
db









10 กลยุทธ์เลือกซื้อ "พรินเตอร์" คุณภาพ
ปัจจุบันตลาด "เครื่องพิมพ์" หรือ "พรินเตอร์" สำหรับคอมพิวเตอร์ มีการแข่งขันและเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมค่อนข้างมาก เนื่องจากมีเครื่องพิมพ์รุ่นต่างๆ เข้ามาในตลาดให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อจนปวดหัวกันทุกวันปัญหาใหญ่จึงตกอยู่กับผู้ใช้ว่าจะเลือกซื้อเครื่องพิมพ์ให้เหมาะสมกับการใช้งานได้มากที่สุดอย่างไร
ดังนั้น ก่อนจะตัดสินใจซื้อเครื่องพิมพ์มาใช้สักเครื่องเพื่อให้ได้งานพิมพ์ที่ตรงใจที่สุด จึงต้องพิจารณาจากหลายๆ ปัจจัยด้วยกัน ซึ่งวันนี้มีข้อมูลดีๆ "10 เทคนิคการเลือกซื้อเครื่องพิมพ์" มาแนะนำเป็นข้อมูลพื้นฐานในการตัดสินใจเลือกซื้อ
1. เปรียบเทียบเครื่องพิมพ์แต่ละรุ่นด้วยผลงานแบบที่เราต้องการ เพราะงานพิมพ์เอกสาร กราฟิก รูปถ่ายนั้นต้องการเครื่องพิมพ์ที่แตกต่าง ซึ่งโดยปกติแล้วเครื่องพิมพ์เลเซอร์จะพิมพ์เอกสารได้ดีกว่า ส่วนเครื่องพิมพ์อิงก์เจ็ตจะสามารถพิมพ์รูปภาพและกราฟิกได้ดีกว่า
2. ถ้าหากไม่ต้องการพิมพ์งานสี เครื่องพิมพ์เลเซอร์ขาวดำอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะนอกจากให้ความเร็วที่เหนือกว่า แล้วยังให้คุณภาพงานพิมพ์เอกสารและกราฟิกดีกว่าด้วย
3. อย่าเปรียบเทียบความเร็วในการพิมพ์จากค่าที่บริษัทใช้โฆษณา แต่ให้เทียบความเร็วในการพิมพ์ที่ความละเอียดที่เราต้องการใช้งาน เพราะเครื่องพิมพ์อิงก์เจ็ตจะใช้ความเร็วสูงสุดเป็นจุดขาย ถ้าเราจะใช้งานที่ความละเอียดสูงบ่อยกว่ามาก
4. ตรวจสอบการเชื่อมต่อ ถ้าหากเรายังใช้เครื่องรุ่นเก่าหรือระบบปฏิบัติการตัวเก่าที่ไม่สนับสนุน USB ต้องแน่ใจว่า เครื่องพิมพ์ที่ซื้อนั้นต้องพ่วงกับพอร์ตขนาน
5. ทางเลือกที่ควรจะเลือกสำหรับเครื่องพิมพ์ที่ใช้งานร่วมกันคือต่อตรงเข้าเน็ตเวิร์กได้ ดังนั้นจึงควรตรวจสอบวิธีการเชื่อมต่อ และซอฟต์แวร์ในการควบคุมตรวจสอบเครื่องพิมพ์ที่ให้มาด้วยว่าสามารถใช้งานร่วมกับเน็ตเวิร์กที่ใช้งานอยู่ได้หรือไม่
6. เครื่องพิมพ์บางรุ่นสามารถเพิ่มหน่วยความจำได้ บางรุ่นภายในเครื่องอาจจะไม่มีหน่วยความจำมาให้หรือมีเพียงเล็กน้อย เพราะว่าจะทำงานทั้งหมดจากคอมพิวเตอร์ก่อน ในกรณีที่สามารถอัพเกรดหน่วยความจำได้ ตรวจสอบก่อนว่าเครื่องพิมพ์มีหน่วยความจำมาให้เพียงพอกับที่เราต้องการหรือไม่ เช่น เราอาจจะต้องอัพเกรดหน่วยความจำให้สูงขึ้นเพื่อจะสามารถพิมพ์งานที่ความละเอียดสูงสุด
7. ยิ่งถ้าเราเปลี่ยนอุปกรณ์สิ้นเปลืองน้อยครั้งเท่าใดยิ่งดี ถ้าเราพิมพ์เอกสารวันละ 25 แผ่น แต่เครื่องพิมพ์รองรับกระดาษได้ 25 แผ่นเช่นกัน เราจำเป็นต้องใส่กระดาษทุกๆ วัน ในขณะที่เครื่องพิมพ์ที่รองรับกระดาษได้ถึง 250 แผ่นนั้น เราเพียงแค่ใส่กระดาษเพิ่มอาทิตย์ละครั้งเท่านั้น ดังนั้นจึงควรเลือกเครื่องที่จุกระดาษและหมึกได้มากพอกับความต้องการใช้งาน โดยที่เราไม่ต้องเปลี่ยนบ่อยเกินไป
8. ถ้าหากจำเป็นต้องพิมพ์งานปริมาณมากจริงๆ วิธีที่ดีที่สุด จะต้องตรวจสอบปริมาณงานพิมพ์ที่เครื่องนั้นรองรับต่อเดือน โดยปกติเครื่องที่เลือกใช้นั้นควรจะรองรับงานพิมพ์ได้ประมาณ 4 เท่าของงานพิมพ์จริงที่เราต้องการ
9. ก่อนจะซื้อเครื่องพิมพ์ ควรตรวจสอบเว็บไซต์ของผู้ผลิตเสียก่อน เพื่อดูว่าบริษัทมีการอัพเดตไดรเวอร์และมีข้อมูลทางเทคนิคบริการเอาไว้ให้หรือไม่
10. เมื่อต้องการเปรียบเทียบเครื่องพิมพ์ให้ตรวจสอบค่าใช้จ่ายจริงที่จะเกิดขึ้น อุปกรณ์มาตรฐานของเครื่อง เช่น สายไฟ สายสัญญาณ ความจุของวัสดุสิ้นเปลือง ตลับหมึก ไม่ใช่เพียงแค่ดูจากราคาเครื่องที่แตกต่างกันเท่านั้น เพราะยิ่งถ้าหากพิมพ์งานมาก ค่าใช้จ่ายต่อแผ่นที่แม้จะต่างกันเพียงเล็กน้อยย่อมส่งผลต่อค่าใช้จ่ายโดยรวมทั้งหมดได้เช่นกัน
กลยุทธ์เลือกซื้อเครื่องพิมพ์ง่ายๆ เพียง 10 ข้อเท่านี้จะช่วยทำให้ผู้ใช้พิจารณาเครื่องพิมพ์ได้ตรงตามความต้องการ
ข้อมูลและภาพประกอบจาก









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |
















|
| เกิดข้อผิดพลาด ไม่สามารถ ติดต่อกับฐานข้อมูลได้2002 : Can't connect to local MySQL server through socket '/var/lib/mysql/mysql.sock' (11) |