
นาย สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี
รองฯสุเทพ บอกปรองดองอยู่ที่ ทักษิณ (ไอเอ็นเอ็น)
รองนายกฯ สุเทพ ชี้ การปรับโครงสร้างพรรคเพื่อไทย และ แผนปรองดองขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ พ.ต.ท.ทักษิณ พร้อมโวย จตุพร เพ้อเจ้อ หลังเตรียมนำคดีชุมนุมทางการเมืองฟ้องศาลโลก เชื่อ รัฐบาลซาอุฯ จะเข้าใจหลังทำหนังสือแจง กรณี ตั้ง พล.ต.ท.สมคิด เป็น ผช.ผบ.ตร. แล้ว ขณะไม่เชื่อ OIC จะบอยคอตไทย
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง กล่าวถึงกระบวนการเดินหน้าแผนปรองดอง จากกรณีที่พรรคเพื่อไทย จะมีการปรับเปลี่ยนหัวหน้าพรรค และโครงสร้างพรรคใหม่ว่า ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการ ตัดสินใจของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้เห็นว่าการเจรจาไม่ใช่เรื่องยากหาก พ.ต.ท.ทักษิณ มีความตั้งใจจริง และหากนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ได้กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง และจะใช้ความสัมพันธ์ ในฐานะเครือญาติ นำไปสู่การปรองดองได้หรือไม่นั้น นายสุเทพกล่าวว่า ส่วนตัวตนกับนายยงยุทธ เป็นคนรู้จักคุ้นเคย กันดี เพราะเป็นคนสุราษฎร์ธานีเหมือนกัน แต่เมื่อนายยงยุทธ มาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ก็คงต้องฟัง พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่แล้ว ส่วนกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย จะนำคดีชุมนุมทางการเมือง ขึ้นสู่กระบวนการศาลโลกนั้น เห็นว่าเป็นเรื่องเพ้อเจ้อรายวัน ของนายจตุพร ซึ่งประชาชนไม่ควรวิตกกังวล เพราะกระบวนการยุติธรรมของไทยมีมาตรฐาน
ส่วนการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง ทั่วโลกในวันที่ 19 กันยายน นี้นั้น รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงเชื่อว่า จะไม่ ส่งผลกระทบกับภาพลักษณ์ของประเทศไทย ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี อีกหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับประชาชน
นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง ยังไม่ได้รับรายงานว่า ประเทศซาอุดีอารเบีย จะตัดความสัมพันธ์กับประเทศไทย ซึ่งตนเองได้ทำเอกสารชี้แจงไปแล้ว ก็เชื่อว่ารัฐบาลของประเทศซาอุดีอาระเบีย จะเข้าใจ ขณะเดียวกัน ไม่คิดว่า องค์การการประชุมอิสลาม หรือ OIC จะบอยคอตประเทศไทยด้วย ซึ่งเรื่องดังกล่าวควรให้ กระทรวงการต่างประเทศ ดำเนินการ ส่วนกรณีที่ สมาพันธ์ครู 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่า สถานการณ์ภาคใต้ขณะนี้ ยังมีความรุนแรงอยู่นั้น ตนจะไปประชุมฝ่ายความมั่นคง เพื่อปรับปรุงมาตรการในการรักษาความปลอดภัยของครูให้ดีที่สุด ส่วนการที่ยังไม่สามารถตั้งกองพลทหารราบที่ 15 ได้นั้น จะไปสอบถามกับ กองทัพบก ให้ แต่เห็นว่าการตั้งหน่วยงานใหม่ มีปัญหามากเป็นธรรมดา ทั้งในส่วนของที่ตั้งกำลังพล และงบประมาณ ขณะที่ยอมรับว่า การแก้ไขปัญหาในภาคใต้ ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีหลายประเด็นที่ซับซ้อน จึงต้องพยายามแก้ไขทีละประเด็น

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก รัฐบาลไทย






