HILIGHT NEWS

ความรุนแรงต่อ “เด็กและสตรี” ภัยเงียบที่ไม่ควรนิ่งเฉย

รับแจ้งเตือนข่าวใหม่ ประเด็นฮิตทางมือถือ ฟรี คลิกที่นี่ <<


ความรุนแรงต่อ “เด็กและสตรี” ภัยเงียบที่ไม่ควรนิ่งเฉย


          ความรุนแรงที่เกิดขึ้นต่อเด็กและสตรี ไม่ใช่สิ่งที่สังคมจะต้องนิ่งเฉยอีกต่อไป เพราะนับวันปัญหาเหล่านี้มีแต่จะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แม้จะมีการรณรงค์จากหลายหน่วยงาน แต่ก็ยังไม่ว่างเว้นที่จะมีข่าวการประทุษร้ายร่างกายเด็กและสตรีให้เห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ด้วยค่านิยมชายเป็นใหญ่ในสังคม ทำให้ความรุนแรงยังคงมีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง 

          ด้วยเหตุนี้ สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว จึงได้จัดเสวนาพิเศษหัวข้อ “ปัญหาความรุนแรงต่อเด็กและสตรี...ภัยเงียบในสังคม” ขึ้น โดยใช้สัญลักษณ์ “ริบบิ้นขาว” ที่หมายถึง การร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการหยุดยั้ง และยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี โดยคาดหวังหลังเสวนาครานี้ จะเป็นกระบอกเสียงให้สังคมได้รับรู้ถึงภัยเงียบที่ยังเกิดขึ้นทุกอณูในสังคม 

          กิ่งแก้ว อินหว่าง รองผู้อำนวยการสำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กล่าวว่า ปัจจุบันปัญหาความรุนแรงต่อเด็กและสตรี เป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาประเทศ ขณะเดียวกันส่วนรวมก็ยังขาดความเข้าใจ และตระหนักถึงปัญหา เป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำไม่ได้รับการช่วยเหลือเท่าที่ควร กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จึงมอบหมายให้สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงดังกล่าว 

          “คนที่กระทำความรุนแรงในสังคมมีแต่น้อย ส่วนใหญ่จะเป็นสุภาพบุรุษกัน เพราะแบบนี้เราอยากจะเชิญชวนให้ผู้ชาย มารณรงค์ถึงการกระทำความรุนแรงเพื่อให้ปัญหาหมดไป เราก่อตั้งศูนย์ช่วยเหลือเด็กและสตรีในภาวะวิกฤติ ซึ่งจะก่อตั้งอยู่ในโรงพยาบาลต่างๆ และกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดให้มีการจัดตั้งศูนย์เหล่านี้ 109 แห่งทั่วประเทศ อีกทั้งยังมีการบริการด้านสวัสดิการสังคม เช่น การจัดหาที่พักชั่วคราวให้กับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรง ที่บ้านเด็กและครอบครัว 24 แห่งทั่วประเทศ ตอนนี้เรากำลังเสนอร่างพระราชบัญญัติ ป้องกันและแก้ไขความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการจัดการกับปัญหาความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นภายในครอบครัวได้เป็นอย่างดี” กิ่งแก้ว เสนอแนะแนวทางการแก้ปัญหา 

          ด้าน ปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรี กล่าวว่า ความรุนแรงในเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับผู้บริสุทธิ์ ไม่มีทางจะลดน้อยลงและต้องทนเจ็บอยู่ตลอดเวลา เพราะเหยื่อบริสุทธิ์เหล่านี้ ไม่กล้าออกมาเปิดเผย อีกทั้งไม่รู้จะพึ่งพาใคร เพราะกลไกของรัฐไม่สามารถคุ้มครองเหยื่อได้ ถึงเวลาแล้วที่ความรุนแรงจะไม่ใช่เรื่องส่วนตัวอีกต่อไป ทุกคนในสังคมจะต้องจดจำคำ 3 คำให้ได้ 1.ไม่ยอมรับ หมายถึงไม่สนับสนุนการกระทำที่รุนแรง 2.ไม่กระทำ คือไม่เป็นผู้ลงมือกระทำเอง 3.ไม่นิ่งเฉย เมื่อรับรู้แล้วก็ไม่ควรเพิกเฉยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 

