ชาวกะเหรี่ยงปีติ พ่อหลวง อยากมา ศิริราช





ชาวกะเหรี่ยงปีติ พ่อหลวง อยากมา"ศิริราช" (ข่าวสด)           

          พสกนิกรยกครอบครัวลงนามถวายพระพรในหลวง พร้อมชื่นชมพระบรมฉายาลักษณ์ที่เสด็จลงจากห้องประทับรักษาพระวรกาย ซึ่ง ร.พ.ศิริราช ทำเป็นบอร์ดอยู่ภายในศาลาศิริราช 100 ปี ประชาชนนอกจากชื่นชมพระบารมีแล้วยังถ่ายภาพเก็บไว้อีกด้วย ขณะที่ผู้นำหลายประเทศที่มาร่วมประชุมอาเซียน ดีใจที่เห็นในหลวงพระพลานามัยแข็งแรงปรากฏพระวรกายผ่านสื่อมวลชน จนท.ศาลารวมใจ จ.เชียงใหม่ ซึ่งส่งจ.ม.ชาวกะเหรี่ยงแสดงความห่วงใย และปลาบปลื้มอย่างมากเมื่อทราบว่าพระราชินี ทรงอ่านจดหมายให้ในหลวง ด้าน ผญบ.ให้ชาวกะเหรี่ยงทุกคนร่วมลงนามถวายพระพรด้วย เผยหลังเห็นภาพพระองค์ท่านมีพระพลานามัยสมบูรณ์ดีใจจนร้องไห้ เพราะพ่อหลวงมีบุญคุณต่อชาวกะเหรี่ยงอย่างหาที่สุดมิได้

          เมื่อวันที่ 25 ต.ค. ที่ศาลาศิริราช 100 ปี ร.พ.ศิริราช นับเป็นวันที่ 36 ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯประทับรักษาพระวรกายที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้นที่ 16 ร.พ.ศิริราช ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา ตลอดทั้งวันมีประชาชนจำนวนมากมาลงนามถวายพระพร ให้ทรงหายจากพระอาการประชวร ส่วนใหญ่จะพากันมาทั้งครอบครัวเนื่องจากเป็นวันหยุดราชการ และอยู่ในช่วงปิดภาคเรียน

          บรรยากาศในช่วงเช้า มีคณะนักเรียนจากโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ วัดบางเสาธง 42 คน นำพระพุทธรูปหลวงพ่อโสธรมาถวาย ชมรมทูบีนัมเบอร์วัน โรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จ.เพชรบุรี นายสาม เซี่ยงจ๊ง อายุ 82 ปี ชาวบ้านโป่ง จ.ราชบุรี พ่อตัวอย่างแห่งชาติ ปี 2547 นำพระพุทธรูปพระศรีศากยมุนีมาถวาย นายศักดิ์อุดร ก้อนทอง รองประธานสหพันธ์เยาวชนแห่งประเทศไทย นำนักศึกษาชมรมคุณธรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง จำนวน 40 คน มาลงนามถวายพระพร หลังจากสอบเสร็จ

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ประชาชนลงนามถวายพระพรเสร็จเรียบร้อย จะเดินไปยังบอร์ดที่สำนักพระราชวังได้นำภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งที่พระองค์ได้ปฏิบัติพระราชกิจ ติดตั้งอยู่ภายในศาลาศิริราช 100 ปี จำนวน 6 ภาพ โดยส่วนใหญ่จะนำกล้องและมือถือมาถ่ายรูป เพื่อนำไปชื่นชมบารมี

          น.ส.นฤมล ชูแก้ว ชาวกรุงเทพฯ วัย 28 ปี ได้หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กล่าวว่า วันนี้ตั้งใจมาลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยได้เห็นพระพักตร์พระองค์ จากการเสด็จลงมาปฏิบัติพระราชกิจทางโทรทัศน์ รู้สึกตื้นตันใจเป็นอย่างมาก และคิดว่าประชาชนคนอื่นๆ ก็คิดเช่นกัน ขอให้พระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวร เป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยตลอดไป โดยวันนี้ได้ถ่ายภาพที่บอร์ดลงมือถือ เพื่อเก็บไว้ให้แม่และย่าที่รออยู่ที่บ้านได้ชื่นชมพระบารมีเช่นกัน 

