
สรุปประเด็นข่าวโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ไทยรัฐ
เมื่อเวลา 16.30น. วันที่ 1 พฤศจิกายน 2552 พล ต.ต.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ผบก.ทท. พร้อมตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจกองปราบปราม เข้าทำการจับกุมตัว น.ส.ธีรนันต์ วิภูชนิน อายุ 43 ปี อดีตกรรมการผู้จัดการ บริษัท หลักทรัพย์แห่งหนึ่ง ในข้อหากระทำความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 ซึ่งมีโทษจำคุก 5 ปี ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยการนำเข้าข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่จะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงต่อประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกของประชาชน
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ น.ส.ธีรนันต์ ได้เป็นสมาชิกของเว็บไซต์แห่งหนึ่ง และได้เข้าไปโพสต์ข้อความเท็จลงในเว็บไซต์โดยใช้ชื่อย่อว่า BBB เพื่อให้มีผลต่อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ตำรวจจึงทำการสืบทราบกระทั่งทราบว่าเจ้าของชื่อย่อ BBB คือ น.ส.ธีรนันต์ จึงรวบรวมพยานหลักฐานของอำนาจศาลอาญาออกหมายจับ กระทั่งทราบว่า น.ส.ธีรนันต์ จะเดินทางกลับจากท่องเที่ยวยุโรป กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย มาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 15.30 น. จึงดักรอและทำการจับกุมตัวได้ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองสุวรรณภูมิ พร้อมของกลาง เป็นโน๊ตบุ๊คจำนวน1 เครื่อง เมมโมรี่ จำนวน 1 ตัว โทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง ก่อนจะทำการควบคุมตัวไปตรวจค้นบ้านพัก และส่งกองปราบปรามดำเนินคดี

ต่อมาตำรวจได้นำกำลังเข้าจับกุมผู้ต้องหาอีกคน ทราบชื่อต่อมาคือ นายคฑา ปาจริยพงศ์ อายุ 34 ปี พนักงานมาร์เก็ตติ้ง บริษัท หลักทรัพย์ซิลิโก้ ขณะกำลังร่วมงานสัมมนาที่อาคารลิเบอร์ตี้ ย่านสีลม ทั้งนี้ จากการสอบปากคำในเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองคนให้การรับสารภาพ ว่า ได้โพสต์ข้อความลงในเว็บไซต์จริง ส่วนจะมีกระบวนการอยู่เบื้องหลังหรือไม่ กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวน และล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ได้พาตัวต้องหาทั้งสองคน ไปที่บ้านพัก เพื่อรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม โดยได้เน้นไปที่คอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการก่อเหตุเพื่อความรอบคอบ และป้องกันไม่ให้การถูกฟ้องกลับว่าทางเจ้าหน้าที่ใส่ร้าย
ทางด้าน พล.ต.ต.ปัญญา มาเม่น รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวว่า จะขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องในคดีปล่อยข่าวลือทุบหุ้นอีกไม่ต่ำกว่า 2 - 3 คน ในเร็ว ๆ นี้ รอเพียงการรวบรวมข้อมูลในขั้นสุดท้ายอีกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เบื้องต้นกลุ่มผู้ต้องหาชุดใหม่นี้ ยังคงเป็นผู้ต้องหาที่อยู่ในประเทศ และไม่มีส่วนเชื่อมโยงกับ น.ส.ธีรนันต์ และ คชา ปาจริยะพงศ์ สองผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมตัวไปก่อนหน้านี้แต่อย่างใด
ส่วนจะมีการพิจารณาให้ผู้ต้องหาทั้งคนสองได้ประกันตัวหรือไม่นั้น เบื้องต้นตามกฎหมาย พนักงานสอบสวนมีสิทธิจะควบคุมตัวผู้ต้องหาเอาไว้สอบปากคำอย่างน้อย 48 ชั่วโมง หลังจากนั้นจึงจะมีการพิจารณา ในกรณีที่ผู้ต้องหามีความประสงค์จะยื่นขอประกันตัว อย่างไรก็ตาม ล่าสุดญาติของผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ได้นำเงินสดจำนวน 100,000 บาท ขอประกันตัว ซึ่งพนักงานสอบสวนอนุญาตให้ประกันตัว โดยมีเงื่อนไขให้มารายงานตัวต่อพนักงานสอบสวนที่กองบังคับการปราบปรามการ กระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) และห้ามเดินทางออกนอกประเทศ
ทั้งนี้ ขณะที่ผลการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองคน ให้การเป็นประโยชน์ โดย นายคธา ให้การยอมรับสารภาพ ในข้อหาที่แจ้งไป ส่วน น.ส.ธีรนันต์ ยังให้การภาคเสธ แต่ยอมรับว่าเป็นคนโพสต์ข้อความไม่เป็นมงคลลงในเว็บไซต์จริง แต่จะมีเจตนาโพสต์ข้อความปล่อยข่าวกระทบความมั่นคง หรือต้องการปั่นหุ้นหรือไม่ ต้องสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน วันนี้ (2 พฤศจิกายน) พล.ต.ต. ปัญญา กล่าวถึงความคืบหน้าคดีดังกล่าวว่า ในวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะขอออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มอีก 2 คน ที่พัวพันคดี โดย 1 คน เป็นชาย ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจประกบตัวอย่างใกล้ชิด และอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อให้คดีมีความสมบูรณ์ที่สุด โดยจะขอศาลอนุมัติหมายจับต่อไป เบื้องต้นพบว่ามีพฤติการณ์เข้าไปโพสต์ข้อความในเว็บไซต์ โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องสอบสวนรายละเอียดเพิ่มเติม ว่ามีใครจ้างวาน หรืออยู่เบื้องหลังผู้ต้องหาให้มาดำเนินการหรือไม่
ขอขอบคุณข้อมูลจาก