          อดีต ส.ส.พรรคชาติไทย “แบม” จณิสตา ลิ่วเฉลิมวงศ์ กล่าวว่า การรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี อาจะเป็นหยดน้ำในทะเล แต่ถ้ากระทำอย่างต่อเนื่องและผู้คนในสังคมร่วมกันรับรู้ พร้อมช่วยกันแก้ไขปัญหาเหล่าไปพร้อมๆ กัน จะเป็นการสร้างกระแส ทำให้เกิดความตื่นตัว และให้ความสำคัญกับปัญหาที่เกิดขึ้น 

          “ภาครัฐบาลอาจจะมีการกำหนดนโยบายเพื่อช่วยเหลือปัญหาความรุนแรงเหล่านี้ และทางสื่ออาจจะเป็นสื่อกลางในการนำเสนอ พร้อมใจกันตีแผ่ผลที่จะเกิดตามมาที่หลัง เพื่อให้ผู้หญิงทุกคนรู้จักป้องกันตัวเองให้มากขึ้น และผู้ชายรู้จักเคารพสิทธิของผู้หญิง ส่วนตัวแบมเคยเป็นที่ปรึกษากระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มาก่อน และเคยเป็นประธานกรรมการการจัดการณรงค์เรื่องเกี่ยวกับสิทธิสตรี มาแล้ว และเคยเสนอแง่กฎหมายร่างพระราชบัญญัติขจัดความรุนแรงในครอบครัว แต่เพราะรัฐบาลชุดเก่าถูกยึดอำนาจไป ทำให้การร่างพระราชบัญญัตินี้ยังไม่ผ่านการพิจารณา” แบม เล่าถึงร่างพระราชบัญญัติที่เคยตั้งใจทำเอาไว้ในอดีต 

          สำหรับงานกิจกรรม “รณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี ประจำปี 2549” ในวันที่ 23 พฤศจิกายน ที่มาบุญครอง โดยกิจกรรมหลักมุ่งเน้นให้สุภาพบุรุษมารวมพล เพื่อปฏิญาณตนยุติความรุนแรง จากนั้นวันที่ 24-26 พฤศจิกายน ยังจัดกิจกรรม “สัปดาห์รณรงค์วันยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี” ซึ่งจะมีการนำของรักของคนดังมาประมูล เพื่อนำรายได้มาช่วยเหลือมูลนิธิปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรี ที่ชั้น 3 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ด้วย 

          เห็นทุกฝ่ายร่วมมือร่วมใจกันอย่างนี้ อนาคตปัญหาความรุนแรงต่อเด็กและสตรี คงยุติลงในเร็ววันนะคะ 


ข้อมูลจาก

ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต ไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

เรื่องอื่นๆ
  1. ครีมกันแดด...รับลมหนาว
  2. “ลีเดีย” ทำตามฝัน เตรียมตัวเรียนฮาร์วาร์ด
  3. ซิทอัพขับไล่พุง
  4. พระกระโดดล็อกคอจับโจร
  5. “หมิว” โต้เตียงหัก! เตือน “ใครอย่ายุ่งสุ่มสี่สุ่มห้า”
  6. สนธิอ้างบุชเข้าใจปฏิวัติไทยดี อารมณ์ดีจะเลิกอัยการศึกสิ้นปี
  7. ตำนานสยองของมนุษย์หมาป่า
  8. หมดอายุ...แต่ไม่หมดสวยด้วย “โยเกิร์ต”
  9. ทำไมวัยรุ่น ถึงใช้เงินเก่ง
  10. “วังน้ำยม” นัดกลุ่มก๊วนคุยตั้งพรรคใหม่

เรื่องน่าสนใจ