          ในส่วนของลานพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก มีประชาชนจำนวนมากนำธูปเทียน และพวงมาลัย มากราบไหว้ขอพรให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว รวมถึงบริเวณหน้าอาคารเฉลิมพระเกียรติ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับรักษาพระวรกาย มีประชาชนปูเสื่อนั่งเฝ้า

          ในช่วงบ่ายท้องฟ้ามืดครึ้มและมีฝนตก แต่ประชาชนยังเข้ามาลงนามถวายพระพรอย่างต่อเนื่อง โดยมีคณะบุคคล อาทิ สมาคมแพทย์มุสลิม จำนวน 8 คน นำโดย น.พ.มนัส วงศ์เสงี่ยม นายกสมาคม สมาคมชาวนครนายก และหมู่บ้านรวมเกื้อ เขตทวีวัฒนา โดยผู้นำชุมชน ได้นำเด็กและผู้ใหญ่กว่า 30 คน จากโครงการพาเด็กเข้าวัด มาร่วมลงนามถวายพระพร หลังจากทำกิจกรรมพุทธศาสนาวันอาทิตย์

          ผู้สื่อข่าวรายงานจากโรงแรมดุสิตธานี หัวหิน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวระหว่างแถลงในพิธีปิดการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 15 และการประชุมที่เกี่ยวข้องในตอนหนึ่งด้วยว่า "ผมขอแสดงความซาบซึ้งอย่างยิ่งยวดของประชาชนชาวไทย แด่สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไน ดารุสซาลาม และผู้นำอีก 14 ประเทศ ที่ได้ลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้มีพระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์และหายจากพระอาการประชวร"

          นายเควิน รัดด์ นายกรัฐมนตรีประเทศออสเตรเลีย ร่วมกล่าวถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และยินดีที่เห็นพระองค์ปรากฏพระวรกายผ่านสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 23 ต.ค. ที่ผ่านมา ด้วยพระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ อย่างไรก็ตามพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่ได้แต่เพียงทรงเป็นขวัญใจของชุมชนคนไทยในออสเตรเลียเท่านั้น แต่ยังคงเป็นที่เคารพต่อประชาชนชาวออสเตรเลียด้วยเช่นกัน

          นอกจากนี้นายอภิสิทธิ์ยังได้พบปะหารือทวิภาคีกับนายจอห์น คีย์ นายกรัฐมนตรีประเทศนิวซีแลนด์ด้วย ซึ่งนายกฯนิวซีแลนด์แสดงความยินดีที่ทราบว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระพลานามัยที่แข็งแรง

          นางวราภรณ์ ธรรมสามิสร อายุ 50 ปี อยู่บ้านเด่น ต.บ้านจันทร์ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ กล่าวว่าจากที่ตนในฐานะตัวแทนชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง เขียนจดหมายถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทราบข่าวว่าพระองค์ท่านทรงปลาบปลื้มที่พวกเราชาวกะเหรี่ยงห่วงใยพระองค์ท่าน เป็นเพราะว่าชาวบ้านเผ่ากะเหรี่ยงที่นี่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระราชินีโดยหาที่เปรียบมิได้ ทุกวันนี้ตนได้รับมอบหมายให้มาดูแลชาวบ้าน

          นางวราภรณ์ หรือชาวกะเหรี่ยงเรียกว่า"พี่แปทู"ที่แปลว่า"ทอง"บอกเล่าให้ฟังถึงแรงบันดาลใจ ที่เขียนจดหมายถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า ทุกวันที่มาทำงานที่ศาลารวมใจที่บ้านจันทร์ ตั้งอยู่หน้าบริเวณวัดจันทร์ ซึ่งศาลารวมใจนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระราชินี และสมเด็จพระเทพฯพร้อมเจ้าฟ้าหญิงองค์เล็ก ท่านเสด็จฯ มาที่บ้านวัดจันทร์ครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 ก.พ. 2522 ทรงเป็นห่วงชาวบ้านที่นี่เนื่องจากอยู่ห่างไกลความเจริญ ขาดยารักษาโรค จึงสร้างศาลารวมใจเพื่อให้เป็นที่แจกยาชาวบ้านและเป็นห้องสมุดในการศึกษาเรียนรู้เรื่องการปลูกพืชในโครงการหลวงด้วย

          ศาลารวมใจก็มีเจ้าหน้าที่มาทำงาน 4 คน ซึ่งชาวบ้านจะสอบถามถึงอาการประชวรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หลายคนทั้งเด็กๆ และผู้ใหญ่มานั่งคิดดูว่าเราเองในฐานะเป็นคนของในหลวง เป็นคนของพระราชินี ที่เราทั้ง 4 คนทำงานรับเงินเดือนของพระองค์ท่าน เพราะเป็นโครงการที่สร้างขึ้นโดยทรัพย์ส่วนพระองค์ของพระราชินี จึงคิดว่าเราควรจะเขียนจดหมายให้พระองค์ท่านทราบว่า ชาวกะเหรี่ยงที่บ้านวัดจันทร์แห่งนี้ทุกคนเป็นห่วงพระองค์ท่าน ต้องการให้อาการประชวรของพระองค์ท่านหายเร็วๆ

          "เริ่มต้นเขียนจดหมายโดยเอาข้อความ และความคิดจากชาวบ้านที่มาคอยถามด้วยความห่วงใยนำมาเรียงร้อยถ้อยคำใหม่ เขียนเป็นจดหมายถึงในหลวง จากที่ก่อนนั้นก็คิดว่าจะให้ชาวบ้านเขียนจดหมายถึงในหลวง โดยใครจะเขียนก็เขียนมาแล้วรวบรวมส่งไปให้ในหลวงท่านได้อ่าน แต่ชาวบ้านบางคนเขียนจดหมายไม่เป็น บางคนไม่ได้เรียนหนังสือ จึงอาสาเป็นตัวแทนชาวบ้านเขียนจดหมายเองแล้วส่งไป" นางวราภรณ์ กล่าวและว่า ทราบข่าวว่าพระราชินีทรงอ่านให้ในหลวงท่านแล้วพระองค์ท่านปลาบปลื้ม พวกเราก็ซาบซึ้งใจ ดีใจจนไม่รู้จะบรรยายอย่างไร และพอเห็นข่าวในหนังสือ พิมพ์ข่าวสด เห็นพระองค์ท่านออกมาพบประชาชนก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าพระองค์ท่านจะหายประชวรในเร็วๆนี้ 

          นางวราภรณ์ กล่าวอีกว่า พ่อองค์เดียวพระองค์นี้ หาไม่มีอีกแล้ว ประเทศไทยเราดียิ่งที่มีพระเจ้าอยู่หัวของเรา เมื่อก่อนบ้านวัดจันทร์แห่งนี้ไม่เจริญเลย ถนนหนทางเข้าหมู่บ้านไม่สะดวก จนเมื่อในหลวงและพระราชินีพร้อมกับสมเด็จพระเทพฯ และเจ้าฟ้าหญิงองค์เล็กเสด็จฯมา แล้วให้กำลังทหารค่ายกาวิละ จ.เชียงใหม่ สร้างศาลารวมใจให้เสร็จสิ้นใน 7 วัน จากนั้นพระองค์ท่านเสด็จฯมาเปิดอาคารศาลารวมใจ ต่อมาก็มีการจัดสร้างธนาคารข้าว ให้ชาวบ้านยืม โครงการต่างๆ ได้ทำต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันนี้

          "ตอนนี้แบ่งเป็นสาขาธนาคารข้าวหลายๆ สาขาแล้ว ยังมีธนาคารวัว ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ทอผ้า ซึ่งผ้าทอได้ส่งในวังด้วยเข้าโครงการศิลปาชีพ และให้สร้างอ่างเก็บน้ำ ทำคลองชลประทานให้ชาวบ้านมีน้ำประกอบอาชีพทางการเกษตร หลังจากที่ในหลวงท่านเสด็จฯมาคราวนั้น ทุกปีพระองค์ท่านและพระราชินีก็เสด็จฯติดต่อกันมาอีก ซึ่งทุกครั้งที่เสด็จฯมาก็นำยารักษาโรคมาแจกจ่ายเสมอมา ต่อมาชีวิตของชาวบ้านก็ดีขึ้นทั้งเรื่องการทำมาหากิน การคมนาคม ได้ส่งชาวบ้านไปอบรมโครงการต่างๆ อบรมหมอชาวบ้าน, ส่งไปอบรมโครงการหลวง แล้วนำความรู้มาปฏิบัติในหมู่บ้านสร้างอาชีพนำความเจริญเข้ามาจนถึงปัจจุบันชาวบ้านไม่ลืมพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงท่านเลย เพราะในหลวงท่านทรงทราบปัญหาของชาวเขากะเหรี่ยงอย่างดี จนครั้งสุดท้ายในหลวงท่านพร้อมพระราชินีและสมเด็จพระเทพฯเสด็จฯมาวันที่ 17 มี.ค.2527 

          "ดิฉันและชาวกะเหรี่ยงบ้านจันทร์ มีความประสงค์ที่จะไปเยี่ยมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่เนื่องจากขาดงบประมาณและผู้นำทาง จึงไม่สามารถที่จะเดินทางไปได้ อย่างไรก็ตามในฐานะที่เป็นหมอหมู่บ้านซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากในหลวง ขอกล่าวปฏิญาณ ว่า ข้าพเจ้าจะทำตัวให้สมกับที่ได้รับพระราชทานพระมหา กรุณาธิคุณ จะไม่คำนึงถึงประโยชน์ส่วนตัวแต่อย่างใด"นางวราภรณ์ กล่าว

          ด้านนางมะลิวัลย์ จันทเลิศ อายุ 42 ปี กล่าวว่าอ่านหนังสือพิมพ์"ข่าวสด"เห็นภาพในหลวงท่านออกมาพบชาวบ้านแล้วอดที่กลั้นน้ำตาไม่ได้ เพราะเป็นห่วงพระองค์ท่าน แต่เห็นภาพข่าวที่พระองค์ท่านออกมาพบประชาชนก็ดีใจและเชื่อว่าพระองค์ท่านจะหายจากประชวรในเร็ว ๆ นี้

          นายเฉลิมชัย พิริยะวรคุณ ผู้ใหญ่บ้านวัดจันทร์ กล่าวว่า เมื่อก่อนบ้านวัดจันทร์มีเพียง 50 ครอบครัว มีแต่ชาวกะเหรี่ยงบ้านวัดจันทร์ แต่ปัจจุปัน มี 3 ตำบล รวม 21 หมู่บ้าน ชาวบ้านมีประชากรรวม 680 คน ล่าสุดทางอำเภอให้ทุกคนลงนามถวายพระพร ทางหมู่บ้านกำลังรวบรวมรายชื่ออยู่ จากที่ชาวบ้านหลายคนก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอยากที่จะเดินทางไป ร.พ.ศิริราช ที่กรุงเทพฯแต่ก็กลัวหลงทาง และไปไม่ถูก การที่เรามีตัวแทนส่งจดหมายให้ในหลวงท่านทราบว่า ชาวกะเหรี่ยงเราที่บ้านวัดจันทร์เป็นห่วงท่านอย่างยิ่งก็ยังถือว่าไม่พอ หากมีโอกาสก็จะรวบรวมข้อความที่ชาวบ้านได้ห่วงใยท่านส่งให้ในหลวงท่านได้อ่านอีกต่อไป

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน ตัวแทนชาวบ้านได้ลงชื่อเพื่อถวายพระพรให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงหายจากประชวรโดยเร็ว และมาร่วมกันชื่นชมภาพข่าวที่"ข่าวสด"นำภาพมาประมวลเสนอข่าวไปนั้น โดยเห็นภาพในหลวงท่านเสด็จลงจากที่ประทับ มาพบประชาชนที่เฝ้าฯรับเสด็จที่ร.พ.ศิริราช ชาวกะเหรี่ยงหลายคนถึงกับร้องให้ที่เห็นภาพพระองค์ท่านแข็งแรงแล้ว และมั่นใจว่าในหลวงท่านจะหายประชวรโดยเร็ว

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้มีพสกนิกรเดินทางมายัง ร.พ.ศิริราช ร่วมลงนามถวายพระพรรวม 19,215 คน ยอดรวมรายชื่อทั้งหมด 760,764 คน




ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ชาวกะเหรี่ยงปีติ พ่อหลวง อยากมา ศิริราช อัปเดตล่าสุด 26 ตุลาคม 2552 เวลา 13:38:48 8,766 อ่าน
TOP
x close