HILIGHT NEWS

ลิเบียเผยกองทัพพันธมิตร สังหารประชาชนกว่า 100

รับแจ้งเตือนข่าวใหม่ ประเด็นฮิตทางมือถือ ฟรี คลิกที่นี่ <<



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก zimbio.com, ไทยโพสต์ , wordpress.com
        
            ทางการลิเบีย ออกมาเผยว่า มีประชาชนผู้บริสุทธิ์ เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของกองทัพพันธมิตร ในปฏิบัติการโจมตีกรุงตริโปลี ครั้งล่าสุด

            เจ้าหน้าที่รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลของลิเบีย เปิดเผยว่า มีประชาชนเสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศใน 5 วัน ที่ผ่านมา เกือบ 100 คน ซึ่งเป็นการโจมตีโดยมุ่งเป้าไปที่บ้านเรือนของประชาชน และเป้าหมายทางการทหาร แต่ทางการลิเบีย ได้ปฏิเสธที่จะพาผู้สื่อข่าวไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ

            นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ของลิเบีย ได้กล่าวหาชาติตะวันตกว่า กำลังต่อสู้ในฝั่งเดียวกันกับกลุ่มกบฏ ขณะที่เจ้าหน้าที่ของกองทัพพันธมิตรได้ยืนยันว่า การโจมตีทั้งหมดไม่มีประชาชนเสียชีวิตในเขตปฏิบัติการบังคับห้ามบินเหนือน่านฟ้าลิเบีย

            โดยก่อนหน้านี้ ได้มีการเปิดเผยว่ากองทัพอากาศลิเบียถูกทำลายย่อยยับ ฝรั่งเศสลั่นเดินหน้าบดขยี้กำลังทางบกต่อ อ้างข้อมติยูเอ็นอนุมัติให้ใช้วิธีการคุ้มครองพลเรือน บิ๊กทหารสหรัฐประกาศจัดตั้งเขตห้ามบินสำเร็จ นาโตยังไม่รับเป็นเจ้าภาพยุทธการ ตุรกีจวกมหาอำนาจหวังฮุบน้ำมัน ไทยยันไม่มีนโยบายส่งทหารร่วมโจมตี

            เมื่อวันพฤหัสบดี เครื่องบินรบของชาติตะวันตกได้โจมตีลิเบียเป็นคืนที่ห้า แต่ยังไม่สามารถหยุดยั้งรถถังของกัดดาฟีที่กำลังระดมยิงใส่เมืองต่าง ๆ ที่พวกกบฏยึดครองอยู่ได้ กำลังทหารของผู้นำลิเบียได้กลับเข้าไปในมิสราตา เมืองใหญ่อันดับสาม โดยเปิดฉากยิงใส่ในบริเวณใกล้กับโรงพยาบาล และพลซุ่มยิงหรือสไนเปอร์ได้สังหารประชาชน 16 คน ขณะในกรุงตริโปลีมีเสียงระเบิดดังขึ้นในช่วงฟ้าสาง มีกลุ่มควันลอยขึ้นจากฐานทัพแห่งหนึ่ง

            เจ้าหน้าที่ของลิเบียได้พาผู้สื่อข่าวไปดูสภาพศพที่ไหม้เกรียม 18 ศพ ซึ่งถูกระบุว่า เป็นของทหารและพลเรือนที่ถูกโจมตีโดยเครื่องบิน และจรวดของชาติตะวันตกในช่วงคืนที่ผ่านมา ขณะที่ผู้บัญชาการทหารของสหรัฐผู้หนึ่งเผยว่า สามารถจัดตั้งเขตห้ามบินในพื้นที่ชายฝั่งของลิเบียเรียบร้อยแล้ว และจะเปลี่ยนเป้าไปโจมตีพวกรถถังของกัดดาฟีต่อไป ซึ่งในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พันธมิตรได้ส่งเครื่องบินขึ้นบิน 175 เที่ยว ในจำนวนนี้เป็นการบินของสหรัฐ 113 เที่ยวบิน

            อังกฤษเผยว่า ได้ยิงจรวดนำวิถีโทมาฮอว์กจากเรือดำน้ำเข้าใส่ระบบป้องกันภัยทางอากาศของ ลิเบีย ขณะพลอากาศโทเกร็ก แบ็กเวลล์ ของอังกฤษ บอกว่า กองทัพอากาศของลิเบียได้ถูกทำลายแทบทั้งหมดแล้ว และไม่สามารถทำการสู้รบได้อีกต่อไป

            รัฐมนตรีกลาโหมของฝรั่งเศส เจอราร์ด ล็องเกต์ กล่าวว่า ฝรั่งเศสได้ทำลายรถหุ้มเกราะของลิเบีย 10 คันในช่วง 3 วันที่ผ่านมา  และว่า ข้อมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติระบุว่า ชาติพันธมิตรสามารถใช้ทุกวิธีการในการปกป้องพลเรือน

            ทางด้าน นาโต ยังคงตกลงกันไม่ได้ในเรื่องการรับโอนภารกิจการบัญชาการรบจาก สหรัฐ เนื่องจากตุรกีคัดค้าน ซึ่งการรับโอนภารกิจนี้ ต้องได้รับความเห็นชอบเป็นเอกฉันท์จากชาติสมาชิกนาโต ทั้ง 28 ประเทศ การเจรจาของนาโตจะมีขึ้นอีกครั้งที่กรุงบรัสเซลส์ในวันพฤหัสฯ  ตุรกีไม่ต้องการให้นาโตเข้ารับผิดชอบในยุทธการเชิงรุกซึ่งอาจทำให้พลเรือน เสียชีวิต หรือรับผิดชอบในการบังคับใช้เขตห้ามบิน ในขณะที่เครื่องบินของพันธมิตรยังคง ทิ้งระเบิดใส่กองทัพของลิเบียอย่างต่อเนื่อง

            นายกรัฐมนตรีตุรกี เทย์ยิป เออร์โดกัน กล่าวในการแถลงข่าวที่กรุงอิสตันบุล โจมตีฝรั่งเศสว่า ประเทศที่เคยลังเลที่จะรับตุรกีเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปได้พูดถึง "ครูเสด" ในลิเบีย "ผมหวังจะให้ประเทศที่มองเห็นแต่น้ำมัน เหมืองทองคำ และขุมทรัพย์ใต้ดินได้มองภูมิภาคนั้นด้วยจิตสำนึก" วันเดียวกัน ประธานาธิบดีตุรกี กล่าวขณะเยือนแอฟริกาตะวันตกว่า พันธมิตรบางประเทศมีเป้าหมายแอบแฝง ลิเบียจะถูก "ปล้นสะดม" เหมือนอิรัก

           เลขาธิการสหประชาชาติ บัน กีมูน ได้เรียกร้องอีกครั้งหนึ่ง ขอให้ทุกฝ่ายในลิเบียหยุดยิง คณะมนตรีความมั่นคงมีกำหนดจะประชุมกันในวันพฤหัสฯ ทั้งนี้ กองกำลังชาติพันธมิตรอาศัยข้อมติที่ 1973 ซึ่งอนุมัติให้ใช้ "ทุกวิธีการที่จำเป็น" เพื่อคุ้มครองพลเรือนที่กำลังสู้รบเพื่อโค่นล้มกัดดาฟี รวมทั้งบังคับใช้เขตห้ามบิน


            ที่กรุงเบอร์ลิน โฆษกของชาติพันธมิตร เบเวอร์ลี ม็อก รายงานว่า การโจมตีทางอากาศในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาได้พุ่งเป้าไปที่รถถัง ชุดปืนต่อสู้อากาศยาน และศูนย์บัญชาการต่างๆ ส่วนที่กรุงปารีส ผู้แทนของสภาชั่วคราวฝ่ายกบฏลิเบีย มันซูร์ ซาอิฟ อัลนัสเซอร์ บอกว่า พวกตนต้องการให้ลิเบียมีระบอบปกครองที่เป็นประชาธิปไตยและเป็นแบบทางโลกย์ ซึ่งไม่นำศาสนามาเกี่ยวข้องกับการปกครอง และทำนายว่า กัดดาฟีจะถูกโค่นอย่างรวดเร็ว สภาชั่วคราวนี้มีสมาชิก 31 คน

            ขณะที่นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงว่า ไทยมีพันธกรณีต้องปฏิบัติให้สอดคล้องกับมติของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ตามกฎบัตรข้อที่ 25 ของยูเอ็น  โดยมติยูเอ็นเอสซีให้ออกมาตรการคว่ำบาตรต่อผู้นำลิเบียและเครือญาติ ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติรับทราบ และมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปพิจารณาดำเนินการให้สอดคล้องกับกฎหมายของไทย แต่ยืนยันว่า รัฐบาลไทยไม่มีนโยบายจะส่งกองกำลังไปโจมตีประเทศอื่น






[24 มีนาคม] กัดดาฟี โผล่! กล่อมผู้สนับสนุนให้สู้ต่อ

          หลังจากที่ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือ UNSC มีมติให้ชาติพันธมิตรใช้กำลังทหารเข้าหยุดยั้งกองกำลังของ พ.อ.มูอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำลิเบีย เนื่องจากฆ่าประชาชน ตั้งแต่คืนวันที่ 19 มีนาคม ที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ยังไม่มีทีท่าว่าสถานการณ์จะคลี่คลายแต่ประการใด หนำซ้ำดูเหมือนว่าจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ 
 
          และเมื่อวันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา  พ.อ.มูอัมมาร์ กัดดาฟี  ผู้นำลิเบีย ได้ออกมาให้กำลังใจกลุ่มผู้สนับสนุนของตนเอง ในการต่อสู้กับกองกำลังนานาชาติ เป็นครั้งแรกว่า นับตั้งแต่กองกำลังชาติพันธมิตรได้เข้าโจมตีลิเบียเมื่อวันเสาร์ ที่19 มีนาคม จนถึงวันนี้ เราก็แสดงให้ชาติตะวันตกได้เห็นแล้วว่า ชาวลิเบียทุกคนพร้อมที่จะลุกขึ้นมาจับอาวุธต่อสู้ เพื่อรักษาประเทศของเรา ไม่ปล่อยให้ใครมารุกรานได้ง่าย ๆ และเชื่อว่า อีกไม่นานผู้ที่พ่ายแพ้ก็คือ พวกชาติตะวันตก ดังนั้น จึงอยากขอให้ประชาชนทุก ๆ คน อดทน และร่วมสู้ไปด้วยกันเพื่อประเทศลิเบียของเรา
นอกจากนี้ อยากเรียกร้องให้กลุ่มมุสลิมทั่วโลก ออกมาอยู่เคียงข้างกับลิเบีย ในการต่อสู้กับกองกำลังนานาชาติ ที่หมายจะเข้าครอบครองลิเบียเพื่อหาผลประโยชน์ โดยเชื่อว่า หากรัฐอิสลามทั้งหมดรวมตัวกัน ต่อสู้ชนะชาติตะวันตกแน่นอน 
 
          ขณะที่สหรัฐฯ และยุโรป ได้เดินหน้าประกาศคว่ำบาตร 14 บริษัท ในเครือของบรรษัทน้ำมันแห่งชาติลิเบีย เพื่อตัดท่อน้ำเลี้ยงแก่รัฐบาลของกัดดาฟี เช่นเดียวกับสถาบันการเงินสวีเดนที่ได้อายัดทรัพย์กัดดาฟีกว่า 1,000 ล้านยูโร




[23 มีนาคม] เครื่องบิน F-15 ของกองทัพเรือสหรัฐตกในลิเบีย

         เครื่องบิน F-15 ของกองทัพเรือสหรัฐตกในลิเบีย  ซึ่งทางการสหรัฐอ้างว่าเครื่องยนต์ขัดข้อง ส่วนจีน รัสเซีย อินเดีย และบราซิล ไม่เห็นด้วยที่ชาติพันธมิตรเข้าโจมตีลิเบีย ทางด้านนักวิเคราะห์คาดว่าการสู้รบอาจไม่มีผู้แพ้หรือผู้ชนะโดยเด็ดขาด

       สถานการณ์ความรุนแรงในประเทศลิเบีย ดูเหมือนจะระอุและร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากที่สหประชาชาติ หรือ ยูเอ็นไฟเขียวให้ชาติพันธมิตรที่นำโดยสหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส แคนาดา เข้าโจมตีลิเบีย โดยมุ่งเป้าที่ระบบป้องกันภัยทางอากาศและกองทหารของ พ.อ.มุอัมมาร์ กัดดาฟี รวมทั้งฐานทัพเรือของลิเบีย ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงตริโปลีไปทางตะวันออก 10 กิโลเมตร  

         โดยเมื่อเวลา 19.04 น. ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น หรือ ตรงกับประมาณเที่ยงคืนตามเวลาในประเทศไทย เกิดเหตุระเบิดขึ้นดังสนั่นหวั่นไหว อย่างน้อย 2 ครั้ง บนท้องฟ้ายามค่ำคืนในกรุงทริโปลี ใกล้กับที่พักของ พ.อ.มูอัมมาร์ กัดดาฟี และโรงแรมที่พักของผู้สื่อข่าวต่างประเทศ แต่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดของแหล่งที่มาของเสียง ภายหลังรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศของลิเบีย ออกมากล่าวว่า เหตุระเบิดดังกล่าวเป็นฝีมือของกองกำลังชาติตะวันตก ที่ร่วมมือกับกลุ่มกบฏ เพื่อหวังสังหารกัดดาฟี

         ทางด้าน โฆษกกองบัญชาการประจำภาคพื้นแอฟริกาของสหรัฐ ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองสตุตการ์ตของเยอรมนี วินซี ครอว์ลีย์ แถลงว่า เครื่องบินรบของสหรัฐแบบเอฟ-15 อี ลำหนึ่งได้ตกในลิเบีย เมื่อวันอังคารที่ 22 มีนาคม เพราะเครื่องยนต์ขัดข้อง ไม่ได้ถูกรัฐบาลกัดดาฟียิงตก ซึ่งนักบินปลอดภัย เพราะพวกกบฏชาวลิเบียได้ให้การช่วยเหลือ
 
         ขณะที่เสียงวิจารณ์ต่อปฏิบัติการของชาติตะวันตกเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ และมีเสียงคัดค้านจากจีน รัสเซีย อินเดีย และบราซิล ไม่เป็นด้วยที่สหประชาชาติ มีมติให้ชาติพันธมิตรเข้าไปแทรกแซงกิจการภายในของลิเบีย เพราะจะทำให้ลิเบียอาจเกิดความหายนะทางมนุษยธรรม และวิตกกังวลว่า จะทำให้พลเรือนบาดเจ็บล้มตาย  พร้อมเรียกร้องให้ยุติการสู้รบในลิเบีย

         ด้าน นายบัน กี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ หรือ UN ออกมาแก้ต่างต่อคำวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงในการปฏิบัติการทางทหารต่อลิเบีย โดยเฉพาะจากรัสเซียและจีน โดย นายบัน กี มูน ยกตัวอย่างความล้มเหลวในการยับยั้งการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ใน รวันดา กัมพูชา และบอสเนีย ซึ่งเชื่อว่าทุกฝ่ายคงไม่อยากให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเดิม พร้อมกล่าวว่า จีนและรัสเซียต้องทำตามมาตรการของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือ UNSC ในครั้งนี้ ซึ่งแม้ว่าจะมีการงดออกเสียงในที่ประชุม แต่เมื่อมาตรการดังกล่าวถูกนำมากำหนดใช้ ทุกประเทศที่เป็นสมาชิกของสหประชาชาติ ก็ต้องให้ความร่วมอย่างเต็มที่ เพื่อแก้ไขปัญหาให้ลุล่วง พร้อมวอนให้ประชาคมโลก สนับสนุนมาตรการห้ามบินเหนือน่านฟ้าลิเบีย เพื่อหยุดยั้งความรุนแรงต่อประชาชนชนของผู้นำลิเบีย
 
         ขณะที่ บรรดานักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงบอกว่า ยังไม่ชัดเจนว่าอะไรจะเกิดขึ้นหากผู้นำลิเบียยังคงรักษาอำนาจไว้ต่อไปได้ ซึ่งชาติตะวันตกได้บอกชัดเจนแล้วว่า ไม่ต้องการเห็นลิเบียถูกแบ่งประเทศเป็น 2 ซีก ระหว่างภาคตะวันออกที่ฝ่ายกบฏยึดครองกับภาคตะวันตก ซึ่งอยู่ในความควบคุมของกัดดาฟี  โดย เจเรมี บินนี นักวิเคราะห์ของไอเอชเอส เจน'ส์ ให้ความเห็น "มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะชะงักงันที่ยืดเยื้อ ซึ่งไม่มีฝ่ายไหนต้องการเจรจา ดังนั้นจึงยังไม่รู้ว่าผลลัพธ์ในขั้นสุดท้ายจะเป็นอย่างไร" 



[22 มีนาคม ]รัฐบาลลิเบียได้ออกมาปฏิเสธข่าวการเสียชีวิตของนายคามิส กัดดาฟี

          หลังจากที่มีสำนักข่าวต่างประเทศหลายสำนัก ได้รายงานว่า นายคามิส กัดดาฟี หนึ่งในบุตรชายของ พ.อ.โมอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำลิเบีย ได้เสียชีวิตลงแล้ว หลังถูกเครื่องบินรบพุ่งชนบ้านพักในกรุงทริโปลี จนได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ซึ่งตามรายงานระบุว่า นายคามิส เป็นผู้บัญชาการทหารที่ได้ชื่อว่าเป็นกองทัพติดอาวุธยุทโธปกรณ์ชั้นเยี่ยมที่สุดและทันสมัยที่สุด ทางด้าน เจ้าหน้าที่ของหน่วยข่าวกรองกองทัพพันธมิตร กำลังตรวจสอบรายงานข่าวว่า นายคามิส กัดดาฟี ได้เสียชีวิตจากเหตุการณ์โจมตีของพันธมิตร ในกรุงทริโปลีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคมเป็นความจริงหรือไม่นั้น
 

          ล่าสุด ทางรัฐบาลลิเบีย ได้ออกมาปฏิเสธข่าวลือดังกล่าวแล้ว ทั้งยืนยันว่า ข่าวลือที่ระบุว่า นายคามิส กัดดาฟี บุตรชายคนที่ 6 ของผู้นำลิเบีย ได้เสียชีวิตแล้วนั้น เป็นเพียงเรื่องเหลวไหล ที่ต้องการปล่อยข่าวให้ผู้สนับสนุนเสียขวัญเท่านั้น

          
ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า พ.อ.โมอัมมาร์ กัดดาฟี หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย หลังการโจมตีทางอากาศของกองกำลังสหรัฐฯ ที่ทำลายอาคารที่พักของผู้นำลิเบีย แต่อย่างไรก็ตาม ทางสหรัฐฯ จะไม่เพิ่มความพยายามในการค้นหา กัดดาฟี แต่จะมุ่งมั่นยิงจรวดถล่มเป้าหมายเพื่อบังคับใช้เขตห้ามบินเหนือน่านฟ้าลิเบียต่อไป

          ทั้งนี้ นายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้เผยในระหว่างการเยือนชิลี ว่า หลังจากที่กองกำลังของพันธมิตร สามารถทำลายฐานทัพอากาศส่วนใหญ่ของลิเบีย ได้สำเร็จ ทำให้ในตอนนี้ สหรัฐฯ มีแผนการที่จะถ่ายโอนอำนาจสั่งการการบัญชาการกองทัพให้กับชาติอื่น ๆ หรือองค์กรใด ๆ ในระยะเวลาไม่กี่วันนับจากนี้

          ขณะที่ นายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้เผยว่า มีความเป็นไปได้ที่ สหรัฐฯ จะมอบอำนาจสั่งการบังคับบัญชาให้กับทางนาโต แต่อาจมีเสียงคัดค้านจากชาติอาหรับ ที่ไม่ต้องการให้ปฏิบัติการทางการทหารครั้งนี้เกิดขึ้นกับองค์กรที่มีสหรัฐฯ เป็นผู้นำ

          นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า กองทัพพันธมิตร ยังคงระดมกำลังโจมตีฐานที่มั่นทางภาคใต้ และฐานทัพเรือลิเบีย รวมทั้งฐานที่มั่นของผู้นำลิเบีย ในกรุงตริโปลี ซึ่งมีการเปิดเผยว่า ได้มีเสียงระเบิดดังต่อเนื่อง รวมทั้งมีเสียงปืนต่อสู้อากาศยานยิงขึ้นสู่ท้องฟ้า เพื่อตอบโต้เครื่องบินของกองทัพพันธมิตร

          ด้าน โฆษกรัฐบาลลิเบีย แถลงว่า กองทัพพันธมิตร ได้โจมตีกองทัพเรือลิเบีย ซึ่งอยู่ห่างออกไปทางตะวันออกของกรุงตริโปลี ประมาณ 10 กิโลเมตร รวมทั้ง การโจมตีเป้าหมายใกล้เมืองเซบา ซึ่งเป็นเมืองของชนเผ่าเกเดดฟา ของ พ.อ.มูอัมมาร์ กัดดาฟี 


ยูเอ็นประชุมด่วนหลังถูกกล่าวหารุกรานลิเบีย


          ยูเอ็น (UN) ประชุมด่วน หลังถูกกล่าวหารุกรานลิเบีย ขณะที่ รัสเซีย - จีน จวก สหรัฐ ชอบแทรกแซงเรื่องของประเทศอื่น ส่วนทางด้าน ม็อบหนุนกัดดาฟี ประท้วงไล่ เลขายูเอ็น ที่ไคโร

           คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เรียกประชุมฉุกเฉิน เพื่อหารือเกี่ยวกับข้อกล่าวหา "การรุกรานทางทหาร" ต่อลิเบีย จากประเทศฝรั่งเศสและสหรัฐอเมริกา

            คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือ UNSC เรียกประชุมฉุกเฉินขึ้น ในวันจันทร์ (21 มีนาคม) เวลา 15.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐ เพื่อหารือเกี่ยวกับข้อกล่าวหาว่า การรุกรานทางทหาร ต่อประเทศลิเบีย โดยกองกำลังระหว่างประเทศ หลังจากนายมุสซา คุซซา รัฐมนตรีต่างประเทศลิเบียส่งหนังสือ ถึงประธานสภาฯ เพื่อขอให้จัดการประชุมฉุกเฉิน จากข้อกล่าวหาดังกล่าว

            โดยเนื้อความในหนังสือ มีการกล่าวหาว่าประเทศฝรั่งเศสและสหรัฐอเมริกา ทำการวางระเบิดหลายครั้งในพื้นที่อาศัย ซึ่งถือว่าเป็นการละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ และ พร้อมเรียกร้องให้ "จัดการประชุมฉุกเฉินขึ้น เพื่อหยุดการรุกรานนี้"

           ขณะที่ นายกรัฐมนตรีรัสเซีย ออกโรงกล่าวประณามสหรัฐ ผ่านสื่อในประเทศ โดยชี้ว่า พฤติการณ์ที่กองทัพสหรัฐ เที่ยวแทรกแซงกิจการภายใน ของประเทศต่าง ๆ ไปทั่วโลก ขณะที่ รัฐบาลจีน ไม่เห็นด้วยอย่างมาก ที่ตะวันตกโจมตีทางอากาศใส่ลิเบีย

           นายวลาดิมีร์ ปูติน นายกรัฐมนตรีของรัสเซีย ออกโรงกล่าวประณามถึงกรณีที่ ชาติตะวันตก ใช้กำลังเข้าแทรกแซงลิเบีย โดย นายกฯรัสเซีย ชี้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นอยู่ภายใต้เปลือกนอกกับคำว่า ต้องการจะปกป้องชีวิตประชาชน โดย ปูติน ยังไม่เห็นด้วยกับพฤติการณ์ที่กองทัพสหรัฐ ที่ชอบแทรกแซงกิจการภายในของประเทศต่าง ๆ ไปทั่วโลก ซึ่ง รัฐบาลวอชิงตัน ทำอะไร ที่ขาดมโนธรรมและเหตุผล

           ส่วนทางด้านรัฐบาลจีน ไม่เห็นด้วยอย่างมากที่ตะวันตกโจมตีทางอากาศใส่ลิเบีย โดยประณามว่า การโจมตีดังกล่าวละเมิดหลักการสากลและเสี่ยงต่อการกระตุ้นให้เกิดความวุ่นวายในตะวันออกกลางอีกครั้ง ซึ่งการโจมตีดังกล่าวอาจกลายเป็นประเด็นขัดแย้งใหม่ ระหว่างปักกิ่งและวอชิงตัน ก็เป็นได้ ขณะที่มีรายงานว่า รัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่มสหภาพยุโรป 27 ประเทศ ซึ่งประชุมกันที่ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ยังขัดแย้งกันเองเรื่องการโจมตีลิเบีย และเรื่องการให้ นาโต เข้าไปรับบทบาทบัญชาการแทนสหรัฐ






            ทางฝั่ง กลุ่มสนับสนุน ผู้นำลิเบียขับไล่เลขาธิการ  ยูเอ็น ที่กรุงไคโร ของอียิปต์ ด้านโฆษกกลุ่มต่อต้านรัฐบาลลิเบียเผยกองกำลังกัดดาฟี เสียชีวิตอย่างน้อย 40 ราย และได้รับบาดเจ็บ 300 ราย

            กลุ่มคนที่สนับสนุน พันเอก โมอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำลิเบีย ราว 50 คน ประท้วงขับไล่ นาย บันกีมุน เลขาธิการสหประชาชาติ ระหว่างที่จะเดินทางไปจัตุรัสทาฮีร์ ใจกลางกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ ในฐานะสถานที่สำคัญในการปฏิวัติประชาธิปไตย




            โดยกลุ่มผู้ภักดีต่อกัดดาฟีราว 50 คนถือภาพของ พันเอก กัดดาฟี รุมเข้าไปตะโกนด่า นาย บันกีมุน อย่างย่อยยับ ด้านเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ต้องรีบกันตัวเลขาธิการยูเอ็นออกไปยังที่ประชุมสหพันธ์ชาติอาหรับในทันที และหลังจากการประชุมแล้ว ขบวนรถของ นาย บันกีมุน  ยังเจอม็อบชาวอียิปต์ที่เดินขบวนเรียกร้องรัฐบาลอีก





[21 มีนาคม] ลือ! ลูกชายกัดดาฟีถูกเครื่องบินรบถล่มเสียชีวิต

          ชาติพันธมิตร ถล่ม ศูนย์บัญชาการกัดดาฟีแล้ว  ทางด้านโฆษกรัฐบาลลิเบีย ติ ชาติพันธมิตร ทำป่าเถื่อนเกินเหตุ เพราะจุดโจมตีใกล้บ้านเรือนประชาชน พร้อมพาสื่อมวลชน เดินทางไปดูเศษซากขีปนาวุธ และอาคารที่โดนถล่ม ด้านสื่ออาหรับรายงานลูกชายกัดดาฟีเสียชีวิตแล้ว

           นายมุสซา ยังได้เปิดเผยว่า การกระทำของชาติพันธมิตร เป็นการกระทำที่ป่าเถื่อน เพราะการยิงขีปนาวุธครั้งนี้อาจจะไปถูกชาวบ้านพลเรือนหลายร้อยคน ซึ่งบ้านเรือนของประชาชนห่างจุดที่ถูกโจมตี ที่เป็นที่พัก มูอัมมาร์ กัดดาฟี เพียงแค่ 400 เมตร เท่านั้น แต่พวกเขากลับพูดว่า  ต้องการปกป้องประชาชน แต่กลับโจมตีที่พักอาศัย ที่พวกเขารู้ดีว่ามีพลเรือนอยู่ภายใน

           พร้อมกันนี้ยังได้เปิดเผยว่า การโจมตีในคืนวันอาทิตย์ เกิดขึ้นบริเวณบ้านพักของ กัดดาฟี รวมทั้ง ค่ายทหารหลายแห่ง และมีการยิงตอบโต้จากปืนต่อต้านอากาศยานหลายนัด หลังจากที่ กองกำลังชาติพันธมิตร ใช้กำลังโจมตีลิเบีย ตามมติของ คณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็น ปี 1973

            ขณะที่ กองทัพลิเบียได้ขอเจรจาหยุดยิงแล้ว หลังโดนกองกำลังนานาชาติประกอบด้วย สหรัฐ อังกฤษ อิตาลี และแคนาดา ถล่มอย่างหนัก ความเคลื่อนไหวสถานการณ์ในประเทศลิเบีย ภายหลังกองกำลังนานาชาติ เปิดฉากถล่มอย่างหนัก ที่เมืองเบงกาซี ล่าสุด สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า กองทัพลิเบียได้ขอเจรจาหยุดยิงแล้ว เนื่องจากได้รับความเสียหายจากการถูกโจมตีอย่างหนัก
       
         อย่างไรก็ตาม วินซ์ ครอว์ลีย์ โฆษกศูนย์บัญชาการกองทัพสหรัฐฯ ประจำภูมิภาคแอฟริกากล่าวว่า จากการประกาศขอยุติการหยุดยิงนั้น สหรัฐฯ ขอให้รัฐบาลลิเบียทำทุกอย่าง เพื่อแสดงความจริงใจต่อคำขอดังกล่าวด้วย

         โดยการโจมตีของฝ่ายชาติพันธมิตร เมื่อเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เมื่อเวลา 05.30 น. วานนี้ (20 มีนาคม) ตามเวลาท้องถิ่น โดยเปิดฉากจากการปฏิบัติการทางอากาศของฝรั่งเศส อังกฤษ และสหรัฐฯ พร้อมกับมีการยิงขีปนาวุธโทมาฮอว์ก จากเรือรบของอังกฤษ และเรือดำน้ำของสหรัฐฯ ที่จอดทอดสมออยู่นอกชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เข้าไปด้วย

         ขณะที่ นายโรเบิร์ต เกตส์ รัฐมนตรีกลาโหมของสหรัฐฯ ได้ออกมาเตือนซ้ำว่า ปฏิบัติการจะเพิ่มความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งรวมไปถึงการพุ่งเป้าโจมตี ไปที่ตัวของ พ.อ.มูอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำประเทศโดยตรง สหรัฐฯ จะโอนการควบคุมปฏิบัติการทางทหารให้องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต ในเร็ว ๆ นี้

          ขณะที่เว็บไซต์ของฝ่ายต่อต้านและสื่ออาหรับ ได้รายงานข่าวในวันนี้ว่า นายคามิส อัลกัดดาฟี บุตรชายคนที่ 6 ของกัดดาฟี วัย 28 ปี และเป็นผู้บัญชาการทหารของกองพลน้อย ได้เสียชีวิตแล้วที่โรงพยาบาล หลังได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุกองทัพอากาศลิเบียขับเครื่องบินรบชนบ้านพักในกรุงทริโปลีเมื่อวันเสาร์ แต่อย่างไรก็ตาม ข่าวนี้มีเพียง Almanara Media เท่านั้นที่ยืนยัน ขณะที่สำนักข่าวอื่นยังไม่ได้รับการรายงาน


 
ลิเบีย


[20 มีนาคม] ชาติตะวันตกเปิดฉากโจมตี ลิเบีย แล้ว

          วันนี้ (20) สถานการณ์การดำเนินการทางทหารในลิเบียของชาติตะวันตก ล่าสุดเครื่องบินฝรั่งเศสทำการยิงทำลายรถถัง ของกองกำลังลิเบียแล้ว 4 คัน ในพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองเบงกาซี ขณะที่กลาโหมสหรัฐอเมริกา ระบุเตรียมยิง "ขีปนาวุธครูซ" จากเรือรบ ที่ประจำการในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน โดยเล็งเป้าไปที่ฐานต่อต้านอากาศยานของกองกำลังกัดดาฟี

          อย่างไรก็ดี ยังมีหลายชาติที่แสดงความไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของชาติตะวันตก ในการใช้ปฏิบัติการทางทหารกับลิเบียในครั้งนี้ โดยเฉพาะรัสเซีย ขณะที่กาชาดสากลเรียกร้องให้ทุกฝ่ายในลิเบีย อย่าทำการการสกัดกั้นเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์และรถพยาบาล เพื่อให้เข้าดูแลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ

          ทั้งนี้ ประธานาธิบดี นิโกลาส์ ซาร์โกซี ผู้นำฝรั่งเศส กล่าวว่า การประชุมฉุกเฉินที่กรุงปารีสเมื่อที่ 19 มีนาคม ที่ผ่านมา กับผู้เข้าร่วมประชุมระดับผู้นำประเทศ และเจ้าหน้าที่ระดับสูง รวมทั้งเลขาธิการสันนิบาตอาหรับ มีมติตกลงที่จะใช้มาตราการที่จำเป็น เพื่อให้ พ.อ.มูอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำลิเบีย เคารพมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ที่เรียกร้องให้หยุดยิง

          ด้านสำนักข่าว อัลจาซีร่า รายงานว่า ฝรั่งเศสเตรียมส่งเครื่องบินรบ"ชาร์ลส์ เดอ โกลล์" เข้าไปยังลิเบียวันนี้ (20 มีนาคม) ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งช้ากว่าเวลาในประเทศไทยประมาณ 5 ชั่วโมง เพื่อป้องกันกองกำลังกัดดาฟีมิให้โจมตีกลุ่มต่อต้าน เช่นเดียวกับกลาโหมสหรัฐฯ ที่เตรียมเรือดำน้ำ 3 ลำเข้าประจำการที่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เพื่อเตรียมพร้อมในการจัดการกับลิเบีย

          ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหม ของสหรัฐอเมริกา หรือ เพนตากอน เปิดเผยว่า ได้ยิงขีปนาวุธจากเรือรบของสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และชาติพันธมิตรอื่น ๆ ใส่เป้าหมายในลิเบีย แล้ว 112 ลูก

          ขณะที่ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวที่ประเทศบราซิล ระหว่างภารกิจเยือนลาตินอเมริกา ว่า การปฏิบัติการทางการทหารไม่ใช่ตัวเลือกแรก และไม่ได้เป็นความต้องการของสหรัฐฯ และ ชาติพันธมิตร ที่จะกระทำต่อลิเบีย แต่ไม่สามารถนิ่งเฉยได้ ในขณะที่ผู้นำประเทศบอกกับประชาชนของตนว่า "จะไม่มีความเมตตาอีกต่อไป" พร้อมกล่าวย้ำว่า สหรัฐฯ จะไม่ส่งกองกำลังภาคพื้นดินเข้าไปในลิเบีย

          ขณะเดียวกัน ฝ่ายสนับสนุน พ.อ.มูอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำลิเบีย ใช้ยุทโธปกรณ์นานาชนิด รวมทั้งรถถัง ระดมโจมตีที่มั่นกองกำลังฝ่ายต่อต้านรัฐบาลในเมืองเบงกาซี เมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ หวังยึดคืนพื้นที่ให้ได้โดยเร็วที่สุด โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตเฉพาะวันเสาร์ที่ 19 มีนาคม แล้วอย่างน้อย 27 ราย

          ด้านสำนักข่าว เอบีซี นิวส์ รายงาน อ้าง เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ที่ยืนยันครั้งแรกว่า ได้ยิงขีปนาวุธใส่ลิเบีย จากเรือรบที่ประจำการอยู่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของสหรัฐฯ ที่เข้าไปมีส่วนร่วมโดยตรง กับการดำเนินการระหว่างประเทศ เพื่อยับยั้ง พ.อ.มูอัมมาร์ กัดดาฟี ในการโจมตีฝ่ายต่อต้านและประชาชน และเพื่อบังคับให้ปฏิบัติตามมติของที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ในการจัดตั้งเขตห้ามบิน และขณะนี้ได้เคลื่อนเรือรบ 11 ลำ เข้าประจำการในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน รวมทั้งเรือดำน้ำ 3 ลำ เรือพิฆาต 2 ลำ เรือสะเทินน้ำสะเทินบก และ เรือขนส่งอีกหลายลำ

          ขณะที่ พ.อ.มูอัมมาร์ กัดดาฟี เรียกร้องให้ประชาชนชาวลิเบีย ลุกขึ้นจับอาวุธ เพื่อปกป้องประเทศ ในสิ่งที่เรียกว่า "สงครามศาสนา และ การล่าอาณานิคม" จากการรุกรานโดยกองกำลังของชาติตะวันตก

          โดย กัดดาฟี กล่าวผ่านสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาล ว่า เป็นสิ่งจำเป็นในตอนนี้ ที่ประชาชนทุกคนต้องหันมาจับอาวุธ เพื่อปกป้องความเป็นอิสระ ความสามัคคี และศักดิ์ศรีของชาวลิเบีย พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนพลเมืองของประเทศอาหรับ อิสลาม ลาตินอเมริกา เอเชีย และแอฟริกา ยืนเคียงข้างชาวลิเบีย ที่กล้าหาญ และกล้าเผชิญกับการรุกรานนี้ และมีเพียงความสามัคคีและความแข็งแกร่งของประชาชนชาวลิเบียเท่านั้น ที่จะนำพาประเทศผ่านพ้นการคุกคามนี้ไปได้

          อย่างไรก็ตาม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ขณะนี้ตนทราบว่ากรณีที่สหรัฐอเมริกา พร้อมกำลังของประเทศสหประชาชาติ ถล่มประเทศลิเบีย แต่เหตุที่เกิดขึ้นนั้น เกิดทางภาคเหนือของลิเบีย ซึ่งแรงงานไทยได้อพยพออกมาแล้ว แต่จะเหลือก็เพียงผู้ที่สมัครใจอยู่ต่อเท่านั้น เพราะอยู่มานานจึงมีความผูกพัน และไม่ทราบมีจำนวนเท่าใด ขณะที่หากถ้ายังต้องการกลับไทย ก็ยังสามารถแจ้งความประสงค์มาได้ เช่นเดียวกับคนไทยในประเทศเยเมนด้วย


ซาอีฟ อัล อิสลาม


[18 มีนาคม] ลูกชาย กัดดาฟี ประกาศลั่น! ไม่กลัวยูเอ็นถล่ม ลิเบีย

          หลังจากที่ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือ UNSC มีมติให้ใช้กำลังทหารเข้าหยุดยั้งกองกำลังของ พ.อ.มูอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำลิเบีย เนื่องจากฆ่าประชาชน พร้อมกับให้มีการเคลียร์พื้นที่เพื่อเตรียมโจมตีทางอากาศ โดยการทิ้งระเบิดชุดแรกจะเกิดขึ้นภายในไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ด้วยคะแนน 10:0 และมีการงดออกเสียงจากสมาชิก 5 ประเทศ รวมถึงรัสเซียและจีน ขณะที่สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักร จะทำการผลักดันเพื่อขออนุมัติโดยเร็วนั้น

          ล่าสุดวันนี้ (18 มีนาคม) ซาอีฟ อัล อิสลาม บุตรชายของ กัดดาฟี ออกมาระบุว่า พวกเขาไม่รู้สึกหวั่นเกรง แม้องค์การสหประชาชาติจะประกาศโจมตีทางอากาศ เพื่อต่อต้านกองทัพของลิเบีย ซึ่งยังภักดีต่อพ่อของเขาอยู่ และหากคิดจะทิ้งระเบิดใส่ลิเบีย ก็เท่ากับคิดฆ่าคนลิเบีย คงไม่มีใครพอใจอย่างแน่นอน อีกอย่างเราอยู่ในประเทศของเรา จึงไม่ต้องกลัวอะไร

          นอกจากนี้ บุตรชายของ กัดดาฟี ระบุอีกว่า มติขององค์การสหประชาชาติไม่เป็นธรรม อีกทั้งยังปฏิเสธข่าวที่อ้างว่าทหารของ กัดดาฟี ได้ฆ่าประชาชนจำนวนมากระหว่างพยายามยึดเมืองคืน เพราะไม่มีการนองเลือดเกิดขึ้น เนื่องจากพวกกบฎยอมแพ้เอง


มูอัมมาร์ กัดดาฟี

[9 มีนาคม] ทหารกัดดาฟีสกัดแรงงานข้ามชาติ ไม่ให้ออกประเทศ
 
         กองกำลังทหารกัดดาฟี เข้าสกัดกั้นแรงงานข้ามชาติ กว่า 30,000 คน ที่กำลังอพยพออกจากประเทศ พร้อมต้อนกลับเข้ากรุงตริโปลี เพื่อใช้แรงงาน
 
         สหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (The International Federation of Red Cross and Red Crescent Societies) หรือ Federation เปิดเผยว่า กองกำลังที่ให้การภักดีต่อ พ.อ.มูอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำลิเบีย เข้าทำการสกัดกั้นแรงงานข้ามชาติ ที่พยายามอพยพออกจากประเทศลิเบีย สู่ประเทศตูนิเซีย ผ่านช่องทางชายแดน กว่า 30,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวบังกลาเทศ อียิปต์ และจากกลุ่มประเทศที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของทะเลทรายซาฮารา ในทวีปแอฟริกา พร้อมบังคับให้กลับไปใช้แรงงานในกรุงตริโปลี เมืองหลวงของลิเบียตามเดิม เพื่อใช้แรงงานขั้นพื้นฐาน ในการทำความสะอาดตามโรงพยาบาล 

         ด้านข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ เปิดเผยถึง ความรุนแรงที่เพิ่มมากขึ้น โดยกองกำลังติดอาวุธชาวลิเบีย และกลุ่มทหารรับจ้าง ในพื้นที่ทางตะวันออกของประเทศลิเบีย และที่มั่นของกัดดาฟี ในพื้นที่ทางตะวันตก ขณะที่ผู้ลี้ภัยชาวซูดานได้เดินทางถึงประเทศอียิปต์ ผ่านชายแดนทางตะวันตกของลิเบียแล้ว และมีเด็กหญิงชาวซูดานวัย 12 ปี คนหนึ่ง เปิดเผยว่า ถูกข่มขืนระหว่างการอพยพ และอีกหลายคน ถูกทำลาย หรือยึดหลักฐานแสดงตน 
 
        ทางด้าน นายมุสตาฟา อับเดล จาลิล อดีตรัฐมนตรียุติธรรมลิเบีย ซึ่งลาออก และถูกแต่งตั้งเป็นประธานสภาแห่งชาติลิเบีย ตัวแทนของฝ่ายกบฏ มีฐานที่มั่นในเมืองเบงกาซี แถลงทางโทรศัพท์ ผ่านสถานีโทรทัศน์ "อัล จาซีรา" ว่า ฝ่ายต่อต้านหรือฝ่ายกบฏ จะไม่ติดตามเอาความในอาชญากรรม ที่ พ.อ.มูอัมมาร์ กัดดาฟี ก่อขึ้น ถ้าเขาลาออก และเดินทางออกจากลิเบีย ภายใน 72 ชั่วโมง และยุติการทิ้งระเบิดโจมตีฝ่ายต่อต้าน 

        สำหรับถ้อยแถลงของ นายจาลิล มีขึ้นหลังเจ้าหน้าที่ สหภาพยุโรป (อียู) เผยว่า รัฐบาลลิเบียได้เรียกร้องให้สหประชาชาติ ส่งคณะเจ้าหน้าที่ค้นหาความจริงเข้าไปสอบสวนเรื่องความรุนแรงในลิเบีย ขณะที่มีรายงานว่า อียู ตกลงเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรลิเบียรอบใหม่


รวม ข่าวลิเบีย สถานการณ์ สงครามลิเบีย ถล่มลิเบีย

           รายงานสดจาก BBC นาทีต่อนาที

           Missile destroys Gaddafi building โดย BBC

           Nato agrees Libya arms embargo plan โดย news24

           Chinese paper condemns Libya air strikes โดย China Daily

           Allied forces strike Gadhafi compound; leader's whereabouts unknown โดย CNN 

           Gaddafi compound hit by coalition air strikes on Tripoli โดย The Guardian 

           South Florida-based Getty photographer missing in Libya โดย The Miami Herald

           Arab League condemns broad Western bombing campaign in Libya โดย The Washington Post

           Gaddafi's compound is reduced to rubble by RAF blitz as Defence Secretary admits tyrant is a 'legitimate target' โดย Dailymail





รูปภาพ ข่าวลิเบีย สถานการณ์ สงครามลิเบีย ถล่มลิเบีย


           Crisis in Libya โดย ABC

           Libya war โดย New Statesman

           Allied Forces Fire On Libya โดย LBC 

           Libya air strikes โดย The Guardian


           US Army 'kill team' in Afghanistan posed with photos of murdered civilians โดย The Guardian


คลิปข่าวลิเบีย สถานการณ์ สงครามลิเบีย ถล่มลิเบีย

           Libyan violence spreads to Tripoli โดย AlJazeeraEnglish

           Video of bloody Libya unrest as protests rage in Tripoli, Benghazi โดย RussiaToday

           Libya attack: dispute over civilian deaths - video โดย The Guardian 

           Gaddafi's compound 'hit by allied air strikes on Tripoli' - video โดย The Guardian  

 
 
 

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

   

เรื่องอื่นๆ
  1. สลด! ครูสงขลาผูกคอดับ ผลงานเลื่อนวิทยฐานะไม่ผ่าน
  2. สุเทพ หยัน จตุพร กำลังตัดต่อคลิปป้ายสีรัฐบาล
  3. ปธ.วิปรัฐยัน ไม่เคยหักหลังฝ่ายค้าน
  4. เชียงใหม่ โต้มีโรงแรมผีดุ หลังนักท่องเที่ยวดับ 4 ราย
  5. กัมพูชาลงนามถกจีบีซี - เจบีซี 24-25 มี.ค.นี้
  6. ผบ.เรือนจำเขมรยัน วีระ ป่วยหนักแค่ขอความเห็นใจ
  7. มติบอร์ดเลิกนำเข้าปาล์ม หันซื้อในประเทศ
  8. สศช. แฉถนนไร้ฝุ่น ปัญหาเพียบ ไม่ได้มาตรฐาน
  9. แม่วีระ เผยพอใจผลหารือกับนายกฯ เร่งช่วยลูก
  10. Thaillustrator #1 นิทรรศการต้นฉบับ

เรื่องน่าสนใจ