยากให้รัฐบาลทำเรื่องนี้ให้โปร่งใสและรับประกันว่าจะไม่มีการทุจริตเกิดขึ้น

          นายวรวัจน์ อภิปรายว่าขอให้รัฐบาลเคลียร์ภาพก่อนได้ไหมว่าไม่มีการทุจริต ยังมีข่าวกระทรวงศึกษาธิการ หน่วยงานอื่น ๆ โผล่มาอีก วันนี้ชะลอไว้ก่อนดีไหม ใช้เงิน 400,000 ล้านก้อนแรกไปก่อน แล้วรัฐบาลก็ต้องแสดงให้เห็นว่าไม่มีการทุจริตเกิดขึ้น

          นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ชี้แจงว่า ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวได้มีการผ่านสภาฯ ไปแล้ว ซึ่งการพิจารณาครั้งนี้แค่เป็นการพิจารณากรณีที่วุฒิสภาได้แก้ไข และได้กลับมายังสภาฯเพื่อให้สภาพิจารณาว่าเห็นชอบตามที่วุฒิสภาได้แก้ไขหรือไม่ หากไม่เห็นด้วยจะได้ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันของรัฐสภา เพื่อร่วมกันปรับปรุงแก้ไข ซึ่งร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวถือว่าเป็นกฎหมายที่สำคัญที่รัฐบาลต้องการเงินมาเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ

          นายวิทยา แก้วภารดัย รมว.สาธารณสุข ชี้แจงว่า ยังไม่มีการใช้เงินกู้แม้แต่บาทเดียว และเรื่องนี้ก็ยังไม่ใช่การทุจริต ไม่เหมือนกับเรื่องรถพยาบาลและขณะนี้กำลังตั้งคณะกรรมการตรวจสอบอยู่และเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องการทุจริตเครือญาติของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

          อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมเห็นด้วยที่จะให้เลื่อนร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวขึ้นมาพิจารณาด้วยเสียง 238 ต่อ 79 เสียง จากนั้นประธานได้สั่งปิดประชุมเมื่อเวลา 18.15 น.


ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ไทยรัฐ


เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
สภาโหวตผ่านวาระ 3 ร่าง พ.ร.บ. คตง. อัปเดตล่าสุด 8 ตุลาคม 2552 เวลา 18:39:40 2,523 อ่าน
TOP
x close