ปภ. เตือน 10 จังหวัดภาคใต้ระวังคลื่นซัดใน 4 วันนี้




เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
 
          ปภ. ออกประกาศเตือน 10 จังหวัดภาคใต้ ระวังฝนตกหนัก คลื่นซัดแรง ตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม 2554 ถึง 1 มกราคม 2555
 
          วันนี้ (28 ธันวาคม) นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ออกประกาศเตือนประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ทั้งหมด 10 จังหวัดว่า พื้นที่ที่อยู่บริเวณชายฝั่งทะเล ที่ราบต่ำริมน้ำ ที่ลาดเชิงเขา ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ยะลา ปัตตานี สตูล นราธิวาส กระบี่ และตรัง ให้ระวังฝนตกหนักและคลื่นลมแรง ตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม 2554 ถึง 1 มกราคม 2555 ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือ เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง และปฏิบัติตามคำแนะนำของ ปภ. อย่างเคร่งครัด
 
          ทั้งนี้ ปภ. ได้กำชับให้มิสเตอร์เตือนภัยเตรียมความพร้อมเป็นพิเศษ โดยตื่นตัวและจัดเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมเสมอ สามารถช่วยเหลือประชาชนได้ทันที หากสถานการณ์ไม่ดี ซึ่งประชาชนที่ประสบปัญหาสามารถโทรศัพท์มาได้ที่หมายเลข 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง
 

สงขลา ปัดข่าวลือ คลื่นซัดนางเงือกแหลมสมิหลาล้ม
 
         รองนายกเทศมนตรีนครสงขลา เผยนางเงือกแหลมสมิหลา ยังไม่ล้ม หลังลือสะพัด คลื่นซัดเสียหาย

         นายสมชาย เมฆาอภิรักษ์ รองนายกเทศมนตรีนครสงขลา ได้ไปตรวจสอบสภาพของรูปปั้นนางเงือก และยืนยันว่า ข่าวรูปปั้นนางเงือกล้มลงมานั้น เป็นเพียงข่าวลือต่อ ๆ กันไป หลังจากที่มีการนำเสนอภาพข่าวผ่านสื่อมวลชน ระหว่างที่คลื่นลมแรง ซัดใส่รูปปั้นนางเงือก ทั้งนี้แม้คลื่นจะซัด แต่รูปปั้นนางเงือก ยังอยู่ในสภาพปกติ ไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด เนื่องจากตั้งอยู่บนโขดหินซึ่งเป็นหินตามธรรมชาติ มีฐานรองรับแข็งแรง คลื่นไม่สามาถซัดเสียหายได้ ซึ่งนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่แหลมสมิหลา ก็ยังสามารถขึ้นไปยืนถ่ายรูปคู่กับนางเงือกได้ตามปกติ

           อย่างไรก็ตาม หลังเกิดข่าวลือ มีชาวสงขลาบางส่วนได้นำพวงมาลัยมาคล้องคอนางเงือก เพื่อให้สยบข่าวลือและเรียกขวัญกำลังใจกลับคืนมา เนื่องจากเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ ที่ทำให้ผู้คนทั่วไป และนักท่องเที่ยวรู้จัก จ.สงขลา


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก




[27 ธันวาคม] ศูนย์เตือนภัย ชี้คลื่นภาคใต้ไม่รุนแรงไปกว่านี้



 
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ครอบครัวข่าว 3

          ศูนย์เตือนภัย เผยคลื่นภาคใต้จะไม่รุนแรงไปมากกว่านี้ ทางด้าน ยิ่งลักษณ์ สั่งผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด เบิกงบฉุกเฉินใช้ได้ทันที ขณะที่กรมอุตุฯ เตือนให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และอย่าตื่นข่าวแผ่นดินไหว - สึนามิ

          วานนี้ (26 ธันวาคม) น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ  ได้ออกมาแถลงถึงสถานการณ์คลื่นยักษ์ที่เกิดขึ้นทางภาคตะวันออกฝั่งอ่าวไทยของประเทศไทย ว่า เกิดจากมวลอากาศเย็น หรือความกดอากาศสูงที่แผ่ปกคลุม รวมถึงอิทธิพลความกดอากาศต่ำส่วนหนึ่งจากมาเลเซีย แต่สถานการณ์จะไม่รุนแรงไปมากกว่านี้ อย่างไรก็ตาม ทางศูนย์เตือนภัยอาจจะต้องปรับระดับและพื้นที่เตือนภัยใหม่ให้ครอบคลุมการเฝ้าระวังมากขึ้น

