
วิวาทะ "เฉลิม-อภิสิทธิ์" กระทู้สด "ผู้ร้ายข้ามแดน" (ข่าวสด)
ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 29 ต.ค. ซึ่งมีนายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ได้ตั้งกระทู้ถามสดถามนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน กรณีการส่งผู้ร้ายข้ามแดน
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย
การยื่นกระทู้สดในครั้งนี้ คนที่เหมาะสมจะตอบที่สุด คือ นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ และ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ เพราะมีเหตุความวุ่นวายเนื่องจากนายอภิสิทธิ์ ไม่ได้ใช้วิธีทางการทูต โดยเอาผู้ที่เป็นผู้ก่อการร้าย ยึดสนามบินและด่าว่าสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาอย่างสาดเสียเทเสีย มาเป็นรมว.ต่างประเทศ เขาก็ขาดความเกรงใจ เขาเลยไม่ให้ความเคารพนายอภิสิทธิ์
ทันทีที่มีข่าวว่าสมเด็จฮุนเซน ออกมาระบุจะปลูกบ้านให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ให้เข้ามาพักอาศัยได้ และจะไม่ส่งผู้ร้ายข้ามแดน ตรงนี้มันยังไม่ใช่เรื่องของประเทศไทยและนายอภิสิทธิ์ เพราะพ.ต.ท.ทักษิณ ยังไม่เดินทางไปยังกัมพูชา แต่นายอภิสิทธิ์ ออกมาพูดทันทีว่า "ระวังฮุนเซนจะตกเป็นเหยื่อ"
ทั้งที่ความจริงคนที่ตกเป็นเหยื่อคือนายอภิสิทธิ์ ที่เป็นเหยื่อของคณะปฏิวัติ เรื่องนี้เขารู้กันทั่วโลก และทั่วประเทศว่าเรื่องที่เกิดกับ พ.ต.ท.ทักษิณ เกิดหลังการปฏิวัติรัฐประหาร เมื่อ 19 ก.ย.2549 นายอภิสิทธิ์ ไปชื่นชมคณะปฏิวัติ เพราะพรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้านมา 8 ปี เนื่องจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ได้บริหารประ เทศอย่างต่อเนื่อง ประชาชนเขาศรัทธา รอบแรก 248 เสียง รอบหลัง 377 เสียง เมื่อประชาธิปัตย์รอมานาน เลยใช้สถานการณ์ตรงนี้กระทืบซ้ำ ไปบอกว่าการเมืองหรือเปล่า เรื่องการทุจริตหรือไม่
วันนี้นายอภิสิทธิ์ มาเป็นนายกฯ ซึ่งผมอายคนทั้งประเทศว่ามีนายกฯ ที่มีสติปัญญาเพียงเท่านี้ เหตุผลของผมก็คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เคยมีอะไรที่ทุจริต เรื่องที่ศาลจำคุก 2 ปี ศาล 9 คน บอกผิด 5 ไม่ผิด 4 ผิดพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช.มาตรา 100 (1) ที่บอกว่า ห้ามเจ้าหน้าที่รัฐทำสัญญากับรัฐวิสาหกิจ และรัฐ รวมถึงผู้สมรสด้วย มีบรรทัดไหนนายอภิสิทธิ์ ที่บอกว่า พ.ต.ท. ทักษิณ ทุจริต ทำอย่างนี้เป็นการพูดซ้ำเติม ถือโอกาส พูดเอาฝ่ายเดียว
คนที่จะมาเป็นนายกฯ ประเทศไทย ต้องมีความสง่างามและพูดบนพื้นฐานความถูกต้อง ปรากฏว่าไม่ พูดไปแต่ทุจริตเป็นเหยื่อ ไม่ใช่เรื่องการเมือง การจะพูดอะไรไม่ควรพูดตามความรู้สึกหรือความพึงพอใจ แต่ต้องดูว่าประเทศนั้นมีสนธิสัญญาร่วมกันหรือไม่ และต้องดูกติการะหว่างประเทศว่า ด้วยสิทธิพล เมืองและสิทธิทางการเมือง ซึ่งองค์การสหประชาชาติมีบันทึกข้อตกลง ซึ่งเมืองไทยก็ยอมรับบันทึกข้อตกลงตรงนี้ และมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 30 ต.ค.2540 นายอภิสิทธิ์ เคยอ่านหรือไม่
นอกจากนี้นายอภิสิทธิ์ ได้ดูร่าง พ.ร.บ.การส่งผู้ร้ายข้ามแดน ที่ไทยทำกับประเทศกัมพูชาหรือไม่ ซึ่งมี 24 ข้อ และข้อ 3 (1)เขาบอกเลยว่า เหตุที่ไม่ส่งผู้ร้ายข้ามแดนให้แก่กัน ในลักษณะผู้ร้ายข้ามแดน ถ้าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ทางการเมือง ทำไมนายอภิสิทธิ์ ถือโอกาสซ้ำเติมยืนบนโพเดียมแล้วพูดสิ่งที่ตัวเองไม่รู้
ในรัฐธรรมนูญปี 2550 มาตรา 82 ระบุชัดว่า รัฐต้องส่งเสริมสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศ และปฏิบัติด้วยกันแบบเสมอภาค และปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยเป็นภาคี ตามข้อตกลงขององค์การสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิพลเมือง และสิทธิทางการเมือง ซึ่งมีอยู่ 53 ข้อ ในข้อ 14(5) บอกชัด ถ้าคดีใดพิจารณาโดยศาลเดียว เขาจะไม่ส่งเป็นผู้ร้ายข้ามแดนให้แก่กัน
ฉะนั้นการส่งผู้ร้ายข้ามแดนให้แก่กันต้องมีหลักพิจารณา 1.ความผิดที่จะส่งผู้ร้ายข้ามแดน ต้องมีความผิดที่มีบทลงโทษทั้ง 2 ประเทศ กฎหมาย ป.ป.ช.มาตรา 100 ตามบทบัญญัติ ลงโทษตามมาตรา 122 มีใช้ในประเทศไทยจริง แต่ในกัมพูชา และประเทศทั่วโลก เขาไม่มี มีประเทศนี้หรือประเทศไทยประเทศเดียว 2.ความผิดลักษณะการเมืองเขาไม่ส่งผู้ร้ายข้ามแดนกันตามข้อตกลงระหว่างประเทศของสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง หรือไอซีซีพีอาร์ ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่ว่านี้
ดังนั้น การออกมาพูดของนายอภิสิทธิ์ จึงเป็นการพูดที่ปากพล่อย พูดง่าย ปากไว พูดคลุมเครือ ให้ร้าย พ.ต.ท.ทักษิณ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
กรณีการพาดพิงความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชา โดยอ้างเรื่องของ รมว. ต่างประเทศ และพูดปัญหาที่ผ่านมา ไปพูดว่าผมใช้วิธีการทูตไปพูดในสิ่งที่ไม่มีความจำเป็นเพราะไม่ใช่เรื่องของเรา ขอเรียนว่าที่จริงความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาในช่วงที่ผมทำหน้าที่นายกฯ และการพบปะนายกฯ ฮุนเซน หลายครั้งก็ไม่มีปัญหา เรียบร้อยดี
ล่าสุดที่เกิดปัญหาขึ้นที่ท่านบอกว่าเป็นเรื่องอะไรของเรา ต้องถามกลับว่า พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย ไปทำอะไรที่กัมพูชา ให้กลับมาเป็นเรื่องของเรา เพราะหากท่านกลับมาแล้วไม่ให้สัมภาษณ์ในเรื่องที่กระทบรัฐบาลและกระทบความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ ผมก็ไม่มีความจำเป็นต้องชี้แจง
แต่ พล.อ.ชวลิต ยืนยันว่าจะมีการสร้างบ้านพักรองรับ พ.ต.ท. ทักษิณ ผมก็มีหน้าที่ใช้สนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่ง พ.ต.ท. ทักษิณ ออกไปนอกประเทศเพราะตัวท่านเอง หลังจากมีคำพิพากษาว่าท่านทำผิด ไม่นับคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณา เพราะคำขอขณะนี้ไม่มีเฉพาะเรื่องที่ดินรัชดาฯ แต่จะมีคดีอื่น ๆ อีก อาทิ เรื่องการแปลงค่าสัมปทาน รวมทั้งบางคดีที่มีการพิพากษาไปแล้วแต่จำหน่ายคดีเฉพาะของพ.ต.ท.ทักษิณ เพราะท่านไม่อยู่ในประเทศ ผมไม่เริ่มต้นไปให้ร้ายใคร ต่อมานายกฯ ฮุนเซนพูดกระทบความรู้สึกของคนไทย ผมก็ต้องมีหน้าที่ที่ต้องชี้แจง
กรณีการกล่าวหาว่าหลายประเทศไม่ยอมรับเรื่องของผม ท่านสังเกตไหม ทำไมประเทศอังกฤษที่ถือเป็นแม่แบบประชาธิปไตย ทำไมตัดสินใจถอนวีซ่า พ.ต.ท.ทักษิณ และให้การต้อนรับผมมาแล้ว 2 ครั้งในปีนี้ และทำไมการเดินทางของ พ.ต.ท.ทักษิณ ส่วนใหญ่หลีกเลี่ยงประเทศที่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน
ดังนั้น เมื่อมีการพูดถึงสถานะของรัฐบาลไทย มีการตอบโต้กระทบความสัมพันธ์ ผมก็ต้องทำหน้าที่ปกป้องศักดิ์ศรีของบ้านเมืองของเรา
ขอเรียนว่า ตรงนี้ยังเป็นกระบวนการที่ยังไม่เกิดขึ้น เมื่อกรณีเกิด หมายความว่าเมื่อมีการเดินทางไปที่ประเทศกัมพูชาแล้ว ก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลไทยที่จะขอตัว ส่วนที่ผู้ถูกขอตัวจะมีข้อต่อสู้ก็ว่าไปตามกระบวนการ
การที่พวกท่านมาบอกว่าผมชอบพูดล่วงหน้าไปก่อน พูดว่าผมพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูด สิ่งที่พูดไม่ใช่เรื่องของเรา และไอ้ที่ท่านพูดมาทั้งหมด พูดในสิ่งที่ไม่ควรพูด เพราะไม่ใช่เรื่องของเรา และสิ่งที่ท่านพูดทั้งหมด ทำไมไปคิดแทนรัฐบาลต่างประเทศหรือเป็นโฆษกให้รัฐบาลต่างประเทศ นี่ต่างหากคือข้อเท็จจริงที่ต้องพูดกัน
ยืนยันว่าสิ่งที่ผมทำเพื่อรักษาศักดิ์ศรี ผลประโยชน์ประเทศ และดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีเจตนาจะไปกลั่นแกล้งใครทั้งสิ้น และจะว่าไปตามกระบวนการ และเคารพสิทธิของทุก ๆ คน ที่พึงจะมีในการต่อสู้ ไม่ว่าจะเป็นที่ศาล หรือที่ใดก็ตาม
ดังนั้น จึงไม่ควรจะมากระทำการใด ๆ เพื่อลดความน่าเชื่อถือของรัฐบาลไทยอีก รัฐบาลไทยให้ความเคารพในการต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก






