
เผยแนวโน้มเด็กป.6- ม.ต้น ท้องไม่พร้อมเพิ่มขึ้น (ไทยรัฐ)
เมื่อวันที่ 17 พ.ย. สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็กเยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ (สท.) ร่วมกับเครือข่ายเยาวชนเพื่อการเปลี่ยนแปลง (Youth Net) จัดแถลงข่าวและเสวนาเรื่อง "จุดเปลี่ยน" เพื่อวัยรุ่นมีสุขภาวะทางเพศที่ปลอดภัยและเป็นสุข โดยนายกิตติพันธ์ กันจินะ ผู้ประสานงาน Youth Net ได้เปิดเผยถึงผลสำรวจความคิดเห็นจากกลุ่มเด็กและเยาวชนอายุ 15-24 ปี รวมทั้งผู้ปกครองและประชาชน ระหว่างวันที่ 1-30 ส.ค.ที่ผ่านมา ว่า ร้อยละ 42.8 ของเยาวชนเห็นว่าผู้ปกครอง และครู-อาจารย์มีความเชื่อว่าเยาวชนไม่ใช่ตัวปัญหาแต่กำลังเผชิญปัญหา ร้อยละ 42.2 เห็นว่าผู้ปกครองและครูสามารถเปิดใจสื่อสารเรื่องเพศได้อย่างปกติ ร้อยละ 40.4 สนับสนุนให้มีทางเลือกที่หลากหลายสำหรับเยาวชนที่ท้องไม่พร้อม และเข้าถึงบริการยุติการตั้งครรภ์ที่เป็นมิตร ไม่โดนตัดสินคุณค่า ดูถูก ตำหนิ และปฏิเสธเจ้าหน้าที่รัฐและเอกชน
นอกจากนี้ยังเห็นว่า ควรสนับสนุนให้มีกิจกรรมที่สอดคล้องวิถีชีวิตทางเพศของ เยาวชน สนับสนุนการสอนเรื่องเพศศึกษาอย่างรอบด้าน ให้มีพื้นที่ปลอดภัย ไม่สนับสนุนให้สื่อผลิตซ้ำภาพในเชิงลบว่าเยาวชนเป็นตัวปัญหา และ ไม่เชื่อว่าการสอนเรื่องเพศศึกษาเปรียบเหมือนการชี้โพรงให้กระรอก โดยมีข้อเสนอเชิงนโยบายว่ารัฐบาลควรมีกลไกระดับชาติผลักดันนโยบายและมาตรการ ทำงานเรื่องเพศศึกษาในกลุ่มเด็กและเยาวชนอย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง ส่งเสริมความรู้เรื่องเอดส์และเพศศึกษา และส่งเสริมบริการที่เกี่ยวกับสุขภาพทางเพศที่เป็นมิตรกับเด็กและเยาวชน
ด้าน น.ส. จิตติยา วาจี เครือข่าย Youth Net กล่าวว่า เท่าที่สัมผัสเยาวชนในต่างจังหวัดพบว่าการเรียนรู้และป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ค่อนข้างน้อย ทำให้เกิดปัญหาท้องโดยไม่พร้อม และมีแนวโน้มมากขึ้นช่วงรอยต่อ ป.6 และมัธยมต้น ที่พบระดับ ป.6 ก็ท้องแล้ว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะไม่ได้รับการชี้แนะที่ถูกต้อง พ่อแม่ไม่มีเวลาให้เพราะส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกร และยังมองเป็นเรื่องของการรักนวลสงวนตัว
ขณะที่นางจรรยา ทนะมิตร หัวหน้าฝ่ายระบบติดตามและดูแลนักเรียน โรงเรียนสันติราษฏร์วิทยาลัย กล่าวว่า ที่โรงเรียนจะพบความสัมพันธ์เชิงชู้สาวของเด็กมัธยมต้นไม่ลึกซึ้งเท่ากับมัธยมปลาย บางคู่ถึงขั้นมีเพศสัมพันธ์ก็มี หากสังคมเข้าใจและให้ความรู้ในทางที่ถูก รวมถึงพ่อแม่เปิดใจยอมรับ ก็จะทำให้เด็กอยู่ในระบบโรงเรียนที่เราดูแลให้อยู่ในกรอบได้มากกว่าการสร้างความไม่เข้าใจและกดดันให้เด็กออกจากระบบโรงเรียนและเดินหลงทาง
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก





