
เทพไท เผยแผนเสื้อแดง 12 มีนา 12 นาฬิกา (พรรคประชาธิปัตย์)
นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวที่พรรคฯ ถึงเรื่องการชุมนุมของกลุ่มนปช. ซึ่งขณะนี้ได้มีการเคลื่อนไหวในต่างจังหวัด แต่ที่น่าสนใจคือในการชุมนุมมีการปลุกกระแสเร่งเร้าสถานการณ์ให้รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ในคืนที่ผ่านมามีการชุมนุมที่ จ.นครราชสีมา แกนนำของคนเสื้อแดงได้ขึ้นปราศรัยบนเวทีในลักษณะที่หมิ่นเหม่ต่อการกระทำผิดกฎหมาย และยั่วยุ ปลุกปั่นประชาชนแทบทุกคน เริ่มต้นจากการวิดีโอลิงค์ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ด้วยการใช้มุกเดิม ๆ นั่นคือการใช้นโยบายปลดหนี้ ยาเสพติด และการสร้างงาน สร้างความหวัง ให้กับพี่น้องประชาชน พ.ต.ท.ทักษิณ คงตระหนักดีว่าการชุมนุมของคนเสื้อแดงครั้งนี้ ไม่ได้รับการยอมรับจากคนกรุงเทพฯ จึงพยายามเสนอผลประโยชน์แลกเปลี่ยนกับคนกรุงเทพฯ ด้วยการประกาศว่าน้ำจะท่วมกรุงเทพฯ ถ้าตนเองกลับมาก็จะสร้างเขื่อนรอบกรุงเทพฯ เพื่อช่วยคนกรุงเทพฯ นั้น นายเทพไทกล่าวว่า เรื่องเหล่านี้เป็นลูกไม้ตื้น ๆ ของพ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเป็นบุคคลที่ใช้กุศโลบายในการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กับพี่น้องประชาชน เพื่อหวังให้ได้คะแนนนิยม
นายเทพไทก ล่าวต่อไปว่า สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นก็คือ พ.ต.ท.ทักษิณ พูดถึงเรื่องคนรักษาโรค 30 บาท ที่มาอาสาตัวติดระเบิดพลีชีพ ให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งการพูดในลักษณะนี้เป็นการพูดเพื่อชี้โพรงให้กระรอก พยายามสร้างกระแสให้มีความรุนแรงใช่หรือไม่ มิเช่นนั้นก็ไม่ควรหยิบเอาเรื่องระเบิดพลีชีพมาใช้สร้างกระแสของคนเสื้อแดง เพราะท่ามกลางกลุ่มฮาร์ดคอร์นั้นประกาศที่จะใช้ความรุนแรงอยู่ตลอดเวลา
นายเทพไทกล่าวถึงผู้ปราศรัยคนที่ 2 คือนายอดิศร เพียงเกศ ว่าได้กล่าวจาบจ้วงถึงประธานองคมนตรี ในลักษณะบอกว่า "ถ้าหากว่าการชุมนุมได้รับชัยชนะ ก็จะจับพล.อ.เปรม มาแขวนคอที่สนามหลวง" รวมไปถึงว่าหากเป็นเช่นนี้ประเทศไทยจะต้องมี 2 รัฐบาล ถ้าจะแบ่งประเทศก็ต้องยอม ซึ่งการพูดลักษณะนี้ตนเห็นว่าเป็นการพูดในลักษณะที่หมิ่นเหม่ต่อการกระทำผิดกฎหมายเป็นอย่างยิ่ง
"คุณวีระ มุสิกพงษ์เอง ได้ปราศรัยบนเวที ปลุกให้คนปฏิวัติประชาชนเพื่อสร้างรัฐไทยใหม่ ซึ่งก็เป็นคำถามไปยังแกนนำคนเสื้อแดงว่า คำว่ารัฐไทยใหม่นั้น คืออะไร การที่คุณจตุพร ได้ปราศรัยบนเวทีจาบจ้วงองคณะผู้พิพากษาคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ พูดถึงกระบวนการศาลที่ไม่ยุติธรรมต่อพ.ต.ท.ทักษิณ ผมคิดว่าเป็นคำพูดที่ล่วงละเมิดต่ออำนาจศาล ซึ่งผมคิดว่าในส่วนของศาลจะต้องเข้ามาดูในเรื่องรายละเอียดว่า ศาลสามารถที่จะเอาผิดได้หรือไม่ คุณณัฐวุฒิได้ประกาศเรื่องสงครามชนชั้น และยกถึงการต่อสู้ของวรรณะ ในประเทศอินเดีย พูดถึงการแบ่งแยกวรรณะ กษัตริย์ พรหมณ์ แพศย์ และศูทร รวมไปถึงการพูดถึงวรรณจันฑาล และมาเทียบเคียงกับสถาบันองคมนตรี ซึ่งผมคิดว่าเป็นการใช้คำที่ไม่เหมาะสมกับสถาบันองคมนตรี ซึ่งเป็นสถาบันที่ทำงานใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทเป็นอย่างยิ่ง"
นายเทพไทกล่าวว่าทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่คนเสื้อแดงพยายามปลุกเร้าให้มวลชนมีอารมณ์ร่วมฮึกเหิม เพื่อจะนำคนเหล่านี้มาสู่กรุงเทพฯ ตนจึงอยากเรียกร้องให้แกนนำที่จะนำมวลชนเข้ามาในกรุงเทพฯ จะต้องรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น
"บทเรียนของการเคลื่อนไหวตอนสงกรานต์เลือดชัดเจน รวมถึงการระดมคนเสื้อแดงมาต่อต้านกลุ่มพันธมิตร ในครั้งก่อน และมีการปะทะกันล้มตาย ผมอยากจะถามว่าใครรับผิดชอบ นี่คือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นของคนเสื้อแดงและเกิดการปะทะ เกิดความเสียหายล้มตายกัน ผมอยากจะถามว่าชีวิตของคนที่ตายไปตอนการปะทะกันนั้น ได้รับการชดใช้ได้รับการดูแล และแกนนำของคนเสื้อแดงนั้น แสดงความรับผิดชอบอย่างไรหรือไม่" นายเทพไทกล่าว
นอกจากนี้นายเทพไทยังตั้งข้อสังเกตว่า ทุกครั้งที่มีการเคลื่อนไหวระดมคนมาชุมนุมมาก ๆ ตั้งแต่ตอนจลาจลสงกรานต์ จะเห็นว่าญาติพี่น้องของพ.ต.ท.ทักษิณ ขณะนั้นเดินทางออกนอกประเทศทั้งหมด การก่อความรุนแรงตอนสงกรานต์ ก่อนถึงการสลายการชุมนุม จะเห็นได้ว่าแกนนำการชุมนุมอย่างนายจักรภพ เพ็ญแขได้หนีทิ้งมวลชนไปตั้งแต่บัดนั้นจนบัดนี้
"อยากจะถามว่าตอนนั้นที่มีการสลายการชุมนุม คุณจตุพรหายหัวไปไหน กลับมาอาศัยคราบเอกสิทธิ์ของการเป็นส.ส. มาเป็นเกาะกำบังตัวเอง" นายเทพไทกล่าว
นายเทพไทระบุว่ารัฐบาลพยายามที่จะใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อเข้าไปควบคุมความเคลื่อนไหวไม่ให้เกิดความรุนแรง และอยากให้พี่น้องประชาชนได้เชื่อมั่นว่าสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 12 14 มี.ค. ตามที่แกนนำคนเสื้อแดงพยายามที่จะโหมกระแสนั้น รัฐบาลได้มีการเตรียมพร้อมที่จะรับมือขอเพียงแต่พี่น้องประชาชนให้ความร่วมมือ เป็นหูเป็นตากับรัฐบาลและอย่าตกเป็นเครื่องมือการโฆษณาชวนเชื่อของคนเหล่านี้
นอกจากนี้นายเทพไท ยังได้โชว์ผู้สื่อข่าวถึงแผนการชุมนุมใหญ่ นปช. อีกด้วย พร้อมทั้งกล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลมีความพร้อมมากกว่าเหตุการณ์ช่วงสงกรานต์เลือด สำหรับแผนการเคลื่อนไหวช่วง 12 14 มี.ค. "12 มี.ค. 12 นาฬิกา ลั่นกลองศึก เขย่าขวัญอำมาตย์" กล่าวถึงภารกิจการชุมนุม การปฏิบัติในต่างจังหวัด การเคลื่อนไหวในกรุงเทพ ฯ ปริมณฑลรวมทั้งการสื่อสารผ่านสถานีพีเพิลชาแนล และเครือข่ายวิทยุชุมชนที่มีนายอดิศร เพียงเกศ และนายณัฐวุฒิ ไสเกื้อเป็นผู้รับผิดชอบ
สำหรับการปูดข่าวของพรรคเพื่อไทยว่า รัฐบาลเตรียมแผนที่จะสกัดคนเสื้อแดงไม่ให้มาชุมนุมในกรุงเทพฯ นั้น นายเทพไทกล่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า รัฐบาลจะไม่ปิดกั้น ไม่สกัด ถ้าหากว่าการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงเข้าสู่กรุงเทพฯ ไม่ผิดกฎหมาย แต่ที่รัฐบาลบอกว่าการนำรถอีแต๋นเข้ามาเป็นเรื่องผิดกฎหมายนั้น ตนเห็นว่าเป็นการผิดกฎหมายพรบ. ขนส่งทางบกของกรมการขนส่งทางบกชัดเจน ส่วนการกล่าวหาว่าจะมีการโรยตะปู เจาะยางกลุ่มเสื้อแดงที่เดินทางมานั้น ตนเห็นว่าเป็นการปูดข่าวในลักษณะสร้างจิตวิทยา หรือสร้างความโกรธแค้นให้กับคนเสื้อแดงมากกว่า
ส่วนการที่แกนนำคนเสื้อแดงไปพยายามปลุกปั่นองค์กรพุทธศาสนาให้มาเคลื่อนไหว โดยการอ้างว่าจะมีภิกษุเข้าร่วมชุมนุมประมาณ 20,000 คนนั้น นายเทพไทกล่าวว่า วันนี้ได้รับการปฏิเสธชัดเจนจากวัดธรรมกาย และวัดแก้วฟ้า ว่าพระภิกษุ สงฆ์ จะไม่เข้าร่วมการชุมนุมอย่างแน่นอน ทั้งนี้ตนก็ไม่อยากให้วัดอื่น ๆ ตกเป็นเหยื่อของสถานการณ์ที่จะสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นในพุทธศาสนา
นายเทพไท ยังยืนยันด้วยว่า การเดินทางเยือนประเทศออสเตรเลีย ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในระหว่างวันที่ 13-17 มีนาคมนี้ ไม่ได้เป็นการหนีปัญหาท่ามกลางการเคลื่อนไหวทางการเมือง เพราะเป็นกำหนดการที่วางแผนไว้ล่วงหน้า และการเดินทางครั้งนี้ จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนานาประเทศ ว่าสถานการณ์ยังเป็นปกติ และรัฐบาลสามารถจัดการกับปัญหาทาการเมืองได้
ขอขอบคุณข้อมูลจาก พรรคประชาธิปัตย์
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก สำนักข่าวไทย





