
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ครอบครัวข่าว 3
เจ้าหน้าที่รวบตัว อ๊อด บางกรวย หลังเบี้ยวไม่ยอมมามอบตัวให้สอบปากคำตามนัด ด้านเจ้าตัวให้การปฏิเสธทุกข้อหาพร้อมต่อสู้ในชั้นศาล
จากกรณีที่ นายธนานุวัฒน์ บุญเพิ่ม อายุ 61 ปี หรือ อ๊อด บางกรวย ผู้ต้องหามีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เบี้ยวนัดพบพนักงานสืบสวนตามที่นัดหมายในช่วงเช้าวันที่ 7 กุมภาพันธ์นั้น ต่อมาเมื่อเวลา 14.30 น. วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ปทส.) จึงได้เข้าควบคุมตัวนายอ๊อดมาสอบปากคำ โดยนายอ๊อดปฏิเสธทุกข้อหา และบอกอีกว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับซากสัตว์ที่ตำรวจยึดได้ ซากสัตว์ที่พบทั้งหมดเป็นของนายยูซุป แซ่ม้า ผู้ต้องหาที่ถูกจับได้ก่อนหน้านี้ และไม่ได้ทำร้านอาหารสัตว์ป่า ตนเพียงแต่ทำธุรกิจค้าลูกจระเข้ให้ฟาร์มต่าง ๆ และรู้จักกับนายยูซุปก็เนื่องจากตนให้เช่าบ้าน ส่วนเรื่องคดีก็พร้อมจะสู้เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์
ส่วนนายนายประสิทธิ์ เรืองศรี ที่รับชำแหละซากสัตว์ก็รู้จักกันเพราะอยู่ในวงธุรกิจสตั๊ฟซากสัตว์อยู่แล้ว ส่วนเรื่องที่ถูกนายยูซุปซัดทอดมานั้นนายอ็อดได้ให้การอ้างว่า นายยูซุปเข้าใจผิดคิดว่าตนเป็นคนให้เบาะแสกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเกิดความไม่พอใจเลยซัดทอดตน แต่จากการสืบสวนนั้นทางเจ้าหน้าที่กลับพบว่านายอ๊อดและนายยูซุปรู้จักกันและมีหลักฐานว่าทั้งคู่อยู่ในวงการนี้มานานแล้ว เพราะนายอ๊อดเคยมีประวัติถูกจับกุมที่จังหวัดนครพนมทั้งหลอกขายหนังเสือปลอมให้ชาวลาว และคดีเกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์สงวนอย่างลูกหมีเมื่อ 10 ปีก่อนอีกด้วย
ทั้งนี้ หลังจากเจ้าหน้าที่ ปทส. ได้ทำการสอบปากคำแล้ว ต้องรอทางสถานีตำรวจบางชันโอนสำนวนคดีมายังกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยคาดว่าน่าจะใช้เวลาสรุปสำนวนประมาณ 2-3 วัน ขณะนี้จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ที่สถานีบางชันก่อน และปฏิเสธการให้ประกันตัว เนื่องจากนายอ๊อดเคยไม่มามอบตัวตามนัด เมื่อได้รับโอนคดีเมื่อไหร่ทางเจ้าหน้าตำรวจ ปทส.จะเร่งสืบสวนขยายผลหาผู้บงการค้าซากสัตว์กลุ่มนี้ต่อไป
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม



[7 กุมภาพันธ์] เสี่ยอ๊อด ซัดทอดต่อ ยูซุป หัวหน้าแก๊งค้าซากสัตว์รายใหญ่
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ครอบครัวข่าว 3
เจ้าหน้าที่รวบตัว อ๊อด บางกรวย หลังเบี้ยวไม่ยอมมามอบตัวให้สอบปากคำตามนัด ด้านเจ้าตัวให้การปฏิเสธทุกข้อหาพร้อมต่อสู้ในชั้นศาล
จากกรณีที่ นายธนานุวัฒน์ บุญเพิ่ม อายุ 61 ปี หรือ อ๊อด บางกรวย ผู้ต้องหามีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เบี้ยวนัดพบพนักงานสืบสวนตามที่นัดหมายในช่วงเช้าวันที่ 7 กุมภาพันธ์นั้น ต่อมาเมื่อเวลา 14.30 น. วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ปทส.) จึงได้เข้าควบคุมตัวนายอ๊อดมาสอบปากคำ โดยนายอ๊อดปฏิเสธทุกข้อหา และบอกอีกว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับซากสัตว์ที่ตำรวจยึดได้ ซากสัตว์ที่พบทั้งหมดเป็นของนายยูซุป แซ่ม้า ผู้ต้องหาที่ถูกจับได้ก่อนหน้านี้ และไม่ได้ทำร้านอาหารสัตว์ป่า ตนเพียงแต่ทำธุรกิจค้าลูกจระเข้ให้ฟาร์มต่าง ๆ และรู้จักกับนายยูซุปก็เนื่องจากตนให้เช่าบ้าน ส่วนเรื่องคดีก็พร้อมจะสู้เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์
ส่วนนายนายประสิทธิ์ เรืองศรี ที่รับชำแหละซากสัตว์ก็รู้จักกันเพราะอยู่ในวงธุรกิจสตั๊ฟซากสัตว์อยู่แล้ว ส่วนเรื่องที่ถูกนายยูซุปซัดทอดมานั้นนายอ็อดได้ให้การอ้างว่า นายยูซุปเข้าใจผิดคิดว่าตนเป็นคนให้เบาะแสกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเกิดความไม่พอใจเลยซัดทอดตน แต่จากการสืบสวนนั้นทางเจ้าหน้าที่กลับพบว่านายอ๊อดและนายยูซุปรู้จักกันและมีหลักฐานว่าทั้งคู่อยู่ในวงการนี้มานานแล้ว เพราะนายอ๊อดเคยมีประวัติถูกจับกุมที่จังหวัดนครพนมทั้งหลอกขายหนังเสือปลอมให้ชาวลาว และคดีเกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์สงวนอย่างลูกหมีเมื่อ 10 ปีก่อนอีกด้วย
ทั้งนี้ หลังจากเจ้าหน้าที่ ปทส. ได้ทำการสอบปากคำแล้ว ต้องรอทางสถานีตำรวจบางชันโอนสำนวนคดีมายังกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยคาดว่าน่าจะใช้เวลาสรุปสำนวนประมาณ 2-3 วัน ขณะนี้จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ที่สถานีบางชันก่อน และปฏิเสธการให้ประกันตัว เนื่องจากนายอ๊อดเคยไม่มามอบตัวตามนัด เมื่อได้รับโอนคดีเมื่อไหร่ทางเจ้าหน้าตำรวจ ปทส.จะเร่งสืบสวนขยายผลหาผู้บงการค้าซากสัตว์กลุ่มนี้ต่อไป
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม



[7 กุมภาพันธ์] เสี่ยอ๊อด ซัดทอดต่อ ยูซุป หัวหน้าแก๊งค้าซากสัตว์รายใหญ่
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
เสี่ยอ๊อด ซัดทอดต่อ บอกโดนใส่ร้าย ชี้ ยูซุป 1 ในผู้ต้องหาทั้ง 7 คน ที่ตำรวจให้ประกันตัวไปก่อนหน้านี้ เป็นหัวหน้าแก๊งรายใหญ่
จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บุกเข้าจับกุมผู้ต้องหา 7 คน ที่บ้านหลังหนึ่งในซอยพระยาสุเรนทร์ 12 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม. พบซากเสือโคร่ง ซากม้าลาย และสัตว์ป่านานาชนิดเป็นจำนวนมาก มีทั้งชำแหละเป็นอาหาร และสตัฟฟ์เอาไว้ส่งตามห้าง โดยผู้ต้องหาทั้งหมดได้ซักทอดไปยังเสี่ยอ๊อด บางกรวย หรือ ธนานุวัฒน์ บุญเพิ่ม ว่าเป็นผู้บงการ และเป็นเอเย่นค้าซากสัตว์รายใหญ่ของเอชีย
โดยวานนี้ (6 กุมภาพันธ์) ทางเจ้าหน้าที่ได้ขออนุญาตหมายศาลจับกุมเสี่ยอ๊อดแล้ว เมื่อเดินทางไปยังบ้านพักของเสี่ยอ๊อด ในบ้านพักเลขที่ 41/6 หมู่บ้านธนากร 2 ต.วัดชลอ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี กลับไม่พบเสี่ยอ๊อดแต่อย่างใด พบเพียงแม่ยายของเสี่ยอ๊อดที่อยู่ตามลำพัง ทางเจ้าหน้าที่จึงขอเข้าไปตรวจสอบภายในบ้าน
จากการตรวจค้นบ้านของเสี่ยอ๊อด พบว่า มีเพียงกรงไม้เปล่าขนาดใหญ่กว้าง 2 เมตร วางอยู่ และพบกรงนกขุนทอง อีก 8 กรง และพบนกหายากที่เป็นสัตว์คุ้มครองอีก 6 ตัว จึงอายัดนกไว้ตรวจสอบ แต่ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า เสี่ยอ๊อดมีใบอนุญาตขอเลี้ยงนกดังกล่าวจำนวน 50 ตัว
และในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังค้นบ้าน เสี่ยอ๊อดก็ได้ติดต่อเข้ามา พร้อมกล่าวว่า ตนไม่มีส่วนรู้เห็นกับขบวนค้าซากสัตว์ดังกล่าว และตนอยากจะขอความเป็นธรรมกับตำรวจ เนื่องจากว่าเรื่องทั้งหมดโดนใส่ร้าย และตนจะพาทนายเข้าพบตำรวจในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ เวลา 10.30 น. อย่างแน่นอน
ทั้งนี้ เสี่ยอ๊อด ได้ซัดทอดไปยัง นายยูซุป แซ่ม้า อายุ 61 ปี หนึ่งในผู้ต้องหา 7 คนที่ตำรวจจับกุมได้ก่อนหน้านี้ว่า ตนได้รับคำสั่งจากนายยูซุป ซึ่งได้รับคำสั่งมาอีกทีจากต่างประเทศ โดยจะทำการเลาะเนื้อเพื่อนำไปส่งขาย ส่วนกระดูกและหนังจะส่งออกไปยังต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม นายยูซุป แซ่ม้า หนึ่งผู้ต้องหาทั้ง 7 คนที่ได้รับการประกันตัวไปแล้วนั้น ถ้าหากตำรวจทราบว่า เป็นผู้บงการจริงก็จะถอนประกัน พร้อมเพิ่มข้อหาและขยายผลต่อไป
และในวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจอีกชุดหนึ่งได้เข้าค้นบ้านเลขที่ 64/5 ซอยพระยาสุเรนทร์ 12 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นบ้านที่พบซากสัตว์ โดยมีนายประสิทธิ์ เรืองศรี อายุ 73 ปี เป็นเจ้าของบ้าน และเมื่อตรวจค้นภายในบ้านนั้น พบนกสตัฟฟ์ 20 ตัว นกแก้วแขก 11 ตัว เนื้อเสือโคร่งที่ถูกชำแหละใส่ในถุงพลาสติก 3 ถุง น้ำหนักรวม 18 กิโลกรัม พร้อมยึดของกลางทั้งหมดส่งให้กรมอุทยานฯ ตรวจสอบ
เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวต่อว่า ถ้าตรวจสอบแล้วพบว่า ซากสัตว์ตัวใดที่ไม่ใช่สัตว์ป่าคุ้มครองก็จะคืนให้ แต่ให้นำใบแสดงสิทธิ์ความเป็นเจ้าของมายืนยัน แต่ถ้าหากไม่มีก็จะต้องถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ. สัตว์ป่า
ด้านนายประสิทธ์ เจ้าของบ้าน กล่าวว่า ตนยึดอาชีพสตัฟฟ์สัตว์มาตั้งแต่อายุ 15 ปี ซากสัตว์ที่เจ้าหน้าที่อายัดไปนั้น เป็นซากสัตว์ที่ทางฟาร์ม และสวนสัตว์ต่าง ๆ จ้างสตัฟฟ์ไว้ และสัตว์ทุกตัวมีใบแสดงสิทธิ์ทุกชิ้น ส่วนซากเสือโคร่งนั้น เป็นของบึงฉวาก ซึ่งตอนนี้ทางบึงฉวากกำลังนำหลักฐานมาแสดงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก





[6 กุมภาพันธ์] ขอออกหมายจับ อ๊อด บางกรวย เอเย่นต์ส่งซากสัตว์
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ครอบครัวข่าว 3
ตำรวจขอศาลออกหมายจับ อ๊อด บางกรวย เอเย่นต์ส่งซากสัตว์ รายใหญ่ระดับเอเชีย หลังถูกซักทอดเป็นผู้จ้างให้ชำแหละซากสัตว์ป่าคุ้มครอง
จากกรณีที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางชัน กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ปากซอยพระยาสุเรนทร์ 12 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา พบนายอนุชา แซ่ม้า อายุ 33 ปี เดินออกมาซื้อของแต่มีคราบเลือดเปื้อนที่มือทั้งสองข้าง ทางเจ้าหน้าที่จึงขออนุญาตตรวจค้นในบ้าน เมื่อไปถึงในบ้านเจ้าหน้าที่ก็ต้องตกตะลึง เพราะพบซากสัตว์เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น หัวจระเข้ งู นกแก้ว ซากควายป่า ซากเสือ และหัวกระโหลกสัตว์นานาชนิด
ทั้งนี้ ในบ้านหลังดังกล่าวยังพบคนงานกำลังชำแหละซากเสือโคร่งอีก 4 คน พร้อมด้วย นางสาวณัฐสุดาพรรณ เรืองศรี อายุ 38 ปี เจ้าของบ้าน โดยเจ้าของบ้านกล่าวว่า ตนมีอาชีพรับจ้างสตัฟฟ์สัตว์ส่งตามสวนสัตว์และตามห้างฯ ส่วนซากเสือโคร่งดังกล่าว นายอนุชาเพิ่งนำมาให้ตนชำแหละในช่วงบ่าย โดยนายอนุชาให้ค่าจ้างตน 5,000 บาท ตนจึงไปจ้างคนงานมาช่วยจ่ายให้คนละ 700 บาท
ส่วนทางด้านนายอนุชา ให้การว่า ตนทำงานรับจ้างขับรถทั่วไป และรับจ้างซากเสือโคร่งมาจากนายอ๊อด ซึ่งเป็นเจ้านายพักอาศัยอยู่ที่บ้านย่านบางกรวย โดยนายอ๊อดได้ให้ตนขับรถมารับซากเสือโคร่งมาให้ตนชำแหละ และให้ตนเฝ้าจนกว่างานจะเสร็จ โดยตนได้ค่าจ้าง 20,000 บาท เคยทำมาแล้ว 2 ครั้ง ทั้งนี้ขณะที่ตนกำลังรอนายอ๊อดมารับซากเสือดังกล่าว ตนก็ได้ออกไปซื้่อกล่องกระดาษหน้าปากซอย โดยที่ไม่ได้ล้างมือ แต่ก็มาเจอตำรวจเข้าจับกุมเสียก่อน
อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมผู้ต้องหาทั้งหมด 7 คนแล้ว และสืบหาต้นต่อเพื่อติดตามขบวนการชำแหละซากสัตว์ต่อไป โดยเบื้องต้นได้แจ้งข้อหาว่า มีสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายเนื้อสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนทางนางสาวณัฐสุดาพรรณ เรืองศรี เจ้าของบ้านหลังดังกล่าว ถูกแจ้งข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร นำเข้าซากสัตว์โดยไม่เสียภาษีเพิ่ม เนื่องจากภายในบ้านหลังดังกล่าวยังพบซากม้าลาย และซากสัตว์หลายชนิด ซึ่งไม่มีถิ่นที่อยู่อาศัยในประเทศไทย
นอกจากนี้ ผู้ต้องหาทั้งหมด ได้ให้การซักทอดไปยัง นายอ๊อด หรือ นายธนานุวัฒน์ บุญเพิ่ม อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 41/6 หมู่ 5 ต.วัดชลอ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ว่าเป็นผู้จ้าง โดยทางเจ้าหน้าที่กำลังขออำนาจศาลมีนบุรี เพื่อขอออกหมายจับ ส่วนเรื่องการขยายผลหากลุ่มขบวนการ คงเป็นหน้าที่ของ บก.ปทส. ต่อไป
ทางด้าน พ.ต.ท.อรรถพล สุดสาย สว.กก.2 บก.ปทส. กล่าวว่า นายอ๊อด เป็นขบวนการค้าซากสัตว์รายใหญ่ในเอเชีย มีหน้าที่จัดหา และกระจายสัตว์ขายแก่ลูกค้า ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่จะส่งซากสัตว์ไปให้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า เพื่อตรวจสอบดีเอ็นเอ ว่าตรงกับสวนสัตว์ และฟาร์มที่มีใบอนุญาตจดทะเบียนไว้หรือไม่
ต่อมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ระบุว่า ผู้ต้องหาทั้ง 7 คน ได้ใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสดรวมทั้งสิ้น 160,000 บาท ยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นพนักงานสอบสวนไปแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ต้องหานั้น ไม่มีพฤติการณ์ที่จะหลบหนี จึงให้สิทธิ์ในการประกันตัว
อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการประสานติดต่อนายอ๊อดไปแล้ว แต่ไม่สามารถติดต่อได้ จึงเตรียมดำเนินการขออนุมัติศาลออกหมายจับภายในสัปดาห์นี้
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก







