
กก.สิทธิขู่ฟ้องUN หลักฐานอ่อน เขมรจับวิศวะไทย (ไทยรัฐ)
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ขู่ฟ้อง อาเซียนและยูเอ็น หากเขมร ทำผิดหลักสิทธิมนุษยชนสากล ช่วงควบคุมตัว วิศวกรไทย หรือมีการนำหลักฐานที่ไม่มีน้ำหนัก มาใช้ปรักปรำ ...
นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ไทยรัฐออนไลน์ ยืนยัน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมยื่นเรื่องฟ้องร้องต่อทั้งองค์กรสิทธิมนุษยชนอาเซียน และ องค์กรสิทธิมนุษยชน ขององค์การสหประชาชาติ ทันที หากพบว่าทางฝ่ายกัมพูชา ได้มีการกระทำผิดหลักสิทธิมนุษยชนสากลในช่วงระหว่างการควบคุมตัว นายศิวรักษ์ ชุติพงศ์ วิศวกรชาวไทย ที่ถูกจับกุมตัว ในข้อกล่าวหาขโมยตารางการบินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หรือหากมีการตรวจสอบพบว่า มีการใช้หลักฐานที่ไม่ชัดเจนหรือเหมาะสมเพียงพอสำหรับการนำมาใช้กล่าวหา นายศิวรักษ์ เพราะหากเป็นเช่นนั้นจริงก็เท่ากับว่าเป็นการกลั่นแกล้งนายศิวรักษ์ โดยไม่มีมูล
ส่วนมองว่าประเด็นการจับกุมตัวนายศิวรักษ์ ในครั้งนี้ มีความเชื่อมโยงกับเกมการเมืองหรือไม่นั้น นพ.นิรันดร์ กล่าวว่า โดยส่วนตัวมั่นใจมาตั้งแต่แรกแล้วประเด็นการจับกุมตัวนายศิวรักษ์ เป็นประเด็นการเมือง อยู่เบื้องหลัง โดยมีจุดประสงค์สำคัญเพื่อหวังนำประเด็นดังกล่าวไปสู่การสร้างเงื่อนไขการทำสงครามกลางเมือง รวมถึงเพื่อสร้างเครดิตให้กับตัวเอง และเป็นประโยชน์ในการดิสเครดิต นายกรัฐมนตรี
นอกจากนี้ หลักฐานเรื่องที่ทางฝ่ายกัมพูชาเอ่ยอ้าง เรื่องการขโมยข้อมูลการบินของ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น โดยส่วนตัวมองว่า ข้อมูลดังกล่าวถือเป็นเพียงตารางการบินธรรมดาที่ใครก็สามารถจะเข้าถึงได้ ไม่น่าจะเป็นข้อมูลลับที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของกัมพูชาได้แต่อย่างใด เพราะฉะนั้นจึงไม่น่าจะมีน้ำหนักเพียงพอในการกล่าวหา ซึ่งทำให้ตนเองมีความเชื่อมั่นว่า เมื่อใดก็ตามที่คดีของวิศวกรชาวไทย ถูกนำขึ้นพิจารณาในกระบวนการยุติธรรม ก็คงไม่แตกต่างจากคดีที่รัฐบาลทหารพม่า เข้ากล่าวหานางอองซานซูจี แน่นอน และเมื่อถึงเวลานั้น ชาวโลกก็จะเข้าใจได้เองว่า การกระทำของนายกรัฐมนตรีฮุนเซน ที่มีต่อนายศิวรักษ์ นั้น เป็นการกลั่นแกล้งเพื่อหวังผลทางการเมืองหรือไม่
ซึ่งจากเหตุที่มีการเมืองแฝงเข้ามาเกี่ยวข้องในคดีดังกล่าวนี้เอง เป็นเหตุให้ทางองค์การสิทธิมนุษยชนต้องใช้ความละเอียดรอบคอบและความระมัดระวังอย่างสูงในการที่จะดำเนินการอย่างใด ๆ ก็ตามเพื่อจะให้ความช่วยเหลือนายศิวรักษ์ เพราะมิเช่นนั้นอาจตกเป็นเหยื่อของ ผู้ที่อยู่เบื้องหลังแผนดังกล่าว นำไปใช้บิดเบือนหรือขยายผล จนส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ มากยิ่งขึ้นได้
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก





