
สอบเมียผู้ว่าฯ เมืองชาละวัน น้ำท่วมไปทัวร์ (ไทยโพสต์)
ยิ่งลักษณ์ สั่งสอบเมียผู้ว่าฯ พิจิตรนำคณะทัวร์บาหลีขณะที่ชาวบ้านจมน้ำ หอบถุงเงินบุกนครสวรรค์ นำร่องจ่ายครอบครัวผู้ประสบภัยร่วม 2 หมื่นราย ครัวละ 5 พัน พร้อมเตรียมตั้งคณะกรรมการบริหารน้ำแก้ปัญหาระยะยาว
สืบเนื่องจากนางกนกพร วัชโรทยางกูร ภริยานายสุวิทย์ วัชโรทยางกูร ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้นำคณะหัวหน้าส่วนราชการที่ทุกคนล้วนมีหน้าที่ใกล้ชิดในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขของราษฎร ไปท่องเที่ยวเกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ตั้งแต่วันที่ 13 –18 กันยายน54 ซึ่งล่าสุดนายสุวิทย์ออกมายอมรับว่าเห็นชอบให้คณะทั้งหมดเดินทางไปเที่ยว เพราะเห็นว่าทำงานกันมาหนักมากแล้วนั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 กันยายน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กรณีที่ นางกนกพร ภรรยาผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ในนายกเหล่ากาชาด จ.พิจิตร นำคณะหัวหน้าส่วนราชการไปท่องเที่ยวที่เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ในช่วงที่ประเทศกำลังมีภัยพิบัติน้ำท่วมนี้จะต้องมีการตรวจสอบเรื่องนี้ เพราะได้ขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนแล้ว อะไรที่ไม่มีความจำเป็นก็ขอให้อยู่ปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งในรัฐบาลของตนไม่เคยอนุมัติให้ใครเดินทางไปต่างประเทศ
พร้อมกันนี้ นายกฯ กล่าวว่า การเตรียมความพร้อมรับน้ำระลอกใหญ่ที่จะมาวันที่ 19 กันยายนนี้ ได้มีการสั่งการไปแล้วถึงแนวทางต่าง ๆ และเสาร์-อาทิตย์นี้จะลงตรวจพื้นที่ด้วย สำหรับบางพื้นที่ที่ทำเกษตรกรรม ซึ่งอีกไม่กี่วันจะเกี่ยวข้าวแล้ว รัฐบาลเองก็พร้อมที่ชดเชย ตรงนี้เป็นหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดที่จะลงไปทำในรายละเอียด และรัฐบาลก็ขอกำลังไปยังกระทรวงกลาโหม ในส่วนของกำลังทหาร ช่างทหาร และทหารพัฒนาในการประสานแล้ว ซึ่งตรงนี้ทหารจะลงพื้นที่ทุกจังหวัดในการทำแนวเขื่อนกันน้ำ
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการรายงานแล้วหรือยังว่ากี่จังหวัดที่เข้าขั้นวิกฤติ น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ก็มีหลายจังหวัด ต้องขอความกรุณาประชาชน รัฐบาลเองทำงานเต็มที่ ทุกหน่วยงานทำงานเต็มที่ แต่วันนี้เราเจอพายุเข้าซ้ำซาก 2-3 ครั้ง ทำให้เราไม่มีพื้นที่ระบายน้ำ ถ้าเมื่อก่อนเวลามีพายุไม่ติดต่อกัน สามารถระบายน้ำไปได้ ภูมิศาสตร์ของประเทศเรายังไม่ได้ดำเนินการในเรื่องน้ำท่วมในระยะยาว ก็เลยเป็นปัญหาที่เราเองไม่ว่าจะระบายทางไหนก็มีผลกระทบทั้งนั้น จะพยายามเร่งแก้ไขปัญหานี้ เดี๋ยวจะมีการตั้งคณะกรรมการทำในเรื่องของการสำรวจพื้นที่ และการจัดทำแก้มลิงในการรองรับน้ำ ตนเองไม่ใช่นักเทคนิคคงตอบละเอียดไม่ได้ แต่สิ่งที่ทำคือเราจะมาบูรณาการทั้งหมด และคณะกรรมการฯ ที่ตั้งขึ้นจะเชิญผู้ที่มีความรู้เรื่องน้ำเข้ามาถกปัญหาร่วมกัน เพราะเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ เราคงแก้ไขปัญหาไม่ได้คนเดียว และยินดีที่จะรับฟัง
สำหรับการเดินทางไปตรวจพื้นที่น้ำท่วมของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ในวันเสาร์นี้ ภารกิจหนึ่งที่กำหนดไว้คือ จะเป็นประธานมอบเงินช่วยเหลือครัวเรือนที่ประสบอุทกภัยในอำเภอชุมแสง และท่าตะโก จ.นครสวรรค์ เป็นพื้นที่แรก ครอบครัวละ 5,000 บาท รวม 18,954 ราย เป็นเงิน 94,770,000 บาท ทั้งนี้ เงินดังกล่าวถือเป็นเงินช่วยเหลือพิเศษนอกเหนือจากการจ่ายเงินช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง
ทางด้าน พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวถึงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมว่า กองทัพเป็นเครื่องมือของรัฐบาลในการสนับสนุนอุปกรณ์ช่วยเหลือ ขณะนี้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยของกองทัพไทยนำหน่วยงานต่างๆ มาร่วมงานกันอย่างเต็มที่ โดยตนได้ให้แนวทางคือ กรมแผนที่ทหาร กรมอุทกศาสตร์กองทัพเรือ มาร่วมกันคิดถึงแนวทางปริมาณน้ำไหล รวมถึงในอนาคตจะเกิดผลกระทบมากน้อยอย่างไร ในขณะเดียวกันก็มีการโยกย้ายทรัพยากรในแต่ละเหล่าทัพเข้าไปช่วยประชาชนในพื้นที่ที่มีความรุนแรง หรือถ้าน้ำลงมาถึง กทม.หรือภาคใต้ตอนล่าง ก็จะมีการปรับกำลังลงไป ในส่วนของกำลังพลถึงแม้จะทำงานหนัก แต่ไม่เคยบ่นว่าเหนื่อย ทุกคนฟันฝ่าในการช่วยเหลือประชาชน
เขื่อนลำปาววิกฤตหนัก จ.กาฬสินธุ์ ทำ 5 อำเภออ่วม เขื่อนลำปาว มีปริมาณน้ำอยู่ในระดับวิกฤต ต้องปล่อยน้ำเพิ่มขึ้น ทำ 5 อำเภอในกาฬสินธุ์ ประสบภาวะน้ำท่วม
สถานการณ์น้ำ จังหวัดกาฬสินธุ์ อยู่ในสถานการณ์วิกฤต หลังปริมาณฝนตกหนักและน้ำที่ไหลหลากเข้าตัวเขื่อนจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้ทางเขื่อนมีปริมาณน้ำอยู่มากถึงร้อยละ 90 หรือ ปริมาณที่ 1,797 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยในห้วงระยะเวลานี้ มีปริมาณน้ำไหลหลากเข้าเขื่อนมากถึงวันละ 30 - 40 ล้านลูกบาศก์เมตร จะต้องปล่อยระยายเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 8 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งส่งผลกระทบให้ระดับน้ำในลำน้ำปาว เพิ่มระดับสูงขึ้นอีก เฉลี่ยวันละ 20 ซ.ม. ปัจจุบัน ระดับน้ำอยู่ที่ 8.55 ม. ซึ่งพื้นที่น้ำล้นตลิ่งได้ขยายวงกว้างออกเป็น 5 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมือง , อ.ยางตลาด , อ.ร่องคำ , อ.ฆ้องชัย และอ.กมลาไสย
ด้าน นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าฯกาฬสินธุ์ ระบุว่า จ.กาฬสินธุ์ มีพื้นที่ประสบอุทกภัย จำนวน 18 อำเภอ รวม 134 ตำบล 1,306 หมู่บ้าน ถนนชำรุด 865 สาย สะพาน 5 แห่ง ฝาย 16 แห่ง บ่อปลา/กุ้ง/ตะพาบ 8 บ่อ ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 113,858 ครัวเรือน รวม 515,111 คน ความเสียหายประมาณ 125,920,718 บาท
น้ำเจ้าพระยา ท่วมชุมชนวัดฉัตรแก้วฯแล้วแม่น้ำเจ้าพระยาไหล เข้าท่วมชุมชน วัดฉัตรแก้วจงกลณี แล้ว ขณะที่ ชาวบ้าน เร่งขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง
จากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนในชุมชนที่อาศัยอยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณหลัง วัดฉัตรแก้วจงกลณีแล้ว ส่วนบรรยากาศในชุมชนล่าสุดขณะนี้ ประชาชนยังคงขนย้ายสิ่งของขึ้นสู่ที่สูง เพื่อไม่ให้ได้รับความเสียหายจากน้ำที่จะเข้าท่วม
โดย นายแปะ ภาณุรัตน์ อายุ 75 ปี ชาวบ้านในชุมชนกล่าวว่า อาศัยอยู่ในชุมชนนี้ มากว่า 30 ปีแล้ว แต่ก็ยอมรับว่า ลุกล้ำพื้นที่ของกรุงเทพฯ และทุกวันนี้ ตนก็ยังยึดอาชีพขับเรือรับจ้าง จึงต้องอยู่กับบ้าน แม้ว่า บ้านจะถูกน้ำท่วม ทั้งนี้ นายแปะ ยังได้กล่าวถึง สำนักงานเขตบางพลัด ซึ่งรับผิดชอบในพื้นที่ โดยอยากให้เข้ามาเร่งช่วยเหลือชาวบ้าน อาทิ แจกถุงชีพ และยารักษาโรค รวมไปถึงมอบเงินชดเชย ซึ่งหาก สำนักงานเขต สามารถหาที่อยู่ใหม่ได้ ก็พร้อมจะย้ายออกทันที
แดงลำปางเฮ เพิ่มชื่อดูฟุตบอล เพื่อไทย-เขมรกลุ่มคนเสื้อแดงลำปาง เฮ เพิ่มชื่อ ดูฟุตบอล เพื่อไทย-เขมร หลัง ทักษิณ มาถึง
นางกอ สุขสวัสดิ์ อายุ 60 ปี ในฐานะผู้ประสานงานกลุ่มคนเสื้อแดงจังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า หลังจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางถึงประเทศกัมพูชา เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ปรากฏว่า สมาชิกกลุ่มคนเสื้อแดงในจังหวัดลำปาง ทั้ง 13 อำเภอ ที่ทราบข่าวการเดินทางมาถึงของ พ.ต.ท.ทักษิน จึงทำให้ตัดสินใจเพิ่มชื่อในการเดินทางกับทางกลุ่มคนเสื้อแดงในจังหวัด ที่จะจัดเตรียมรถบัสปรับอากาศไปประเทศกัมพูชา เพื่อร่วมชมการแข่งขันฟุตบอล นัดกระชับมิตร ระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกัมพูชา และสมาชิกพรรคเพื่อไทย ที่ สนามโอลิมปิก ในกรุงพนมเปญ ในวันที่ 24 กันยายน 2554 นี้
นอกจากนี้ จากการติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงในพื้นที่ ยังพบว่า มีสมาชิกหลายคนได้จับกลุ่มกัน เพื่อนำรถยนต์ส่วนตัว เดินทางไปกันเองอีกด้วย นับเป็นกิจกรรมที่สร้างความสนใจแก่กลุ่มคนเสื้อแดงในจังหวัดลำปางอย่างมาก
ปชป.สงสัยนายกฯ เร่งพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลส.ส.ปชป. ถาม นายกฯ ทำไม่เร่งผลักดัน เรื่องพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล แนะ นายกฯ ต้องชัดเจน ไหนผลประโยชน์ชาติ-ส่วนตัว เรียกร้อง แก้ปัญหาชายแดนใต้
นายเจะอามิง โตะตาหยง ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนกัมพูชา โดยกล่าวถึง พื้นที่ทับซ้อนทางทะเลว่า เป็นวาระเร่งด่วน เชื่อว่า เรื่องนี้มีผู้ชักใยอยู่เบื้องหลัง ส่วนตัวสงสัยว่า เหตุใด นายกรัฐมนตรี จึงเร่งผลักดันเรื่องนี้เป็นกรณีพิเศษ ซึ่งต้องแบ่งให้ชัดเจนว่า อะไร คือ ผลประโยชน์ของชาติ และอะไรคือผลประโยชน์ของธุรกิจส่วนตัว หรือ กลุ่มบุคคล เนื่องจากวันนี้นายกรัฐมนตรี มี 2 สถานะ คือ สถานะนายกรัฐมนตรีของประชาชนชาวไทย และน้องสาวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีข่าวปรากฏออกมาว่า จะลงทุนด้านพลังงานในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลดังกล่าว นอกจากนี้ นายเจะอามิง ยังเรียกร้องให้ รัฐบาลมีความชัดเจน ในการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อความสงบสุขของประชาชนในพื้นที่
แผ่นดินแยก จ.ลำปาง ขยายวงกว้างนายก อบต.แจ้ซ้อน จ.ลำปาง เผย รอยแผ่นดินแยกตัวขยายวงกว้าง จากเดิม 300 เป็น 800 เมตร เหตุฝนตกติดต่อกันหลายวัน
นายสมยศ รู้ชั้น นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแจ้ซ้อน อ.เมืองปาน จ.ลำปาง เปิดเผยว่า จากกรณี เกิดรอยแผ่นดินแยก ในหมู่บ้านดินดำ ม.3 ต.แจ้ซ้อน แยกกลางหมู่บ้าน ทำให้บ้านเกิดรอยแตกร้าวเป็นทางยาวกว่า 300 เมตร ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา จากอิทธิพลของพายุนกเตนนั้น ล่าสุด ฝนก็ยังคงตกลงต่อเนื่องติดต่อกันหลายวัน และในช่วงนี้ รอยแผ่นดินแยก ที่ยาวกว่า 300 เมตร ได้ขยายวงกว้าง ยาวไปกว่า 800 เมตรแล้ว ซึ่งทาง อบต.แจ้ซ้อน ก็ได้สั่งการให้เจ้าของบ้าน นำทรัพย์สินมีค่าออกมา เพื่อความปลอดภัย ซึ่งเจ้าของบ้านและผู้อยู่อาศัย ก็จะได้ให้ย้ายไปอยู่บ้านอีกหลัง ในหมู่บ้านใกล้เคียง
อย่างไรก็ตาม อบต.แจ้ซ้อน ได้รายงานเรื่องนี้ให้ทางจังหวัดรับทราบแล้ว ส่วนชาวบ้านในพื้นที่ ก็ยังรอความหวังที่ทางจังหวัด จะได้เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นและกำลังขยายวงกว้างออกไปเรื่อย ๆ ส่วนในพื้นที่ ก็ถือว่า มีแห่ลงโบราณสถานสำคัญ คือ วัดพระธาตุดอยเต่าคำ ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ อายุกว่า 100 ปี ที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านดินดำ ก็อาจจะได้รับผลไปด้วย

[16 กันยายน] ผู้ว่าฯพิจิตร รับ ให้ภรรยาเที่ยวบาหลี
ผู้ ว่าราชการจังหวัดพิจิตร รับ ให้ภริยาและหัวหน้าหน่วยราชการ ไปเที่ยวเกาะบาหลี ช่วงน้ำท่วม อ้าง เลื่อนเดินทางหลายครั้งแล้วและทำงานหนักมามาก
หลังปรากฏข่าว นางกนกพร วัชโรทยางกูร นายกเหล่ากาชาด จ.พิจิตร และในฐานะ ภริยา ผู้ว่าราชการ จ.พิจิตร ได้นำคณะหัวหน้าส่วนราชการ ไปท่องเที่ยวที่ เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ในช่วงที่ประเทศกำลังมีภัยพิบัติน้ำท่วม จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม ถึงแม้จะใช้เงินส่วนตัวไปท่องเที่ยวก็ตาม
นายสุวิทย์ วัชโรทยางกูร ผู้ว่าราชการ จ.พิจิตร ที่ก่อนหน้านี้ปฏิเสธว่า เป็นเรื่องไม่จริง ล่าสุด ยอมรับแล้วว่า เป็นผู้ที่เห็นดีเห็นงาม ให้ภริยาและรองผู้ว่าฯ ที่จะปลดเกษียณ พร้อมทั้งคณะอีก 30 คน ไปท่องเที่ยวที่ เกาะบาหลี จริง

[15 กันยายน] สวดขรก.หนีน้ำท่วม ยกทีมเที่ยวทัวร์นอก
ชาวพิจิตรสวดหัวหน้าส่วนราชการหนีช่วยน้ำท่วม ยกทีมไปทัวร์อินโดนีเซียเป็นคณะ ขณะที่ประชาชนยังเดือดร้อนแสนสาหัส แปลกใจที่ผู้บริหารระดับสูงลงนามอนุมัติเหมือนสนับสนุน
ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมใน จ.พิจิตร ว่า ล่าสุดนายสุวิทย์ วัชโรทยางกูร ผู้ว่าราชการ จ.พิจิตร ยอมรับว่าน้ำท่วมแล้ว 12 อำเภอ 79 ตำบล 644 หมู่บ้าน เดือดร้อน 38,277 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิตแล้ว 24 ราย ต้องขอกำลังทหารมาช่วยอพยพขนย้ายสิ่งของให้ราษฎรชาวบ้านที่เดือดร้อนกว่า 7-8 พันครัวเรือนทั้งในเขตเทศบาลที่เป็นชุมชนเมือง และราษฎรจากพื้นที่รอบนอก ต่างต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน บางส่วนได้ไปร้องขอความช่วยเหลือจากนายอำเภอ แต่ต้องผิดหวัง เพราะเจ้าหน้าที่แจ้งว่าขอให้อดทนในช่วงนี้ไปก่อน เพราะนายอำเภอไปเที่ยวต่างประเทศ จะกลับมาในวันที่ 18 กันยายน
รายงานข่าวแจ้งว่า การไปทัวร์ครั้งนี้มีกำหนด 6 วัน 5 คืน มีการนัดพบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ วันที่ 13 กันยายน เวลา 06.00 น. โดยผู้ร่วมคณะประกอบไปด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่สำคัญของ จ.พิจิตร รวม 30 คน ออกเดินทางไปยังประเทศอินโดนีเซียด้วยเที่ยวบินทีจี 433 โดยระบุว่าใช้เงินส่วนตัว
การไปทัวร์ดังกล่าวทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันในหมู่ชาวบ้านผู้เดือดร้อนจากอุทกภัยทั่วไป ว่าไม่สนใจที่จะให้การช่วยเหลือ ในขณะที่คนทั่วไปกำลังเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส บางคนถึงกับกล่าวด้วยความไม่พอใจที่ก่อนหน้านี้ทางจังหวัดได้นำสลากกาชาด จ.พิจิตร มาจำหน่าย ระบุว่าเราช่วยกาชาด กาชาดช่วยเรา ชาวบ้านจึงช่วยกันซื้อสลากที่ออกขายไปเมื่อวันที่ 3-4 ก.ย. ช่วงแข่งเรือพระราชทานหน้าวัดท่าหลวง มีกำไรเกือบ 1 ล้านบาท แต่แทนที่จะนำเงินที่ได้ไปซื้อสิ่งของช่วยชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วม แต่ผู้ที่มีอำนาจกลับทำตัวไม่ว่าง ออกไปทัวร์ ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่รู้เรื่องดีต่างก็พูดไม่ออก และแปลกใจที่ผู้บริหารระดับสูงก็รู้อยู่ว่า จ.พิจิตร กำลังประสบภัยพิบัติน้ำท่วม แต่ยังลงนามอนุมัติให้ออกไปต่างประเทศกันได้ เหมือนมีเจตนาสนับสนุนการกระทำในครั้งนี้ด้วย
รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้บุคคลภายนอกจากทั่วทุกสารทิศหรือองค์กรต่าง ๆ นำสิ่งของมาช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนไม่ขาด แม้แต่ถุงยังชีพพระราชทานที่แม้อยู่ไกลก็ยังมาถึงมือชาวบ้านก่อนเสมอ ตรงกันข้ามกับถุงยังชีพของ จ.พิจิตร กลับมีปัญหาเรื่องการทุจริตใช้งบ 500 บาท แต่จัดซื้อจริงแค่ 300-350 บาท จนมีข่าวเล่าลือว่าผู้มีอำนาจขอค่าลายเซ็นอนุมัติถุงละ 75 บาท จนต้องออกมาปฏิเสธกันชุลมุน
ขอขอบคุณข้อมูลจาก






