ประมวล สิ้นหวังการเมือง เตือนสตินักการเมืองรู้สำนึก

ประมวล รุจนเสรี 


ประมวลสิ้นหวังการเมือง เตือนสตินักการเมืองรู้สำนึก (ไทยรัฐ)

          เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 31 ตุลาคม 2552 ที่รัฐสภา สถาบันพระปกเกล้า ได้จัดสัมมนาหลักสูตร "พรรคการเมืองกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย" รุ่นที่ 7 โดยเชิญ นายประมวล รุจนเสรี อดีตหัวหน้าพรรคประชามติ นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และ นายพร้อมพงษ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ร่วมแสดงความคิดเห็นปัญหาเกี่ยวกับพรรคการเมืองในกระบวนการ ทางการเมืองการปกครอง

          โดย นายประมวล ได้เล่าประสบการณ์ในอดีตจากที่เคยเป็นอดีตอธิบดีกรมการปกครอง รองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย รองหัวหน้าพรรคประชาราช มาจนถึงการตั้งพรรคการเมืองของตัวเอง คือพรรคประชามติ ว่า พรรคการเมืองไทยมาจากคนที่อยากมีอำนาจ อยากรักษาอำนาจ และอยากรักษาอำนาจที่ ได้มาจากการปฏิวัติเอาไว้ จึงเป็นการตั้งพรรคเพื่อช่วงชิงอำนาจระหว่างกันมิใช่พรรคที่เกิดจากประชาชน และทำเพื่อประชาชนอย่างแท้จริงส่งผลให้กลไกของพรรคการเมืองวนเวียนอยู่ใน กลุ่มนักการเมืองเท่านั้น อยู่กับระบบทุนนิยมที่ต้องใช้เงินจำนวนมาก

          นายประมวล กล่าวอีกว่า กรุณาอย่าปฏิเสธว่าพรรคการเมืองพรรคใดไม่ต้องใช้เงิน เพราะจะแตกต่างกันตรงที่ใครปกปิดและเลี่ยงกฎหมายได้แนบเนียนกว่ากันเท่านั้น ขณะที่ประเทศไทยยังอยู่ในระบบอุปถัมภ์จึงทำให้ ส.ส.แต่ละคนต้องมีค่าใช้จ่ายประจำเดือนอย่างน้อยคนละ 2 แสนบาท เพื่อไปดูแลประชาชน โดยแยกเป็นพรรคการเมืองหรือหัวหน้าพรรคจ่ายเดือนละ 5 หมื่นบาท ส่วนที่เหลือเป็นความรับผิดชอบของหัวหน้าก๊วนการเมือง จึงเป็นเรื่องของเงินไม่มีใครสนใจพูดเรื่องนโยบายเท่าใดนัก

          นายประมวล กล่าวอีกว่า การเข้าสู่อำนาจรัฐคือโอกาสที่จะมีสิทธิและมีรายได้พิเศษ ซึ่งจะโทษนักการเมืองอย่างเดียวไม่ได้เพราะสังคมไทยยังไม่แก้ไขระบบอุปภัมภ์ ในอดีตคนร่างรัฐธรรมนูญมักมองว่า พรรคการเมืองเป็นเหมือนแฟชั่น จึงออกกฎหมาย กติกา หยุมหยิมและตึงเกินไป จนยากแก่การปฏิบัติ อาทิ กำหนดวงเงินบริจาคให้แก่พรรคการเมือง จนทำให้มีการหลบเลี่ยง ถือเป็นการเอาคนไม่รู้กติกามาออกกฎควบคุมพรรคการเมือง ณ วันนี้ก็ยังคงไม่มีความพอดี ทั้งตัวนักการเมืองเองที่ยังไม่ทำการเมืองเพื่อประชาชนยังไม่เสียสละ หวังพึ่งแต่นายทุนจิตสำนึกของนักการเมืองยังมองแต่ประโยชน์ต่าง ๆ เพื่อให้เข้าสู่อำนาจรัฐเพียงเท่านั้น จึงทำให้นักการเมืองไม่มีวันที่จะรักสามัคคีกันได้ ตราบใดที่ผลประโยชน์ยังไม่ลงตัว วันนี้จึงทำได้เพียงขอบารมีของพระสยามเทวาธิราชฯ ช่วยดลใจให้นักการเมืองมี สติและจิตสำนึกที่ดีงามบ้าง


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก



เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ประมวล สิ้นหวังการเมือง เตือนสตินักการเมืองรู้สำนึก อัปเดตล่าสุด 1 พฤศจิกายน 2552 เวลา 16:18:18 5,071 อ่าน
TOP
x close