          ทางด้าน นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รองนายกรัฐมนตรี ลงไปดูแลในเรื่องการช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนผลกระทบที่เกิดขึ้น และได้มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดูแลในเรื่องการเตือนภัย และการอพยพคนอย่างใกล้ชิด และให้ผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดสามารถเบิกใช้งบฉุกเฉินได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องรอการตั้งหลักเกณฑ์ต่าง ๆ

          พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า การเตือนภัยล่วงหน้ายังไม่ดีพอ เพราะขณะนี้ทำได้เฉพาะการเตือนภัยแบบฉับพลันเท่านั้น ซึ่งต้องมีการปรึกษาหารือกันใหม่ เพื่อให้การเตือนภัยมีประสิทธิภาพมากขึ้น

อุตุฯ เตือนอย่าตื่นข่าวแผ่นดินไหว-สึนามิ

            สำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุฯ แจ้งเตือนอย่าตื่นตกใจกับข่าวลือ เผยว่าจะเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ หรือ คลื่นสึนามิ ที่กระทบต่อไทย ขอประชาชนติดตามข่าวสารได้ตลอด 24 ชม.

            เว็บไซต์สำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหวของกรมอุตุนิยมวิทยา ได้แจ้งข่าวล่าสุดเมื่อเวลา ประมาณ 19.29 น. ของวันที่ 26 ธันวาคม ที่ผ่านมา โดยมีการออกประกาศเตือนว่า ขณะนี้ไม่มีแผ่นดินไหว หรือ คลื่นสึนามิ ที่กระทบต่อประเทศไทย หากแต่เป็นคลื่นลมแรงจากสภาพอากาศที่แปรปรวน บริเวณทะเลฝั่งอ่าวไทย ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก และอย่าเชื่อข่าวลือ ขอให้รับฟังและติดตามข่าวสาร จากทางกรมอุตุนิยมวิทยา หรือ โทรสอบถามที่ 02-399-4547, 02-399-0969, 02-366-9410, 02-398-5325 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และติดตามติดตามข่าวสารจากสำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหวของกรมอุตุฯ ที่นี่ http://www.seismology.tmd.go.th


คลื่นยักษ์ ถล่มประจวบฯ กว่า 500 ครอบครัวทุกข์

          ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ลงสำรวจพื้นที่ความเสียหายจากคลื่นยักษ์ ขณะที่ ปภ. สรุปชาวบ้านเดือดร้อนกว่า 500 ครอบครัว

          นายวีระ ศรีวัฒนตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายจากคลื่นลมทะเล ที่ซัดชายฝั่งตลอดแนวบริเวณท่าเทียบเรือประมง โครงการพัฒนาประมงทะเลชายฝั่งพื้นบ้าน ต.ห้วยยาง ซึ่งชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากคลื่นลมแรงที่ซัดชายหาดบริเวณดังกล่าว ได้รับความเสียหาย ซึ่งก่อนหน้านี้ 1 สัปดาห์ อบต.ห้วยยาง ได้นำกระสอบทราย จำนวน 1,000 ลูก มาทำแนวกันคลื่นซัดชายหาดแล้ว แต่เนื่องจากคลื่นลมปีนี้ มีกำลังแรงกว่าทุกปีที่ผ่านมา ทำให้แนวกระสอบทราย ก็ไม่สามารถต้านแรงคลื่นได้ ส่งผลให้น้ำทะเลเอ่อล้นตลิ่ง เข้าท่วมบ้านเรือนของชาวประมงบริเวณชายคลองห้วยยาง สูงประมาณ 30 ซม. มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 13 หลังคาเรือน

          โดยเฉพาะบ้านของ น.ส.ประนอม ทอดสนิท ซึ่งป่วยเป็นโรคไต ถูกน้ำทะลักเข้าท่วมบ้านสูงเกือบ 1 เมตร จนข้าวของเครื่องใช้ได้รับความเสียหายทั้งหมด และต้องอาศัยกางเต็นท์นอนแทน ในเบื้องต้น นายกเหล่ากาชาดจังหวัด ได้มอบเงินช่วยเหลือจำนวน 1,000 บาท ให้แก่ น.ส.ประนอม พร้อมมอบถุงยังชีพให้กับราษฎรที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 13 หลังด้วย

          ในส่วนของสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้สรุปความเสียหายจากวาตภัย ที่คลื่นซัดชายฝั่งในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่วันที่ 24 - 26 ธ.ค. 54 ส่งผลกระทบต่อ 6 อำเภอ คือ อ.หัวหิน อ.สามร้อยยอด อ.กุยบุรี อ.ทับสะแก อ.เมือง และ อ.บางสะพานน้อย ราษฎรได้รับความเดือดร้อน ประมาณ 565 ครอบครัว



อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก









[26 ธันวาคม] ปภ. แจงคลื่นยักษ์ถล่ม 4 จังหวัดใต้ เหตุน้ำทะเลหนุน





สรุปประเด็นข่าวโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ไทยโพสต์, ครอบครัวข่าว 3

         ปภ. เผยมี 8 อำเภอ ใน 4 จังหวัดได้รับผลกระทบจากคลื่นยักษ์ซัดถล่มชายฝั่ง เนื่องจากน้ำทะเลหนุนสูง

         วันนี้ (26 ธันวาคม) นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า เมื่อวานนี้ (25 ธันวาคม) เกิดเหตุคลื่นลมแรงพัดเข้าสู่ชายฝั่ง และน้ำทะเลหนุนสูง ทำให้พื้นที่ทั้ง 4 จังหวัด 8 อำเภอได้รับความเสียหาย ได้แก่

         1. จ.ชุมพร 1 อำเภอ คือ อ.หลังสวน

         2. จ.ประจวบคีรีขันธ์ 4 อำเภอ คือ อ.ทับสะแก อ.หัวหิน อ.กุยบุรี และ อ.สามร้อยยอด

         3. จ.นครศรีธรรมราช 1 อำเภอ คือ อ.ปากพนัง

         4. จ.สุราษฎร์ธานี 2 อำเภอ คือ อ.ดอนสัก และ อ.ไชยา

         ทั้งนี้ ปภ. ได้เข้าช่วยเหลือประชาชนเบื้องต้นแล้ว และสำรวจความเสียหาย ถ้าหากประชาชนในพื้นที่มีปัญหา สามารถโทรไปที่หมายเลข 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อขอความช่วยเหลือ



เกาะติดสถานการณ์ คลื่นถล่มหลายจังหวัดภาคใต้ 26 ธันวาคม 2555


คลื่น4ม.ซัดอ.ทับสะแกประจวบฯดินทรุด

          คลื่นสูง 4 เมตร ซัดเข้าชายฝั่ง อ.ทับสะแก จ.ประจวบฯ ชาวบ้านหนีตายวุ่น ขณะโรงงานน้ำปลาริมทะเลถูกคลื่นกัดเซาะ พื้นทรุดตัว หวั่นถล่ม

          ช่วงเช้าของวันนี้ (26 ธันวาคม) คลื่นลมได้พัดอย่างรุนแรงตลอดแนวชายฝั่ง จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยเฉพาะ อ.ทับสะแก ในวันนี้ ได้มีคลื่นสูงประมาณ 3 - 4 เมตร โดยคลื่นยักษ์ได้พัดเข้าสู่หมู่บ้านทุ่งประดู่ หมู่ที่ 2 ต.ทับสะแก ทำให้ชายฝั่งทะเลถูกคลื่นซัดพื้นดินหายไปกว่า 50 เมตร เป็นแนวยาวกว่า 1 กิโลเมตร และกัดเซาะเข้าไปถึงบ้านเรือนประชาชน ซึ่งชาวประมงเรือเล็กได้ช่วยกันนำเรือเข้าหลบชายฝั่ง

          นายสุรศักดิ์ เกศวะพิทักษ์ ผู้จัดการโรงงานน้ำปลาวังใต้ทับสะแก ซึ่งเป็นโรงงานเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า พื้นที่ของโรงงานได้ถูกคลื่นซัดหายไปจนถึงตัวโรงงาน และคลื่นได้กัดเซาะเข้ามาในพื้นโรงงาน ทำให้สภาพโรงงานขณะนี้เริ่มทรุดตัวและหากคลื่นยังทวีความรุนแรงเช่นนี้ โรงงานน้ำปลาวังใต้อาจถูกคลื่นซัดเข้าไปถึงครึ่งโรงงาน และอาจเกิดความเสียหายไปมากกว่านี้



คลื่นซัดสูงถึงเสาไฟฟ้า จนทำให้ต้องมีการตัดไฟ (ต.เกาะเพชร อ.หัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช)


คลื่นสูง 2-3 เมตร ตลอดแนวชายฝั่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์



ถนนหนทางที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ หลังจากถูกคลื่นซัด


สภาพบ้านเรือนและร้านค้าของชาวบ้านที่หัวหิน


สภาพบ้านเรือนและร้านค้าของชาวบ้านที่หัวหิน


สภาพบ้านเรือนและร้านค้าของชาวบ้านที่หัวหิน


สภาพบ้านเรือนและร้านค้าของชาวบ้านที่หัวหิน


คลื่นสูง 4-5 เมตร ซัดชายหาด  จ. ชุมพร  


คลื่นสูง 4-5 เมตร ซัดชายหาด  จ. ชุมพร  


คลื่นสูง 4-5 เมตร ซัดชายหาด  จ. ชุมพร  



คลื่นซัดบ้านริมฝั่ง อ.ระโนด-สงขลา กลางดึก


          เกิดคลื่นขนาดใหญ่พัดเข้าชายฝั่ง อ.ระโนด จ.สงขลา ทำบ้านเรือนติดริมทะเล พังเสียหายจำนวนมาก ชาวบ้านกว่า 50 คน อพยพวุ่น

           เมื่อช่วงดึกคืนวันที่ 26 ธ.ค. ได้เกิดคลื่นขนาดใหญ่ ความสูง 2-3 เมตร พัดเข้าสู่ชายฝั่งในพื้นที่หมู่ 1 บ้านท่าเข็น ต.คลองแดน อ.ระโนด จ.สงขลา ตลอดแนวชายหาด ความยาวกว่า 3 กิโลเมตร ทำให้ชาวบ้าน 20 ครัวเรือน กว่า 50 คน ที่มีบ้านอยู่ติดริมทะเล ต้องอพยพออกจากบ้านมาอาศัย อยู่ที่ศาลาโรงครัวของวัดหัวคุ้งชั่วคราว เนื่องจาก บ้านถูกคลื่นซัดเสียหาย ไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ ซึ่งชาวบ้านนั้นต้องอาศัยหลับนอนกันอยู่ภายในศาลาโรงครัวกันอย่างแออัด

           อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุ นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการ จ.สงขลา พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อำเภอระโนด ก็ได้เข้าให้การช่วยเหลือ ชาวบ้านที่อพยพ พร้อมกับ มอบถุงยังชีพ เพื่อให้การช่วยเหลือในเบื้องต้น และในวันนี้ (26 ธ.ค.) ก็จะจัดทีมแพทย์เข้ามาดูแลสุขภาพของผู้อพยพโดยเฉพาะ ผู้สูงอายุและเด็ก ๆ พร้อมกับ สั่งการให้ทางอำเภอระโนด ใช้งบประมาณของทางอำเภอที่จัดสรรให้จำนวน 2 ล้านบาท เพื่อเข้าให้การช่วยเหลือทั้งในส่วนของบ้านเรือนและทรัพย์สินที่เสียหาย พร้อมกับสั่งการให้ดูแลชาวบ้าน ที่ต้องอพยพมาอยู่ที่บ้านอย่างดีที่สุด จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย และจะมีการลงพื้นที่สำรวจความเสียหายอีกครั้งในเช้าวันนี้

           ทั้งนี้ ชาวบ้านเผยว่า เหตุการณ์คลื่นลมแรงในครั้งนี้หนักที่สุดในรอบปีนี้ และเกิดขึ้นติดต่อกันเป็นครั้งที่สาม และต่างอยู่ในอาการหวาดผวา ขณะที่ สถานการณ์ในภาพรวมของ จ.สงขลา ได้เกิดคลื่นลมแรงตลอดแนวชายฝั่งทั้ง 6 อำเภอของ จ.สงขลา คือ อ.เมือง จะนะ เทพา สทิงพระ สิงหนคร และ อ.ระโนด ซึ่งสถานการณ์หนักที่สุด





  ชาวชุมพรเข้าตรวจสอบความเสียหายหลังคลื่นยักษ์ซัด 

           ความคืบหน้ากรณีคลื่นยักษ์ พัดถล่มพื้นที่ 3 ตำบลของ อ.หลังสวน จ.ชุมพร ทำให้เกิดความเสียหายแก่บ้านเรือนชาวบ้านประชาชนร่วม 2,000 คน ต้องไร้ที่อยู่อาศัย ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว ที่บ้านหัวแหลม หมู่ที่ 12 ต.บางมะพร้าว อ.หลังสวน จ.ชุมพร ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันนี้ สถานการณ์คลื่นลมแรง ยังคงมีกำลังแรงอย่างต่อเนื่อง แต่ความสูงของคลื่นลดลงเล็กน้อย ชาวบ้านต่างพากันเข้าไปทำความสะอาดภายในบ้าน พร้อมทั้งสำรวจความเสียหายของทรัพย์สิน รวมถึงพื้นที่ อีก 5 อำเภอ ที่ตั้งอยู่ชายฝั่งทะเล ร่วม 200 กิโลเมตร ของ จ.ชุมพร และได้รับความเสียหายอย่างหนัก จากเหตุการณ์คลื่นยักษ์พัดถล่มชาวบ้านยังคงหวั่นวิตก เนื่องจากท้องฟ้ายังมืดมิด มีฝนตกลงมาตลอดเวลา กระแสคลื่นยังคงถาโถมเข้าฝั่งเป็นระยะ ๆ อย่างไรก็ตามไม่มีรายงานที่ได้รับบาดเจ็บสูญหาย หรือเสียชีวิตแต่อย่างใด



 คลื่นถล่มชายหาดหัวหินร้านพัง ชุมพรก็อ่วมนักท่องเที่ยวติดเกาะ


             สภาพอากาศในภาคเหนือ อีสาน ยังหนาวเย็นลงต่อเนื่อง เกิดน้ำค้างแข็งในหลายพื้นที่ ส่วนภาคใต้เกิดคลื่นลมแรง หัวหินเรือแตกเสียหาย ร้านค้าพังยับ ที่ชุมพรเกิดคลื่นยักษ์สูงกว่า 5 เมตร

             กรมอุตุนิยมวิทยาคาดหมายลักษณะอากาศในรอบสัปดาห์ว่า ในช่วงวันที่ 25-28 ธันวาคม บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับในช่วงวันที่ 25-27 ธ.ค. จะมีคลื่นกระแสลมตะวันตกเคลื่อนผ่านภาคเหนือ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยมีอากาศหนาวเย็นลง โดยอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง สำหรับบริเวณภูเขาสูงในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด กับมีน้ำค้างแข็งเกิดขึ้นได้ในบางพื้นที่

            ส่วนมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น คลื่นลมอ่าวไทยตอนล่างสูง 2-4 เมตร หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 29-31 ธ.ค. บริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทย และมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง ทำให้มีบริเวณประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อย แต่โดยทั่วไปยังคงมีอากาศหนาวเย็นต่อไป

            สำหรับอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 2-3 เมตรข้อควรระวัง ในระยะนี้ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น สำหรับในช่วงวันที่ 25-27 ธ.ค. ประชาชนบริเวณภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไปให้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนัก และพื้นที่บริเวณแนวชายฝั่งให้ระวังคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง และขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง
   
             ทั้งนี้ มีรายงานว่า เช้าวันที่ 25 ธ.ค.นี้ ได้เกิดคลื่นลมแรงพัดเข้าสู่ตัวเมืองหัวหินอย่างหนัก ตั้งแต่เวลา 03.00 น. ส่งผลให้มีคลื่นขนาดใหญ่มากพัดเข้าถาโถมตลอดแนวชายฝั่งหัวหิน โดยมีคลื่นสูงกว่า 4-5 เมตร ส่งผลให้เรือประมงที่จอดหลบลมอยู่ที่หลังเขื่อนกันคลื่นสะพานปลาหัวหินแตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ หลายลำ
            
             นอกจากนี้ คลื่นลมแรงได้พัดร้านค้าตามแนวชายหาดพังเสียหายเป็นจำนวนมาก เจ้าของร้านตามเก็บข้าวของกันจ้าละหวั่น แต่ส่วนใหญ่ถูกพัดลงทะเล ซึ่งคาดว่า จะต้องปิดร้านไปอีกหลายวันจนกว่าคลื่นลมจะสงบลงก่อน

             นางปิ่นนาถ เจริญผล ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้แจ้งเตือนนักท่องเที่ยวให้ทราบและเพิ่มความระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดการตื่นตระหนกและทราบว่าเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติแล้ว

             ส่วนที่ จ.ชุมพร เกิดคลื่นยักษ์สูงกว่า 5 เมตร เข้าถล่มใน ต.บางมะพร้าว ต.ปากน้ำ ต.หลังสวน และ ต.บางน้ำจืด ของ จ.ชุมพร ทำให้มีบ้านเรือนได้รับความเสียหาย โดยพื้นที่ ม.12 ต.บางมะพร้าว ได้รับความเสียหายหนักที่สุด เนื่องจากหมู่บ้านถูกคลื่นซัด ส่วนรีสอร์ตที่อยู่ตามชายฝั่งมากกว่า 20 แห่งก็ได้รับความเสียหายหนักเช่นกัน นอกจากนี้ก็ยังพบว่า มีนักท่องเที่ยวกว่า 10 คน ที่ไปท่องเที่ยวในเกาะพิทักษ์ติดเกาะไม่ทราบชะตากรรม ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นรวดเร็วมากและยังมีคลื่นสูงอยู่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เร่งให้ความช่วยเหลือ




สงขลา สั่งห้ามนักท่องเที่ยว เล่นน้ำใกล้แหลมสมิหลา


            ทะเลอ่าวไทย คลื่นลมแรง เจ้าหน้าที่ปกครอง จ.สงขลา สั่งห้ามนักท่องเที่ยวเล่นน้ำ และเข้าใกล้แหลมสมิหลา เด็ดขาด ทุกจุด เสี่ยงอันตราย

            สภาพคลื่นลมในทะเลอ่าวไทยในวันนี้ (26 ธันวาคม) ยังคงมีกำลังแรงขึ้นอีกระลอก โดยตลอดแนวชายหาดแหลมสมิหลา ระยะทางกว่า 9 กิโลเมตร ได้รับผลกระทบจากสภาพคลื่นลมในทะเลอ่าวไทย ที่มีกำลังแรงกว่าทุกวัน ซึ่งซัดเข้าสู่ชายหาดตลอดทั้งวัน

             โดยเฉพาะบริเวณรูปปั้นนางเงือก ความแรงของคลื่นกินพื้นที่ลึกเข้ามาถึงแนวคอนกรีต สำหรับให้นักท่องเที่ยวยืนชมวิว ซึ่งอยู่ห่างจากทะเลกว่า 10 เมตร เจ้าหน้าที่ต้องเตือนนักท่องเที่ยวทั้งชาวมาเลเซีย และสิงคโปร์จำนวนมาก ที่เดินทางมาท่องเที่ยวบริเวณแหลมสมิหลาในช่วงเทศกาลคริสต์มาส และไปออกไปถ่ายรูปคู่กับรูปปั้นนางเงือก ให้รีบกลับเข้าขึ้นฝั่ง เพราะเสี่ยงที่จะถูกคลื่นซัด และได้รับอันตรายจากน้ำทะเลที่ทะลักขึ้นมาตลอดเวลา พร้อมกับแจ้งเตือนนักท่องเที่ยว ห้ามลงเล่นน้ำทะเลบริเวณชายหาดแหลมสมิหลาอย่างเด็ดขาด ทุกจุด เพราะเสี่ยงที่จะถูกคลื่นซัดจมทะเล






คลื่นยักษ์ถล่มชายฝั่ง อ.ยะหริ่ง ปชช.โอด


          คลื่นยักษ์ถล่มชายฝั่ง อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี น้ำท่วมถนนขาด ชาวบ้านกว่า 1,000 คน เดือดร้อนหนัก

          ได้เกิดคลื่นขนาดความสูง 2-3 เมตร พัดเข้าสู่ชายฝั่งในพื้นที่ หมู่ที่ 1 บ้านตะโละกาโปร์ และบ้านแหลมโพธิ์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ทำให้น้ำท่วมเข้าบ้านเรือนราษฎรและถนนสายแหลมโพธิ์-ตะโละกาโปร์ขาด จนไม่สามารถเข้าออกพื้นที่ได้ ส่งผลให้ชาวบ้านที่อยู่ข้างในได้รับความเดือดร้อนจำนวน 1,000 ราย

          ทางด้าน นายมามะรอฮิง ดอเลาะ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลตะโละกาโปร์ กล่าวว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา คลื่นขนาดใหญ่สูงราว 2-3 เมตร และมีลมแรงพัดเข้ามา ทำให้น้ำท่วมเข้าบ้านเรือนราษฎร จำนวนหลายร้อยหลัง ทำให้ขณะนี้มีชาวบ้านเดือดร้อนทั้ง 2 หมู่บ้านกว่า 1,000 ราย เบื้องต้นได้รายงานไปยังจังหวัดแล้วและคาดว่าสถานการณ์ยังไม่น่าเป็นห่วง จนต้องอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ แต่ต้องมีการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดมากกว่าเป็นพิเศษตลอด 24 ชั่วโมง



ตะลุมพุกหนีตาย หลังคลื่นยักษ์ถล่ม

 ตะลุมพุกหนีตาย หลังคลื่นยักษ์ถล่ม  


          ชาาวแหลมตะลุมพุก จ.นครศรีธรรมราช อพยพหนีตายหลังคลื่นยักษ์ถล่มทั้งหมู่บ้าน บ้านพังยับกว่า 10 หลัง

          จากกรณีคลื่นยักษ์ความสูง 3-5 เมตร พัดถนนเลียบชายฝั่งทะเลทางด้าน จ.นครศรีธรรมราช ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก นายประยุทธ ฐานะวัฒนา กำนันตำบลแหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง ว่าชาวบ้านในหมู่บ้านแหลมตะลุมพุก ได้รับผลกระทบจากคลื่นลมแรงจากเหตุการณ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าครั้งนี้หนักกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาหลายเท่า โดยมีคลื่นยักษ์สูงประมาณ 3-4 เมตร พัดกระหน่ำเข้าหมู่บ้าน จึงได้ทำการให้ชาวบ้านอพยพทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ อยู่ในพื้นที่ออกไปอยู่ยังที่ปลอดภัยแล้ว ส่วนความเสียหายนั้นยังมีบ้านพังเสียหายไปแล้วไม่ต่ำกว่า 10 หลัง ซึ่งสภาพบ้านแหลมตะลุมพุกตอนนี้ได้รับความเสียหายไปทั่วหรือเกือบทั้งหมู่บ้านชาวประมงแล้ว ส่วนคลื่นยักษ์นั้นส่วนมากมักจะมาในช่วงเที่ยงวัน

           ซึ่งขณะนี้พื้นที่ อ.ปากพนัง ยังมีหลายพื้นที่ที่ยังได้รับผลกระทบไม่ว่าจะเป็นด้านของ อ.หัวไทร ท่าศาลา สิชล ขนอม และโดยเฉพาะที่หาดบ้านในทุ่ง อ.ท่าศาลา เป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านเดือดร้อนไม่แพ้แหลตะลุมพุกคลื่นยักษ์เข้าฝั่งอย่างรุนแรงบ้านเรือนชาวบ้านพังเสียหายไป 20 หลังเช่นกัน



ขอขอบคุณข้อมูลจาก
   






เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ปภ. เตือน 10 จังหวัดภาคใต้ระวังคลื่นซัดใน 4 วันนี้ อัปเดตล่าสุด 28 ธันวาคม 2554 เวลา 13:57:04 115,840 อ่าน
TOP
x close