หอการค้าชี้ค่าแรง 300 ทำเอกชนอ่วม ธุรกิจจ่อย้ายฐาน





เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
 
            หอการค้าไทย ชี้ปี 56 ขึ้นค่าแรง 300 บาท ทั่วไทย เอกชนอ่วม! ธุรกิจจ่อย้ายฐาน-ปลดคนงาน ขณะที่ลูกจ้างมองการปรับขึ้นค่าแรงไม่ได้ทำให้ภาระหนี้น้อยลง และนายจ้างอาจเลิกจ้างเมื่อไหร่ก็ได้
 
            วานนี้ (13 มิถุนายน) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายภูมินทร์ หะรินสุต รองประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลกระทบของการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาทต่อนักธุรกิจ ที่ได้เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2555 ที่ผ่านมา ว่า จากการที่หอการค้าไทยได้ทำการสำรวจทัศนะของสมาชิกใน 7 จังหวัดนำร่อง ที่มีการปรับขึ้นค่าแรง ได้แก่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต สมุทรปราการ สมุทรสาคร ปทุมธานี นครปฐม และนนทบุรี พบว่าสมาชิกส่วนใหญ่ยืนยันว่าได้รับผลกระทบ ซึ่งมีมากถึง 82.4 เปอร์เซ็นต์ มีเพียง 17.6 เปอร์เซ็นต์ ที่ไม่ได้รับผลกระทบ
 
            โดยผลกระทบที่ได้รับส่วนใหญ่เป็นเรื่องค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการที่สูงขึ้น ความสามารถในการแข่งขันลดลง ยอดจำหน่ายสินค้าลดลงจากการขึ้นราคาสินค้า และค่าจ้างแรงงานสูงขึ้นแต่ประสิทธิภาพการทำงานเท่าเดิม
 
            ทั้งนี้ จากการติดตามของหอการค้าไทย พบว่า สมาชิกใน 7 จังหวัดนำร่อง ส่วนใหญ่ปรับตัวได้ มีเพียง 7.8 เปอร์เซ็นต์ที่ปรับตัวไม่ได้ โดยในการปรับตัวดังกล่าว มีการปรับลดคนงานลงด้วยการเลิกจ้างบางส่วน และอีก 36.75 เปอร์เซ็นต์ มีการปรับตัวด้านอื่น ๆ เช่น ไม่รับแรงงานเพิ่ม ปรับปรุงการบริหารจัดการภายในบริษัทเพื่อสามารถดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลได้ ใช้เทคโนโลยีแทนพนักงาน และเพิ่มงานให้แรงงานทำงานมากขึ้น เป็นต้น สำหรับเอกชนที่ปรับตัวได้ เพราะค่าแรงใน 7 จังหวัดนำร่องเดิมสูงอยู่แล้ว เมื่อขึ้นมาเป็นวันละ 300 บาท จึงปรับตัวได้ไม่ยาก แต่ก็ถือว่าได้รับผลกระทบ
 
            ทั้งนี้ หากรัฐบาลไม่ต้องการให้เอกชนมีขีดความสามารถในการแข่งขันลดลง และนำไปสู่ปัญหาการปลดคนงาน ก็ต้องมีมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม เพราะมาตรการเดิมที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอ โดยรัฐบาลต้องใช้มาตรการทางด้านภาษีให้ครอบคลุมถึง SMEs และผู้ที่ไม่อยู่ในระบบ จ่ายเงินชดเชยค่าใช้จ่ายในส่วนที่เป็นต้นทุนการผลิตให้แก่สถานประกอบการ เพิ่มผลิตภาพแรงงาน ช่วยเหลือให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนและลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ เพิ่มศักยภาพการผลิตของสถานประกอบการ และช่วยเหลือด้านการตลาด
 
            อย่างไรก็ตาม นายภูมินทร์ กล่าวว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงในปี 2556 ที่จะมีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาท ในทุกจังหวัดที่เหลือ พอถึงจุดนี้ จะเกิดผลกระทบอย่างมหาศาลต่อธุรกิจในหลายจังหวัด ทั้งจังหวัดเล็ก และจังหวัดใหญ่ ซึ่งจะพิจารณาย้ายฐานการผลิต เพื่อการปรับตัว หรือลงทุนประเภทเครื่องจักรจำนวนมาก เพื่อลดจำนวนแรงงานลง
 
            ดังนั้น สถานการณ์อัตราค่าจ้าง 300 บาท ในปี 2556 อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย หากไม่มีมาตรการรองรับที่ดี รัฐจะต้องมีมาตรการเพิ่มเติม ดังนี้

            1. เร่งให้มีการพัฒนาฝีมือแรงงานตามสาขา ประเภทธุรกิจ ให้มีประสิทธิภาพและผู้ประกอบการต้องการ
            2. ควรมีสถาบันการเงินเฉพาะกิจในการเพิ่มสภาพคล่องให้กับสถานประกอบการ
            3. เอื้ออำนวยความสะดวกหรือลดการนำส่งประกันสังคม
            4. เปิดโอกาสให้แรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานได้มากขึ้น และสะดวกมากขึ้น เพื่อรองรับการเปิด AEC
 
            ด้าน นายวชิร คูณทวีเทพ อาจารย์ประจำศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า หอการค้าโพลล์ ได้ทำการสำรวจทัศนะของลูกจ้างต่อการปรับขึ้นค่าจ้าง 300 บาท พบว่า ลูกจ้างส่วนใหญ่มีความกังวลในเรื่องของการตกงาน เรื่องของราคาสินค้าในปัจจุบันและอนาคตที่จะเพิ่มสูงขึ้น จากการปรับขึ้นค่าแรง เพราะการปรับขึ้นค่าแรงไม่ได้ทำให้ภาระหนี้น้อยลง หรือทำให้ความเป็นอยู่ดีขึ้น เนื่องจากภาระค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น และความไม่แน่นอนทางด้านการจ้างงานของนายจ้าง
 

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก







เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
หอการค้าชี้ค่าแรง 300 ทำเอกชนอ่วม ธุรกิจจ่อย้ายฐาน โพสต์เมื่อ 14 มิถุนายน 2555 เวลา 11:24:18 1,583 อ่าน
TOP
x close