ปฏิกิริยารอบด้าน บนสถานการณ์สงครามการทูต ไทย-กัมพูชา




ปฏิกิริยารอบด้าน บนสถานการณ์สงครามการทูต ไทย-กัมพูชา (มติชนออนไลน์)

          ความขัดแย้งที่ลุกลามกลายเป็นสงครามทางการทูตย่อม ๆ ระหว่างไทยกับกัมพูชา ทำทีทำท่าว่าจะกลายเป็นเรื่องหนัก เรื่องใหญ่ชนิดที่ยังไม่มีใครหาทางลงที่เหมาะสมได้ในเวลานี้ ปฏิกิริยาที่ปรากฎในสื่อต่างประเทศเกี่ยวเนื่องกับเรื่องนี้ มีตั้งแต่ความพยายามในการแสงหาคำตอบว่าอะไรกันแน่คือที่มาของอาการปะทุหนนี้ เรื่อยไปจนถึงการตรวจสอบผลสะเทือนเบื้องต้นของคู่กรณี และ การพิจารณาถึงความเป็นไปได้ของหนทางแก้ปัญหาเท่าที่น่าจะมีและน่าจะเกิดขึ้น ต่อไปนี้คือการประมวลเนื้อความโดยสรุปของข้อเขียนในหน้าหนังสือพิมพ์ต่างประเทศที่น่าสนใจเกียวเนื่องกับกรณีที่เกิดขึ้นในรอบวันที่ผ่านมา

 เรื่องเล่าถึงแผนลึก

          ข้อเขียนของ ชอว์น ดับเบิลยู. คริสพิ่น ใน เอเชียไทม์ส ออนไลน์ น่าสนใจในแง่ของการเป็นคำอธิบายถึงที่มาของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหนนี้และที่จะคลี่คลายขยายตัวต่อไปในอนาคต ว่าอาจยืดเยื้ออย่างที่ไม่มีใครคาดคิด คอลัมน์ "เอเชีย แฮนด์" ของเขาเชื่อมโยงเหตุการณ์ครั้งนี้กับเหตุการณ์จลาจลชนิดเกือบ "กลียุค" เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ในห้วงเวลาเมื่อครั้งที่ ถึงวาระหนึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ร้องหา "การปฏิวัติของประชาชน" เพื่อโค่นล้มรัฐบาล

          คริสพิ่น นำเสนอเอาไว้ในข้อเขียนของตนไว้ว่า "ถ้า" ในวันเวลาดังกล่าว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ปักหลักบัญชาเหตุการณ์อยู่ในส่วนใดส่วนหนึ่งของกัมพูชาจริง เหมือนอย่างเช่นที่ "ภาพพอร์เทรท" บนผนังของ "สโมสรกอล์ฟอังกอร์" บ่งบอกเอาไว้ว่าถ่ายในเดือนเมษายนที่ผ่านมาละก็ ทุกอย่างเป็นอันเข้าใจได้ว่า เพราะเหตุใด สมเด็จฯฮุน เซน และ พ.ต.ท.ทักษิณ ถึง "เป็นปี่เป็นขลุ่ย" กันถึงเพียงนี้

          คริสพิ่นบอกเอาไว้ด้วยว่า ไม่เพียงข้อคลางแคลงดังกล่าว ประเด็นหนึ่งที่ยืนยันชัดถึงความเคลื่อนไหวเป็นหนึ่งเดียวกันของทั้งสองก็คือ การเปิด "เซฟเฮาส์" ให้ จักรภพ เพ็ญแข แกนนำคนสำคัญของกลุ่มเสื้อแดงหลบหนีคดีอาญาฐานปลุกระดม ล้มล้างรัฐบาล

          กระนั้น ทุกอย่างเริ่มชัดเจนเป็นรูปเป็นร่างขึ้นเมื่อเดือนที่ผ่านมา หลังจาก สมเด็จฯฮุน เซน ตกปากรับคำเป็นมั่นเหมาะ ผ่านทาง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ว่า จะปฏิเสธคำขอให้ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนใดๆ ที่ทางการไทยทำขึ้นเพื่อให้ส่งตัวพ.ต.ท.ทักษิณ มาให้ในทันทีที่ปรากฎตัวในนามของที่ปรึกษาในพนมเปญ

          อดีตผู้สื่อข่าว ฟาร์อีสเทิร์น อีโคโนมิค รีวิว รายงานนี้มองเห็น "แผนลึก ๆ" อยู่ภายใต้ความอึงคนึงของวิวาทะข้ามประเทศหนนี้ โดยอ้างว่า ได้รับคำบอกจากปากของ จักรภพ เองว่า กลุ่มของตนจะพยายามเคลื่อนไหวลักลอบขนอาวุธ "เบา" จากกัมพูชาเข้ามาในพื้นที่ภาคอีสานที่เป็นที่มั่นสำคัญของพ.ต.ท.ทักษิณ และบอกกับสำนักข่าวอื่น ๆ ว่า พร้อมที่จะลุกขึ้นต่อสู้ "ด้วยอาวุธ" เพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมาย

          แผนลึก ๆ ของคริสพิ่น จึงเป็นการดำเนิน 2 แนวทางพร้อมๆกัน ทางหนึ่งผ่านการชุมนุมประท้วงด้วยมวลชนมหาศาล ประสานกับการต่อสู้ด้วยอาวุธโดยมีฐานที่มั่นหนุนหลังอยู่ในกัมพูชา!

 คำปรึกษาของที่ปรึกษา

          คริสพิ่น ประเมินผลลัพธ์เบื้องต้นของ "ปฏิบัติการพนมเปญ" ครั้งนี้เอาไว้ว่าเป็นลบมากกว่าเป็นบวกสำหรับพ.ต.ท.ทักษิณ และเป็นอีกครั้งที่เขาเห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ดำเนินการผิดพลาด ในความพยายามที่จะกลับเข้ามามีอำนาจครั้งใหม่ เหมือนกับที่เคยพลาดมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อเดือนเมษายน

          "มีความเห็นพ้องกันในหมู่นักการทูตและนักวิเคราะห์ในวงกว้างว่า เกมกัมพูชาของพ.ต.ท.ทักษิณ หนนี้อาจส่งผลกระทบต่อพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้า บางคนเชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ตกเป็นเหยื่อของคำปรึกษาแย่ๆจากประธานพรรคเพื่อไทยที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งใหม่หมาดอย่างพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ซึ่งหลังจากเดินทางเยือนกัมพูชาเป็นการส่วนตัวเมื่อเดือนที่ผ่านมาและเป็นคนแรกๆที่ประกาศให้ได้รับรู้กันถึงข้อเสนอให้พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นที่ปรึกษาของ ฮุน เซน"

          คริสพิ่น เห็นว่า สภาพที่เกิดขึ้นในเวลานี้ ซึ่งนอกจากเสียงสนับสนุนในประเทศของ พ.ต.ท.ทักษิณ จะลดและคะแนนนิยมในตัวนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะจะเพิ่มขึ้นแล้ว เดิมพันครั้งนี้ยังเปิดช่องให้ถูกกระหน่ำโจมตีจากหลาย ๆ ทิศทางอีกด้วยนั้น คล้ายคลึงกับที่เคยเกิดขึ้นหลังเหตุการณ์จลาจลรุนแรงเมื่อเดือนเมษายน ซึ่งเป็นผลงานของ จักรภพ เพ็ญแข ที่ปรึกษาอีกราย

          เขาเผยว่า ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุปะทุอารมณ์ของสมเด็จ ฮุน เซน พรรคประชาธิปัตย์เตรียมการเลือกตั้งแล้วด้วยซ้ำไป ตอนนี้กำหนดดังกล่าวถูกชะลอให้ยืดยาวออกไปเพราะรัฐบาลยังสามารถสั่งสมคะแนนนิยมได้เรื่อย ๆ

          ความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับความเห็นของนักวิเคราะห์ที่ เจมส์ ฮุคเวย์ แห่ง วอลสตรีท เจอร์นัล ที่เห็นว่า ภาพของความสนิทสนม กอดกันกลมของพ.ต.ท.ทักษิณ และสมเด็จฯฮุน เซน ที่พนมเปญนั้นส่งผลในทางร้ายอย่างยิ่งในกรุงเทพฯ

 กังวลต่อการลุกลาม

          ริชาร์ด ลอยด์ แพร์รี่ แห่ง เดอะ ไทม์ส กับ บีบีซี มองปรากฎการณ์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายนรูดลงมา 3 เปอร์เซ็นต์ ว่าเป็นเพราะความวิตกกังวลต่อสภาพไร้เสถียรภาพทางการเมือง

          นอกเหนือจากความวิตกกังวลดังกล่าวแล้ว ยังคาดหมายกันด้วยว่า ปัญหาระหว่างไทยกับกัมพูชา มีความเป็นไปได้ที่จะกลายเป็นเงาทะมื่นบดบังเรื่องอื่น ๆ จากที่ประชุมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจแห่งเอเชียแปซิฟิก (เอเปค) เสียทั้งหมด เพราะถึงแม้ออกรอบเสร็จแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ มีกำหนดจะเดินทางถึงดูไบ บ้านแห่งใหม่ของตนในวันเดียวกันนี้แล้ว แต่ยังมีโอกาสเล็กน้อยอย่างยิ่งที่ สถานการณ์ความขัดแย้งซึ่งเกิดจากการเดินทางเยือนสั้น ๆ ของพ.ต.ท.ทักษิณ จะสร่างซาลงได้ในเร็ววัน

          ที่สิงคโปร์ สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน บอกกับ โรเจอร์ มิตตัน ผู้สื่อข่าวของ พนมเปญ โพสต์ ว่า บรรดาผู้นำระดับ "อาวุโส" ทั้งหลายของอาเซียนกำลังหารือกันอย่างเร่งด่วนว่าทำอย่างไรถึงจะสามารถ "ถอดชนวน" ความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชาครั้งนี้ได้
 
          "การทูตในระดับสูงสุดกำลังดำเนินไปอยู่ในเวลานี้ที่นี่ (สิงคโปร์) เพื่อรับมือกับเรื่องนี้" เลขาธิการอาเซียน บอก
 
          "ทั้งคู่ (ไทยและกัมพูชา) จำต้องมีคนช่วยเพื่อที่จะช่วยให้เย็นลง"

 ธรรมชาติที่ไร้ทางออก

          น่าสนใจที่ กอย กวง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ไม่คัดค้านท่าทีของเลขาธิการอาเซียน เขาบอกกับมิตตันว่า สนับสนุนทุกทางที่สามารถแก้ปัญหาขัดแย้งได้ ไม่ว่าจะทวิภาคีหรือพหุภาคี-ตราบเท่าที่ทางการไทยเห็นพ้องด้วย

          เชียง วันนะริธ ผู้อำนวยการสถาบันกัมพูชาเพื่อความร่วมมือและสันติภาพเห็นด้วยว่า การเข้ามาแทรกในฐานะผู้ไกล่เกลี่ย อาจเป็นหนทางเดียวเพื่อหาทางลงให้กับกัมพูชาและไทย เพราะการเจรจาระดับทวิภาคีใดๆดูเหมือนจะไม่เป็นผลแล้ว
 
          "นี่น่าจะเป็นสถานการณ์ที่ต่างฝ่ายต่างชนะสำหรับไทยและกัมพูชา ถ้าหากอาเซียนเข้ามามีบทบาทอย่างแข็งขัน เพราะทั้งคู่ต่างก็รับฟังอาเซียนอยู่เหมือน ๆ กัน" เขาบอก
 
          แอนดรูว์ วอล์คเกอร์ ผู้เชี่ยวชาญไทยศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย ในกรุงแคนเบอร์ร่า บอกว่า ถ้าเป็นปัญหาทั่ว ๆ ไป การทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยของอาเซียนก็คงช่วยให้ทั้งไทยและกัมพูชา รักษาหน้าเอาไว้ได้ แต่ "ธรรมชาติ" ของความขัดแย้งครั้งนี้ ไม่เพียงไม่เอื้อ หากยังต่อต้านการเข้ามามีบทบาทไกล่เกลี่ยของคนนอกอีกต่างหาก

          "ในไทยการเมืองแยกเป็นสองขั้วจนถึงราก ผมไม่คิดหวังว่าจะมีโอกาสใด ๆ ที่ผู้ไกล่เกลี่ยจากภายนอกจะเข้ามาทำงานได้ผล เพราะความขัดแย้งครั้งนี้เป็นผลมาจากพลวัตรของการเมืองภายใน"

          คีชอร์ มาธุภานี อธิการบดีสำนักรัฐศาสตร์การทูตแห่งมหาวิทยาลัยลีกวนยิว บอกว่า สหภาพยุโรปรวมกันเป็นหนึ่งได้นั้นไม่เพียงเป็นผลพวงจากการที่สามารถป้องกันไม่ให้เกิดสงครามระหว่างสมาชิกได้เท่านั้น หากแต่ยังเป็นเพราะสามารถรื้อถอนเหตุปัจจัยอันเป็นที่มาของสงครามระหว่างกันทิ้งได้สำเร็จอีกด้วย

          "แต่อาเซียนเรายังไม่สามารถทำลายเหตุปัจจัยที่จะก่อให้เกิดสงครามระหว่างกันได้เลย เรายังคงมีเหตุที่ว่านี้อยู่อีกมาก" เขาสรุป

          และเป็นข้อสรุปที่ทุกประเทศอาเวียต้องยอมรับอย่างแท้จริง!


ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ไทยรัฐ






เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ปฏิกิริยารอบด้าน บนสถานการณ์สงครามการทูต ไทย-กัมพูชา อัปเดตล่าสุด 14 พฤศจิกายน 2552 เวลา 15:39:08 11,073 อ่าน
TOP
x close