เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ครอบครัวข่าว 3
รวบแล้ว มือสังหารโหดนักข่าวสาวเคเบิลนครปฐม ไม่ใช่ 3 กลุ่มแรกที่ตั้งประเด็นไว้ ที่แท้เป็นเพื่อนชายสมัยเรียนที่ผู้ตายโทรให้มาอยู่เป็นเพื่อน
สืบเนื่องจากกรณีเหตุคนร้ายฆ่าแล้วเผา น.ส.ณิชมล นิ่มเดช หรือ น้องรถตู้ นักข่าวสาวฝึกงานเคเบิลทีวีนครปฐม วัย 23 ดับคาห้องพัก โดยเจ้าหน้าที่ดำเนินการสืบหาคนร้าย ซึ่งมุ่งปมสังหารเรื่องชู้สาว ซึ่งเมื่อเปิดไดอารี่ผู้ตาย พบนายเอ็ม ซึ่งทำงานอยู่ที่เดียวกับผู้ตายอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ยังไม่ตัดประเด็นหนุ่มข้างห้อง และเรื่องขัดแย้งในที่ทำงาน ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด วานนี้ (9 กุมภาพันธ์) นายวรวุฒิ นิ่มเดช และนางสุนีย์ นิ่มเดช บิดาและมารดาผู้เสียชีวิตได้เดินทางเข้าพบพ.ต.อ.วัฒนา พิมพ์อัฐ ผกก.สภ.เมืองนครปฐม เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี พร้อมทั้งกล่าวว่า สำหรับคดีที่เกิดขึ้นเหมือนยังไม่มีอะไรคืบหน้า และคิดว่าอาจจะไม่คืบหน้าก็เป็นได้ เพราะเท่าที่ทราบภรรยาผู้ต้องสงสัย ค่อนข้างมีอิทธิพล จึงอยากจะให้ตำรวจเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว
อย่างไรก็ตาม ชุดสืบสวน สภ.เมืองนครปฐม ได้เบาะแสว่า นายวีรพงษ์ เสถียรธีราภาพ อายุ 24 ปี ชาวจังหวัดนครปฐม เป็นผู้ครอบครองมือถือของผู้ตายอยู่ จึงเข้ารวบตัวในขณะที่นายวีรพงษ์ กำลังนั่งโดยสารอยู่บนขบวนรถไฟด่วนสายกรุงเทพ-ยะลา แต่นายวีรพงษ์ ยังตีสีหน้าเรียบเฉย อ้างว่าไม่รู้ไม่เห็นเกี่ยวกับการเสียชีวิตของ น.ส.ณิชมน แต่อย่างใด
จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวนายวีรพงษ์ ไปสอบปากคำอย่างละเอียด ในที่สุด นายวีรพงษ์ ยอมเปิดปากรับสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุสังหาร น.ส.ณิชมน จนเสียชีวิต เนื่องจากวันเกิดเหตุ ผู้ตายโทรศัพท์ขอให้มาอยู่เป็นเพื่อน เพราะกลัวว่าจะมีคนมาดักทำร้าย แต่ตนเกิดอารมณ์ทางเพศจึงพยายามจะข่มขืน แต่ผู้ตายไม่ยอม จึงใช้ผ้าห่มกดหน้าจนเสียชีวิต และลักทรัพย์สินหนีไป กระทั่งกลับมาเผาศพเพื่ออำพรางคดีในที่สุด
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ครอบครัวข่าว 3
รวบแล้ว มือสังหารโหดนักข่าวสาวเคเบิลนครปฐม ไม่ใช่ 3 กลุ่มแรกที่ตั้งประเด็นไว้ ที่แท้เป็นเพื่อนชายสมัยเรียนที่ผู้ตายโทรให้มาอยู่เป็นเพื่อน
สืบเนื่องจากกรณีเหตุคนร้ายฆ่าแล้วเผา น.ส.ณิชมล นิ่มเดช หรือ น้องรถตู้ นักข่าวสาวฝึกงานเคเบิลทีวีนครปฐม วัย 23 ดับคาห้องพัก โดยเจ้าหน้าที่ดำเนินการสืบหาคนร้าย ซึ่งมุ่งปมสังหารเรื่องชู้สาว ซึ่งเมื่อเปิดไดอารี่ผู้ตาย พบนายเอ็ม ซึ่งทำงานอยู่ที่เดียวกับผู้ตายอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ยังไม่ตัดประเด็นหนุ่มข้างห้อง และเรื่องขัดแย้งในที่ทำงาน ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด วานนี้ (9 กุมภาพันธ์) นายวรวุฒิ นิ่มเดช และนางสุนีย์ นิ่มเดช บิดาและมารดาผู้เสียชีวิตได้เดินทางเข้าพบพ.ต.อ.วัฒนา พิมพ์อัฐ ผกก.สภ.เมืองนครปฐม เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี พร้อมทั้งกล่าวว่า สำหรับคดีที่เกิดขึ้นเหมือนยังไม่มีอะไรคืบหน้า และคิดว่าอาจจะไม่คืบหน้าก็เป็นได้ เพราะเท่าที่ทราบภรรยาผู้ต้องสงสัย ค่อนข้างมีอิทธิพล จึงอยากจะให้ตำรวจเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว
อย่างไรก็ตาม ชุดสืบสวน สภ.เมืองนครปฐม ได้เบาะแสว่า นายวีรพงษ์ เสถียรธีราภาพ อายุ 24 ปี ชาวจังหวัดนครปฐม เป็นผู้ครอบครองมือถือของผู้ตายอยู่ จึงเข้ารวบตัวในขณะที่นายวีรพงษ์ กำลังนั่งโดยสารอยู่บนขบวนรถไฟด่วนสายกรุงเทพ-ยะลา แต่นายวีรพงษ์ ยังตีสีหน้าเรียบเฉย อ้างว่าไม่รู้ไม่เห็นเกี่ยวกับการเสียชีวิตของ น.ส.ณิชมน แต่อย่างใด
จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวนายวีรพงษ์ ไปสอบปากคำอย่างละเอียด ในที่สุด นายวีรพงษ์ ยอมเปิดปากรับสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุสังหาร น.ส.ณิชมน จนเสียชีวิต เนื่องจากวันเกิดเหตุ ผู้ตายโทรศัพท์ขอให้มาอยู่เป็นเพื่อน เพราะกลัวว่าจะมีคนมาดักทำร้าย แต่ตนเกิดอารมณ์ทางเพศจึงพยายามจะข่มขืน แต่ผู้ตายไม่ยอม จึงใช้ผ้าห่มกดหน้าจนเสียชีวิต และลักทรัพย์สินหนีไป กระทั่งกลับมาเผาศพเพื่ออำพรางคดีในที่สุด
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

[9 กุมภาพันธ์] เปิดไดอารี่นักข่าวสาว พบช้ำรักในที่ทำงาน
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
เจ้าหน้าที่รอผลชันสูตรคดีฆาตกรรมนักข่าวสาวเคเบิลนครปฐม เปิดไดอารี่ผู้ตาย พบนายเอ็ม อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ยังไม่ตัดประเด็นหนุ่มข้างห้อง และเรื่องขัดแย้งในที่ทำงาน
สืบเนื่องจากกรณีเหตุคนร้ายฆ่าแล้วเผา น.ส.ณิชมล นิ่มเดช หรือ น้องตู้ นักข่าวสาวฝึกงานเคเบิลทีวีนครปฐม วัย 23 ดับคาห้องพัก โดยเจ้าหน้าที่ดำเนินการสืบหาคนร้าย ซึ่งมุ่งปมสังหารเรื่องชู้สาว ตามที่ได้รายงานข่าวเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานั้น
ล่าสุด วานนี้ (8 กุมภาพันธ์) เจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบสวนพยานแวดล้อมใกล้ที่เกิดเหตุ ซึ่งให้การสอดคล้องกันว่า ช่วงเย็นวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีผู้ชายสองคนขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สีเทา ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน มาหาที่ห้องแล้วปิดประตูเงียบไป ส่วนใหญ่ไม่มีใครสนใจ เพราะมักจะมีเพื่อนทั้งผู้หญิงและผู้ชายมาหา น.ส.ณิชมล เป็นประจำ กระทั่งได้กลิ่นควันไฟออกมาจากห้อง จึงพยายามช่วยกันพังประตูเข้าไปช่วยกันสาดน้ำจนไฟดับ และพบศพ น.ส.ณิชมล อยู่บนที่นอนดังกล่าว
จากการสอบสวนเพื่อนข้างห้อง คือ นายปรีชา มีอำนาจ อายุ 28 ปี แม้ว่าพยานผู้ใกล้ชิดยืนยันถิ่นที่อยู่ในช่วงก่อนและหลังเกิดเหตุ แต่ขณะให้การแสดงท่าทีพิรุธหลายอย่าง จึงตรวจสอบประวัติพบว่านายปรีชาเคยก่อคดีเกี่ยวกับทรัพย์และร่างกาย ล่าสุดหนีหมายศาลจังหวัดนครปฐม ในข้อหาทำร้ายร่างกาย ตำรวจจึงควบคุมตัวเพื่อสอบสวนให้เกิดความชัดเจนอีกครั้ง
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบสมุดบันทึกของผู้ตาย จึงคาดว่า นายเอ็ม (ไม่ทราบชื่อจริง-นามสกุล) ซึ่งทำงานอยู่ที่เดียวกันกับผู้ตาย อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ ในประเด็นชู้สาว เนื่องจากข้อความในบันทึกส่วนตัวของ น.ส.ณิชมล ระบุว่า "ตอนแรกคิดว่าเขาเป็นคนดี แต่เมื่อได้ใช้ชีวิตร่วมกันแล้วกลับตรงกันข้าม แต่ก็รักเขาเข้าไปแล้ว เมื่อรักไปแล้วกลับมารู้ว่าเขามีเมียแล้ว ควรจะทำอย่างไรกับชีวิตดี และเมื่อมีเขาแล้วชีวิตเปลี่ยนไปทุกอย่าง จากที่ไม่เคยนึกถึงใครแต่ตอนนี้เหมือนมีใครคนหนึ่งอยู่ข้างฉันทุกลมหายใจ ก็คือคุณเอ็ม แต่เขาก็ทำให้ผิดหวังทุกวินาที และให้ถามใจตัวเองว่าคุณรักใคร อย่าอยู่กับฉัน เพราะเพียงสงสาร ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง ฉันรักคุณไปแล้ว แต่คุณคงไม่รักฉันหรอก เพราะคุณมีคนนั้นอยู่แล้ว ขอให้คุณรักนาน ๆ"
"ส่วนฉันจะเป็นคนจากไป เพราะ "เรา" ไม่ใช่คู่กันและเธอคงทิ้งฉันไป พี่เอ็มไม่เคยแคร์ความรู้สึกฉันแม้แต่นิดเดียว คำพูดเหมือนกับว่าชินชาไร้ความรู้สึกกับตู้ไปแล้ว เพียงเพราะว่าตู้โทรไปหาแฟนพี่เอ็ม เขาโกรธมาก แต่มันก็พิสูจน์ให้เห็นว่าเขารักใครมากกว่ากัน มันก็เหมือนแก้วที่แตกร้าวแล้วไม่สามารถที่จะติดใหม่ได้ เขามองตู้เป็นผู้หญิงไร้ค่าเพียงเพราะตู้โทรไปหาแฟนเขาเท่านั้น วันนี้ฉันรักคุณ แต่คุณหมดรักฉันแต่ ณ เวลานี้ฉันจะขอทำดีที่สุดกับคุณ จนเราจะจากกันไป รักนะคนที่กำลังจะหมดรักฉัน"
และเมื่อเจ้าหน้าที่ได้เรียกตัว นายเอ็ม ซึ่งทำงานอยู่ฝ่ายช่างของเคเบิล มาสอบปากคำ พบว่านายเอ็มมีร่องรอยการต่อสู้ มีรอยข่วนที่บริเวณแขน แต่นายเอ็มให้การว่า ถูกภรรยาข่วนเนื่องจากภรรยาเพิ่งมาทราบว่านายเอ็มมีความสัมพันธ์กับผู้ตายในวันเกิดเหตุ ซึ่งเป็นคำให้การที่ขัดกับสมุดบันทึกของผู้ตายที่ระบุเอาไว้ว่าผู้ตายเคยโทรหาภรรยาของนายเอ็มแล้ว จึงเป็นที่น่าสงสัยว่านายเอ็มอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมในครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ต้องรอผลการชันสูตรเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตจากแพทย์นิติเวชว่า เหยื่อเสียชีวิตทันทีทันใดแล้วถูกคนร้ายเผาไฟเพื่ออำพรางคดีหรือไม่ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าคนร้ายคนนี้จะเป็นคนใกล้ชิดรู้จักกับเหยื่อเป็นอย่างดี ก่อนเกิดเหตุเหยื่อน่าจะอยู่ภายในห้องแบ่งเช่า จากนั้นคนร้ายมาหาแล้วอาจมีปัญหาทะเลาะกันทำให้คนร้ายลงมือฆาตกรรมแล้วออกไป ก่อนที่คนร้ายจะย้อนกลับเข้ามาอีกครั้ง แล้วจุดไฟเผาเพื่ออำพรางคดี
ด้าน พล.ต.ต.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รอง ผบช.ภ.7 ระบุว่า ขณะนี้ตำรวจตั้งปมสังหารไว้ 3 ประเด็น ประเด็นแรกคือ เรื่องชู้สาว ประเด็นที่ 2 เรื่องความขัดแย้งในที่ทำงาน และประเด็นที่ 3 อาจเป็นฝีมือคนเช่าห้องใกล้กัน
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

[7 กุมภาพันธ์] โหด! ฆ่าแล้วเผา พีอาร์สาว คาดปมชู้สาว
เจ้าหน้าที่เข้าตรวจหาหลักฐาน เหตุคนร้ายฆ่าแล้วเผาพีอาร์สาววัย 23 ดับคาห้องพักที่นครปฐม มุ่งปมสังหารเรื่องชู้สาว
ช่วงเช้าของวันนี้ ( 7 กุมภาพันธ์ 2555) พล.ต.ต.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รอง ผบช. ภาค 7 พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 7 นครปฐม ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุคดีฆ่าแล้วเผาที่ห้องแถวหลังองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยจระเข้ ในที่เกิดเหตุพบศพ น.ส.ณิชมน นิ่มเดช อายุ 23 ปี พนักงานประชาสัมพันธ์บริษัทโฆษณาแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ระหว่างการฝึกงานผู้สื่อข่าวสังกัดเคเบิลทีวีนครปฐม
ทั้งนี้ จากการสอบปากคำ นายปรีชา มีอำนาจ ผู้ที่พักอาศัยอยู่ห้องใกล้กับผู้ตาย ทราบว่า ขณะเกิดเหตุช่วงเวลาประมาณ 01.20 น.วันนี้ ตนเห็นไฟลุกที่ฝ้าเพดานจึงวิ่งออกมาดูและเห็นไฟกำลังลุกไหม้ห้องผู้ตายอยู่จึงทุบกระจกและสาดน้ำเข้าไปในห้อง ก่อนจะทุบลูกบิดประตูเข้าไป และเห็นร่างของ น.ส.ณชมน ถูกไฟคลอก จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและดับเพลิงมาช่วยกันระงับเหตุ
ขณะที่นายปิยะกานต์ กุญชร อายุ 25 ปี ผู้ที่พักอาศัยอยู่ห้องใกล้กับผู้ตายอีกราย เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายไม่ได้ไปทำงาน 2 วันแล้ว และช่วงเช้าวานนี้ มีผู้ชายมาหา น.ส.ณชมน ที่ห้อง และช่วงเย็นเวลาประมาณ 17.00 น. ก็มีผู้ชายอีกคนมาหาผู้ตายที่ห้อง แต่ไม่ทราบว่ากลับไปตอนไหน จนกระทั่งเวลาตีหนึ่งเศษ จึงได้ยินเสียงของตกแตกในห้องผู้ตาย และเมื่อลุกขึ้นมาดู ปรากฎว่าเห็นเปลวเพลิงลุกไหม้อยู่ภายในห้อง ทั้งนี้โดยปกติแล้ว ผู้ตายพักอยู่เพียงลำพัง แต่จะมีเพื่อนชายมาหาที่ห้องบ่อยครั้ง และไม่ค่อยซ้ำหน้ากัน
ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ เผยว่า สภาพศพของผู้ตายถูกห่อด้วยผ้าห่ม ก่อนถูกจุดไฟเผาเพื่ออำพรางคดี ซึ่งจากการสอบปากคำเบื้องต้นพบว่าผู้ตายมีชายมาติดพันหลายคน จึงสันนิษฐานว่าคนร้ายอาจจะเป็นคนใดคนหนึ่งที่มาติดพันผู้ตาย และพยายามจะข่มขืน แต่ผู้ตายไม่ยอม
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก






