ก.ล.ต.แฉ ทักษิณ-พจมาน ตั้งกองทุนลับ ซีเนตรา ทรัสต์

ทักษิณ หญิงอ้อ



ก.ล.ต.แฉกลางศาลฎีกา "แม้ว-อ้อ"ตั้งกองทุนลับ"ซีเนตรา ทรัสต์" ผ่อนถ่ายกำไรหุ้นชินคอร์ป-เอสซี แอสเซทฯ (มติชนออนไลน์)

          ก.ล.ต.เบิกความต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง "ทักษิณ -พจมาน" จัดตั้งกองทุนลับ "ซีเนตรา ทรัสต์" ถือหุ้น "วินมาร์ค" ผ่านบลู ไดมอนด์ ก่อนเข้าซื้อหุ้นกลุ่มเอวี แอสเสท 1,500 ล้าน เป็นบริษัทคู่แฝด แอมเพิลริช ใช้เป็น "นอมินี" ถือหุ้นชินคอร์ป

          นางวรัชญา ศรีมาจันทร์ ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน ถึงการเบิกความต่อศาลแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในคดีกล่าวหา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีร่ำรวยผิดปกติและให้ศาลยึดทรัพย์จำนวน 76,000 ล้านบาท ตกเป็นของแผ่นดินเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน ว่า เป็นการชี้แจงเกี่ยวกับการปกปิดโครงสร้างการถือหุ้นของบริษัท เอสซี แอสเซท จำกัด (มหาชน) รวมถึงโครงสร้างความเป็นเจ้าของในวินมาร์ค ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับความเป็นเจ้าของบริษัท แอมเพิลริช อินเวสเม้นท์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) แต่อย่างใด

          นางวรัชญากล่าวว่า ได้ยืนยันต่อศาลว่า มีพยานหลักฐานบ่งชี้สอดคล้องว่า พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน ชินวัตร เป็นเจ้าของวินมาร์ค หลังจากที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เคยรายงานต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่าได้ขายขาดออกไปแล้วจาก 5 ปัจจัย คือที่มาของเงินที่ทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมานแจ้งว่า ได้รับจากการขายหุ้นในปี 2543 โครงสร้างการถือหุ้นในวินมาร์คอำนาจในการจัดการในวินมาร์ค การตรวจสอบข้อมูลธนาคารพาณิชย์และสิ่งแวดล้อมอื่น

          จากการตรวจสอบกรณี พ.ต.ท.ทักษิณขายหุ้นกลุ่มบริษัทเอสซีแอสเสท  6 บริษัท ให้กับวินมาร์คในปี 2543 พบว่า จากหลักฐานการชำระเงินจำนวน 1,500 ล้านบาท เป็นการโอนเงินจากธนาคาร 3  แห่ง ในสิงคโปร์สิงคโปร์หลายบัญชี ปรากฏว่า เงิน 300 ล้านบาท มาจากบัญชีของ พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน และอีก 1,200 ล้านบาท มาจากบัญชีของวินมาร์คในสิงคโปร์

          นอกจากนั้น จากการตรวจสอบโครงสร้างการถือหุ้นในวินมาร์ค พบว่าถือหุ้นโดยบริษัท บลูไดมอนด์ 100% ขณะที่บริษัทบลูไดมอนด์ถือหุ้นโดย "ซิเนตรา ทรัสต์" 100% โดย "ซิเนตรา ทรัสต์" มีผู้รับประโยชน์ 5 คน คือ พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมานพร้อมลูกทั้ง 3 คน ทั้งนี้จากหลักฐานพบว่า พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมานได้ว่ากลุ่มแมธทีสัน ทรัสต์ (Matheson Trust) ในฮ่องกงเป็นผู้จัดการบริหารเรื่องนี้ทั้งหมดโดยให้บริษัทหนึ่งเป็นผู้ถือ หุ้น อีกบริษัทหนึ่งเป็นกรรมการและอีกบริษัทเป็นผู้ติดต่อธนาคาร ซึ่งได้ชี้แจงต่อศาลว่า นอกจากจะเห็นสัญญาบริหารแล้ว ยังดูด้วยว่า บริษัทเหล่านี้ใครเป็นคนสั่งการให้ดำเนินธุรกรรมต่าง ๆ

          นางวรัชญา กล่าวถึงการตรวจสอบข้อมูลของธนาคารพาณิชย์ทั้ง 3 แห่งในต่างประเทศว่า เอกสารหลักฐานที่เปิดบัญชีทั้ง 5 บริษัท คือ วินมาร์ค, บลู ไดมอนด์, แวลู แอสเซท ฟันด์, ออฟชอร์ ไดนามิก และโอเวอร์ซีโกลท ฟันด์ ทุกบัญชีจะระบุทั้ง 2 คน คือ พ.ต.ท.ทักษิณหรือคุณหญิงพจมานหรือคนใดคนหนึ่งเป็นเจ้าของบัญชี โดยกฎหมายการป้องกันการฟอกเงินในต่างประเทศ จะเข้มงวดกว่าไทยมาก ในการเปิดบัญชีธนาคารพาณิชย์จะต้องตรวจสอบบุคคลเจ้าของบัญชีอย่างเข้มงวด หากมีความเสี่ยงมากจะยิ่งวิเคราะห์อย่างละเอียด โดยเฉพาะอาชีพนักการเมือง ถือว่า เป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงสูง เพราะการทุจริตคอร์รัปชั่น ถือเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญของการฟอกเงิน ทำให้สามารถรู้ข้อมูลเจ้าของบัญชีได้ชัดเจน ส่วนสภาพแวดล้อมอื่น จะดูจากการลงทุนของวินมาร์คในไทย ที่พบว่า เป็นผู้ถือหุ้นในกลุ่มครอบครัวชินวัตรคือถือหุ้นจำนวน 54 ล้านหุ้นหรือ 1.8% ในบริษัทชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

          "ก.ล.ต.ไม่เคยเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้ เนื่องจากข้อมูลรายละเอียดมาจากต่างประเทศที่ให้ความช่วยเหลือ แต่มีข้อตกลงตามกฎหมายที่จะให้เฉพาะในศาลเท่านั้น ศาลได้ถามข้อเท็จจริงและได้ชี้แจงในข้อตกลงดังกล่าวไปแล้ว ตามข้อตกลง หากมีผู้มีอำนาจตามกฎหมายเรียกร้องให้เปิดเผยจึงจะทำได้ ศาลได้ยืนยันให้พูดและได้ชี้แจงว่าพยานหลักฐานเหล่านี้ได้ส่งให้กรมสอบสวน คดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ไปหมดแล้ว ตัวผู้ถูกกล่าวถึงเอง ทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมานเองก็ยังไม่เคยเห็นข้อมูลเหล่านี้ และทั้ง 2 ยังสามารถซักค้านเอกสารต่าง ๆ เหล่านี้ได้" นางวรัชญากล่าว

          อย่างไรก็ตาม ก.ล.ต.ได้ชี้แจงต่อศาลว่า ก.ล.ต.เองอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เหมือนกรณีการตรวจสอบข้อมูลของบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ใน 2 เรื่อง การปกปิดโครงสร้างผู้ถือหุ้นในแบบแสดงรายการเพื่อเสนอขายหุ้น (ไฟล์ลิ่ง) และการไม่รายงานตามแบบรายงาน 246 ของ พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เนื่องจากหากศาลชี้ว่าวินมาร์คเป็นของ พ.ต.ท.ทักษิณจริง จะทำให้เห็นว่าไม่ได้เปิดโครงสร้างผู้ถือหุ้นที่แท้จริง และหากนำหุ้นที่วินมาร์คถือ 1.8% มารวมกับที่ครอบครัวชินวัตรถือ 49% ก็มากกว่า 50% จะข้ามเส้นที่ต้องรายงานเช่นกัน ดังนั้น จะต้องจ่ายค่าปรับให้กับ ก.ล.ต.ด้วย

          ส่วนกรณีบริษัท เอสซี แอสเซท จำกัด (มหาชน) ที่ ก.ล.ต.ยื่นกล่าวโทษไป 2 กรณี คือ การปกปิดโครงสร้างผู้ถือหุ้นรวมถึงการไม่รายงานข้อมูลตามแบบ 246 นั้น นางวรัชญากล่าวว่า ถือว่าคดีจบไปแล้ว เนื่องจากอัยการมีความเห็นไม่ฟ้อง และดีเอสไอไม่ได้มีความเห็นแย้งออกไป ส่วนการจะรื้อคดีขึ้นมาอีกหรือไม่ ขณะนี้ยังไม่ทราบชัดเจนว่าสามารถกระทำได้หรือไม่ แต่ภายใต้กฎหมายหลักทรัพย์ถือว่ามีข้อจำกัด หากจะดำเนินการให้เข้มและกว้างกว่า น่าจะเป็นการยื่นฟ้อง ป.ป.ช.มากกว่า


ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คมชัดลึก

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ก.ล.ต.แฉ ทักษิณ-พจมาน ตั้งกองทุนลับ ซีเนตรา ทรัสต์ อัปเดตล่าสุด 21 พฤศจิกายน 2552 เวลา 15:33:01 18,510 อ่าน
TOP
x close