สาวอังกฤษอภัยแม่ หลังแม่ทำไฟคลอกจนเสียโฉม




เทอร์ริ คาลเวสเบิร์ต ในปัจจุบัน อายุ 15 ปี



จูลี่ มินสเตอร์


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก newsbeast.gr


          ความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูกนั้นดูจะเป็นสิ่งที่ตัดอย่างไรก็ไม่ขาด เรามักได้ยินกันบ่อย ๆ ว่าคนเป็นแม่นั้นให้อภัยลูกได้เสมอ แต่มาคราวนี้ลองมาดูเรื่องราวที่ลูกสาวเป็นฝ่ายยกโทษให้แม่ของตัวเองบ้าง แม้สิ่งที่แม่ทำลงไปจะเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ก็ทำให้ผู้เป็นลูกสาวเสียโฉมไปทั่วทั้งตัว เนื่องจากถูกไฟคลอกทั่วร่างกายกว่าร้อยละ 90 ของผิวหนังทั้งหมด จนแทบจะไม่เหลือชีวิตรอดมาแล้วด้วยซ้ำ

          ตามรายงานจากเว็บไซต์เดอะซันของอังกฤษ วันที่ 14 มิถุนายน เปิดเผยเรื่องราวสุดสลดของเทอร์ริ คาลเวสเบิร์ต วัย 15 ปี ชาวอังกฤษ ที่ต้องเติบโตมาด้วยใบหน้าที่เสียโฉม หลังนางจูลี่ มินสเตอร์ วัย 33 ปี แม่ของเธอ ได้เผลอลืมบุหรี่ที่จุดแล้วทิ้งไว้ในห้องเธอ แล้วไฟไหม้จนเกือบทำให้เธอเสียชีวิต ขณะที่เธออายุย่าง 2 ขวบ

          เหตุการณ์ไฟไหม้ที่ทำให้เทอร์ริต้องตกอยู่ในสภาพผิวหนังเหี่ยวยับย่นทั่วทั้งตัวนี้ เกิดขึ้นเมื่อ 13 ปีก่อน หลังจากที่นางจูลี่ ได้แยกทางกับพอลซึ่งเป็นสามีได้เพียง 2 เดือน แต่ยังคงอยู่ด้วยกันที่แฟลตแห่งหนึ่งในเมืองอิพวิช เคาน์ตี้ซัฟโฟล์ค ประเทศอังกฤษ โดยในวันที่เกิดเหตุ พอลออกไปทำงาน เธอและเทอร์ริในวัย 1 ขวบ 10 เดือน อยู่ที่ห้องชั้นล่าง เธอพยายามกล่อมเทอร์ริที่ร้องไห้โยเยไม่ยอมนอนให้สงบลง และวันนั้นก็เป็นครั้งแรกที่เธอจุดบุหรี่สูบในแฟลต สักพักหลังจากนั้น เธอก็วางเทอร์ริน้อยลงในเปล คิดว่าเมื่อลูกสาวเพลียก็คงจะหลับไปเองและออกจากห้องไป แต่ทว่า เธอลืมดับบุหรี่ที่วางทิ้งไว้ในห้อง

          หลังเธอออกไปเพียงไม่นาน ก็ได้ยินเสียงร้องของเทอร์ริแผดดังผิดปกติ จูลี่รีบกลับเข้ามาดูในห้องอีกครั้ง และเพียงแค่เปิดประตูเข้ามาเธอก็ต้องผงะกับควันดำหนาและเปลวเพลิงร้อนแรง เธอกรีดร้องเรียกลูกสาวอย่างเสียสติ โทรเรียกหน่วยดับเพลิง และพยายามตักน้ำมาราด แต่ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย

          หน่วยดับเพลิงมาถึงในชั่วอึดใจ แต่เปลวเพลิงก็ยังโหมแรง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงรายหนึ่งแทบจะเดินผ่านเปลของหนูน้อยไปเฉย ๆ เพราะไม่ทันสังเกตว่า สิ่งที่เขาคิดว่าเป็นตุ๊กตาเด็กผิวดำผมหยิกที่อยู่ในเปลนั้น ก็คือหนูน้อยเทอร์รินั่นเอง!

          เทอร์ริถูกนำตัวส่งหน่วยผู้ป่วยไฟคลอกฉุกเฉิน ของโรงพยาบาลเชมฟอร์ด ร่างกายของเด็กน้อยตัวเล็ก ๆ ถูกไฟคลอกท่วมจนแพทย์คิดว่าคงจะช่วยชีวิตเธอไว้ไม่ได้แล้ว เธอหยุดหายใจไป 2 ครั้ง แต่แพทย์ก็ปั๊มหัวใจกลับมาได้ และสุดท้ายด้วยหัวใจนักสู้ ในที่สุดเทอร์ริก็สามารถผ่านช่วงเวลาเลวร้ายที่สุดมาได้ แม้จะอยู่ในสภาพที่สูญเสียผิวหนังทั่วร่างไปถึง 90% ก็ตาม

          หลายสัปดาห์ผ่านไป เทอร์ริยังคงอยู่ในโรงพยาบาล จูลี่ยังคงตามไปเฝ้าดูแลลูกสาวเป็นประจำ แต่สิ่งที่บีบรัดหัวใจเธอให้จมดิ่งสู่ความรู้สึกผิดอย่างใหญ่หลวง คือเมื่อตอนที่ลูกสาวตัวน้อยของเธอฟื้นขึ้นมา และสบตากับเธอ เทอร์ริก็มองเธอด้วยสายตารักใคร่อย่างเคย และพูดออกมาเบา ๆ ว่า "แม่" แต่มันยิ่งทำให้เธอรู้สึกแย่ที่สุด เพราะแม่คนนี้เองป็นสาเหตุให้ลูกต้องตกอยู่ในสภาพแบบนั้น

          เทอร์ริน้อยยังคงอยู่ในโรงพยาบาลไปอีก 6 เดือน พร้อม ๆ กับการทำงานของทีมแพทย์เพื่อหาทางรักษาผิวหนังของเธอให้กลับมาสู่สภาพปกติมากที่สุด ในที่สุดเธอก็ได้ออกมาอยู่กับพอลผู้เป็นพ่อ ซึ่งได้แต่งงานใหม่แล้ว และหลังจากวันนั้น จูลี่ก็ไม่ได้กลับมาเยี่ยมลูกสาวอีกเลยเป็นเวลาถึง 8 ปี

          "มันเป็น 8 ปีที่ทรมานจิตใจฉันมาก ฉันรักลูก แต่ฉันรู้สึกผิด รู้สึกผิดทุกครั้งที่เห็นหน้าเขา ฉันเคยพยายามติดต่อกับลูกอีกครั้งเมื่อเธออยู่ชั้นประถมปลาย แต่หน่วยงานบริการสังคมที่ฉันติดต่อไป บอกว่าฉันไม่ควรทำอย่างนั้น หลาย ๆ คนที่รู้เรื่องต่างก็คิดว่าฉันไม่ควรจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับลูกอีก ซึ่งฉันก็เข้าใจความคิดของพวกเขาดี" นางจูลี่กล่าว นอกจากนั้น ในระหว่างเวลาหลายปีที่เลวร้าย เธอยังเคยพยายามฆ่าตัวตายมาแล้วหลายครั้งด้วย

          แต่ในที่สุด เมื่อความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกไม่สามารถตัดกันขาด เมื่อ 4 ปีที่แล้ว จูลี่ก็ได้พบกับลูกสาวอีกครั้ง ทั้งคู่เข้าสวมกอดกันเหมือนกับว่าไม่เคยจากกันไปไหนไกล แต่หลังจากนั้นไม่ทันไร จูลี่ก็ขาดการติดต่อไปอีกพักใหญ่ และกลับมาติดต่อกับลูกสาวอีกครั้งหนึ่งผ่านการส่งข้อความทางโทรศัพท์มือถือเมื่อ 2 ปีที่แล้ว จูลี่บอกว่า ในตอนนี้เธอส่งข้อความคุยกับลูกสาวทุกคืน ทั้งคืนล่าสุดนั้นยังคุยกันนานถึง 4 ชั่วโมงเลยทีเดียว

          ปัจจุบันเทอร์ริโตเป็นสาวแล้ว เธอผ่านการรักษาด้วยการปลูกถ่ายผิวหนังไปมากกว่า 40 ครั้ง และวันนี้ เธอได้กล่าวถึงแม่ของเธอว่า "หนูจำได้ดีเสมอมาว่าแม่เป็นแม่ของหนู หนูเคยคิดว่าแม่ไม่น่าสูบบุหรี่ในห้องเลย แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ มันไม่ใช่ความผิดของแม่ มันไม่ใช่ความผิดของใครสักคน" นอกจากนี้ เธอยังบอกด้วยว่า ไม่ว่าอย่างไรเธอก็สามารถยกโทษให้แม่ได้อยู่แล้ว แม้จะนึกน้อยใจที่แม่ไม่เคยมาเยี่ยมเธอเลยในหลายปีที่ผ่าน ๆ มาอยู่บ้างก็ตาม

          ส่วนด้านนางจูลี่ที่จมอยู่กับความรู้สึกผิดมาตลอด ก็ได้กล่าวว่า "ก่อนหน้านั้นฉันเคยคิดว่าอะไร ๆ ก็คงง่ายกว่านี้ ถ้าฉันแสร้งทำเหมือนว่าฉันไม่เคยมีลูก แต่ว่าตอนนี้ฉันไม่รู้สึกอย่างนั้นอีกแล้ว ฉันภูมิใจที่จะบอกใคร ๆ ว่าฉันเป็นแม่ของเธอ ฉันรักเทอร์ริ รักมาเสมอ และจะรักตลอดไป"  

          หวังว่าความสัมพันธ์ระหว่างจูลี่ และเทอร์ริ ลูกสาวผู้เข้มแข็งของเธอ จะพัฒนาแนบแน่นดีวันดีคืนเรื่อยไป อย่างน้อยเราก็ได้มั่นใจว่าทั้งสองยังคงมีสายใยบาง ๆ ที่มองไม่เห็นเชื่อมกันเอาไว้ และถ้าได้พูดคุยเปิดใจ ได้พบหน้า ได้โอบกอดกันอีกครั้ง และอีกหลาย ๆ ครั้ง สายใยบาง ๆ ที่มองไม่เห็นนี้ก็จะแข็งแรงมากขึ้นแน่นอน





เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
สาวอังกฤษอภัยแม่ หลังแม่ทำไฟคลอกจนเสียโฉม โพสต์เมื่อ 14 มิถุนายน 2555 เวลา 21:22:12 2,882 อ่าน
TOP
x close