
1 เม.ย. 53 ดีเดย์เปลี่ยนวิธีวัดผลงานข้าราชการ (ข่าวสด)
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 5 พ.ย. ที่สำนักงาน ก.พ. นางเบญจวรรณ สร่างนิทร เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) แถลงข่าวถึงกรณีที่ ก.พ.ได้เชิญผู้บริหารและข้าราชการที่เกี่ยวข้องทั้ง 19 กระทรวง กว่า 1,200 คน มาชี้แจงทำความเข้าใจในกรณีที่เตรียมประกาศการเปลี่ยนเข้าสู่การใช้หลักเกณฑ์และวิธีประเมินผลการปฏิบัติราชการ การเลื่อนเงินเดือนข้าราชการ มาตรฐานและแนวทางการกำหนดความรู้ ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับตำแหน่งข้าราชการในวันที่ 1 เม.ย. 2553 นี้ และยังได้ชี้แจงแผนสร้างความเข้าใจแก่ส่วนราชการและจังหวัดทั้งระดับหัวหน้าส่วน ให้ทราบถึงเทคนิควิธีการกำหนดตัวชี้วัด ค่าเป้าหมาย และสมรรถนะ ของการพิจารณาแต่งตั้งและเลื่อนเงินเดือนนี้ด้วย
นางเบญจวรรณ กล่าวว่า จากการที่ ก.พ. ได้ประกาศให้ข้าราชการพลเรือนใช้ระเบียบข้าราชการพลเรือนใหม่แล้ว ตั้งแต่วันที่ 25 ธ.ค.51 ที่ผ่านมา โดยกำหนดให้ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ประเมินผลปฏิบัติราชการของผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาแต่งตั้งและเลื่อนเงินเดือน จากวันที่ 1 เม.ย. 53 นี้จะมีการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนเป็นเปอร์เซ็นต์เปลี่ยนแปลงจากเดิมที่เป็นการเลื่อนเงินเดือนเป็นขั้นมาตลอด อาจทำให้ข้าราชการไม่เคยชินแบบใหม่นี้บ้าง แต่ต้องเร่งทำความเข้าใจเพื่อให้ทันวันที่ 1 เม.ย.53 ถือเป็นวันดีเดย์ โดยส่วนราชการทั้ง 147 แห่ง ที่มีข้าราชการอยู่จำนวน 3.8 แสนคนนั้น ก็ต้องมาปรับเปลี่ยนและทำความเข้าใจกับระบบใหม่นี้ ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่จำนวนมากพอสมควร จึงถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่มาก ทาง ก.พ. จึงได้จัดทีมที่ปรึกษาเตรียมเดินสายให้ครบทั้ง 19 กระทรวง โดยทีมแรกเริ่มที่กระทรวงการคลังในวันจันทร์ที่ 9 พ.ย.นี้ ซึ่งจะมีรองเลขาธิการ ก.พ.ทั้งหมด 6 คนเป็นผู้นำทีม เพื่อให้คำปรึกษาการทำตัวชี้วัด กำหนดเป้าหมาย การนำไปสู่การบริหารวงเงิน ในงบประมาณที่ได้รับว่าจะต้องบริหารอย่างไร
นางเบญจวรรณ กล่าวว่า วงเงินที่จะได้จากงบประมาณเพื่อให้เลื่อนเงินเดือนนั้นทั้งหน่วยงาน จะมี 3 เปอร์เซ็นต์เป็นฐานต่อครึ่งปี ส่วนการเลื่อนเป็นรายคนนั้น สูงสุดจะอยู่ที่ 0-6 เปอร์เซ็นต์ แต่โอกาสที่จะได้สูงสุดนั้นเกือบไม่มี เพราะไม่เช่นนั้นจะต้องมีคนได้ต่ำสุด อีกทั้งวงเงินมีเพียง 3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่อย่างใดก็ตาม ฐานการคิดคำนวนของการเลื่อนเงินเดือนนั้น คือ 6 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจาก 6 เปอร์เซ็นต์เป็นค่ากลางของความต่างในชั้นเงินเดือน เพราะฉะนั้นทุกคนจะต้องถูกพิจารณาที่ผลงาน ไม่ใช่ดูที่ใครเป็นเด็กใคร เพราะการพิจารณาโดยรวมของแต่ละสำนักต้องคิดค่าเฉลี่ยเป็นเปอร์เซ็นต์ และการประเมินตัวบุคคลค่อนข้างยากที่จะประเมินจากเด็กใครเป็นเด็กใคร ดังนั้นการพิจารณาโดยระบบนี้ทุกคนจะได้รับความเป็นธรรมมากขึ้น แต่หากมีผู้ใดคิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ทางผู้บังคับบัญชาต้องชี้แจงให้ได้ว่า เพราะเหตุใดหรือผู้ที่คิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมนั้นจะมายื่นร้องเรียนที่ คณะกรรมการระบบคุณธรรมของ ก.พ.ก็ได้
นางเบญจวรรณ กล่าวว่า แต่ละส่วนราชการจะทำการประเมินปีละ 2 รอบคือ ต.ค.- มี.ค. และ เม.ย.- ก.ย. โดยแต่ละส่วนราชการอาจจะให้ที่ผลงาน 70 หรือ 80 เปอร์เซ็นต์ ส่วนสมรรถนะก็ต้องเป็น 30 หรือ 40 เปอร์เซ็นต์เช่นกัน อย่างไรก็ตามตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.52 ถึง มี.ค.53 นี้จะต้องเป็นช่วงที่ต้องกำหนดสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ว่าหน่วยงานใดจะใช้ 70:30 หรือ 80:20 ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงระบบการประเมินการปฏิบัติราชการ การเลื่อนเงินเดือนข้าราชการเป็นร้อยละนี้ ส่วนราชการจะต้องแจ้งให้ข้าราชการได้เข้าใจก่อนในวันดีเดย์ 1 เม.ย.53 เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงระบบนี้มีประสิทธิภาพและไม่มีปัญหาเกิดขึ้น
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก มติชนออนไลน์





