
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ครอบครัวข่าว 3
เจ้าหน้าที่กู้รถบรรทุกแก๊สที่พลิกคว่ำที่ลำลูกกา-ปทุมธานี และเปิดการจราจรตามปกติแล้ว ส่วนคนขับอยู่ในระหว่างการตามตัวมาสอบสวนต่อไป
จากเหตุการณ์รถพ่วงบรรทุกแก๊สของบริษัท เปรมฤทัย ปิโตรเลียม ได้บรรทุกแก๊สของบริษัท ปตท.จำนวน 15 ตันไปส่งลูกค้าที่ปั้มแก๊สคลองเจ็ด อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ ทำให้เกิดแก๊สรั่วพุ่งออกมาถึง 7 ตัน ทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก และเจ้าหน้าที่ต้องปิดถนนสายลำลูกกา-พหลโยธินขาเข้านั้น
ต่อมา เจ้าหน้าที่จึงเร่งขนย้ายรถบรรทุกแก๊สออกจากพื้นผิวการจราจร เพื่อเปิดการจราจรโดยด่วนหลังรถติดขัดนานหลายชั่วโมง จากนั้นเจ้าหน้าที่ ปตท.พร้อมวิศวกรได้มาช่วยปิดวาวล์ท่อก๊าชโดยใช้ผ้าดิบอุดรูรั่วนำฝาเกรียวปิดได้สำเร็จ แล้วใช้รถยกขนาด 50 ตัน จำนวน 3 คัน มายกรถแก๊สที่ตะแคง และต้องให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิง ฉีดน้ำเลี้ยงถังก๊าชไว้ตลอดเวลา จนสามารถยกรถขึ้นมาได้สำเร็จ ใช้เวลากว่า 8 ชั่วโมง
อย่างไรก็ตาม ย้อนกลับไปเมื่อปีพ.ศ.2533 เคยมีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นเช่นกันเมื่อเกิดเหตุรถบรรทุกแก๊สระเบิดขึ้นที่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ทำให้ถังแก๊สแคปซูล 2 ถัง ถังละ 20,000 ลิตร หลุดออกจากตัวรถ และเกิดเป็นความร้อนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อัดให้กับแก๊สที่บรรจุอยู่ภายในถังเหล็กไม่สามารถทนแรงเสียดสีได้แตกออกมา แก๊สที่บรรจุอยู่ภายในได้พวยพุ่งออกมาและเกิดเป็นประกายไฟและระเบิดขึ้นมา ไฟลุกลามไปยังรถบริเวณใกล้เคียง ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก ในเหตุการณ์นั้นเจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลากู้กว่า 1 วันเต็ม ๆ นับเป็นข่าวอุบัติเหตุที่ครึกโครมที่สุดในสมัยนั้น แต่ครั้งนี้โชคดีมากที่สามารถกู้ได้สำเร็จ โดยไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ไม่ซ้ำรอยโศกนาฏกรรมเดิมที่เคยเกิดมา
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

[5 มกราคม] รถแก๊ส LPG พลิกคว่ำ แก๊สรั่ว ตร.ปิดจราจร

ระทึก รถแก๊ส LPG พลิกคว่ำ ถ.ลำลูกกา แก๊สพวยพุ่งจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ปิดการจราจร ส่งผลการจราจรติด ร่วม 10 กิโลเมตร ด้าน กรมควบคุมมลพิษ แนะ เหตุแก๊ส LPG รั่วไหล ต้องกันคนออกนอกพื้นที่ 200 เมตรขึ้นไป พร้อมใช้สเปรย์น้ำ เข้าระงับ
เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (5 กุมภาพันธ์) เกิดอุบัติเหตุรถแคปซูล บรรทุกแก๊ส LPG เสียหลักตกร่องกลางถนน ถ.ลำลูกกา ขาออก แยกตัดวงแหวนตะวันออกส่งผลให้แก๊ส LPG รั่วไหล พวยพุ่งออกมาจากแคปซูล จำนวนมาก โดยรถพลิกตะแคงคว่ำมุ่งหน้ามาทางฝั่งขาเข้า เจ้าหน้าที่ปิดการจราจรชั่วคราว ทั้ง 2 ฝั่ง ขาเข้าและขาออก เป็นระยะทาง 500 เมตร ส่งผลให้การจราจรติดขัดร่วม10 กิโลเมตร
ล่าสุด ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.ลำลูกกา เดินทางเข้าอำนวยความสะดวก ปัดการจราจร ให้กลับรถบริเวณ หน้าบิ๊กซี ลำลูกกา แล้ว และมีเจ้าหน้าที่ดับเพลิง เตรียมพร้อมไว้ใกล้กับจุดเกิดเหตุ แต่ยังไม่สามารถเข้าไปยังพื้นที่เกิดเหตุได้ เพราะแก๊สยังคงรั่วไหลออกมาตลอดเวลา
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้ผู้ใช้เส้นทางหลีกเลี่ยงการจราจรในเส้นทาง ที่จะมุ่งหน้าถนนลำลูกกา ก่อนเพื่อความปลอดภัย
ความคืบหน้าเหตุรถแก๊ส LPG พลิกคว่ำ บริเวณ ถ.ลำลูกกา ฝั่งขาออก ช่วงก่อนถึงแยกตัดวงแหวนตะวันออก ล่าสุด แก๊ส ยังคงพวยพุ่งออกมาจากตัวแคปซูล และเจ้าหน้าที่ยังคงไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่ได้ พร้อมกันนี้ ตำรวจ สภ.ลำลูกกา ยังคงปิดการจราจรโดยรอบพื้นที่ และกันประชาชนไม่ให้เข้าใกล้พื้นที่อย่างน้อย 200 เมตร ซึ่งขณะนี้ ยังมีประชาชน ในฝั่งตรงข้ามที่เกิดเหตุ ออกมามุงดูเหตุการณ์กันจำนวนมาก
ทางด้านของ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินสารเคมี กรมควบคุมมลพิษ กล่าวแนะนำ ถึงกรณีการเกิดอุบัติเหตุแก๊ส LPG รั่วไหลว่า ต้องกันประชาชน ให้อยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุ ตั้งแต่ 200 เมตรขึ้นไป เนื่องจาก แก๊ส LPG เป็นแก๊ส ที่ติดไฟได้ง่าย และห้ามใช้โทรศัพท์มือถือ หรือ วอล์คกี้ ทอล์คกี้ และห้ามขับรถผ่าน เข้าไปบริเวณจุดเกิดเหตุ นอกจากนี้ การจะเข้าไปควบคุมสถานการณ์ ต้องให้รถดับเพลิง เข้าไปใกล้จุดเกิดเหตุในลักษณะอยู่เหนือลม แล้ว ใช้ สเปรย์น้ำ อัดเข้าไปที่ควันแก๊ส เพื่อสกัดแก๊ส LPG ดังกล่าว
ความคืบหน้าล่าสุด เจ้าหน้าที่ ยังคงปิดการจราจรทั้งฝั่งขาเข้าและฝั่งขาออก ตั้งแต่ 800 เมตร เป็นต้นไป โดยในที่เกิดเหตุขณะนี้ เจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรวจสอบรถบรรทุกแก๊สคันดังกล่าวได้แล้ว พบว่า เป็นรถของ บริษัทเปรมฤทัย ปิโตรเลียม ที่บรรทุกแก๊สมา รวมตัวรถแล้ว น้ำหนักประมาณ 15 ตัน และกำลังจะเดินทางไปที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี และจากการตรวจสอบ พบว่า ฝาถังด้านบนแตก เจ้าหน้าที่นำรถดับเพลิง ทำการฉีดน้ำหล่อเลี้ยงไว้ โดยรอบพื้นที่เกิดเหตุ และขณะนี้ ไม่มีแก๊ส หรือ ควันสีขาว ฟุ้งกระจายออกมาจากตัวรถแล้ว ซึ่งถือว่า ขณะนี้ สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ในระดับหนึ่ง พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่เตรียมประสานรถเครน ที่สามารถยกน้ำหนักได้ถึง 50 ตัน เพื่อนำมายกรถบรรทุกแก๊ส ออกจากจุดเกิดเหตุ
ส่วนการจราจรในพื้นที่ใกล้เคียง ยังคงมีปัญหารถติดขัดสะสม เป็นระยะทางยาว ซึ่งจาก ถ.พหลโยธิน มุ่งหน้าเข้ามายังลำลูกกา ท้ายแถวสะสม ถึงแยกธูปเตมีย์ ส่วนรถยนต์ที่ มาจากคลอง 7 และคลอง 8 มุ่งหน้า ถ.ลำลูกกา เจ้าหน้าที่จะปัดรถให้ไปใช้ ถนนวงแหวนตะวันออก ทั้งหมด หรือแนะนำให้หลีกเลี่ยงไปใช้ ถ.รังสิต-นครนายก แทน






