เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ประชาธิปัตย์ แถลงซีรีส์ 1 ปี ของจริงไม่อิงละคร ไหนว่าเอาอยู่น้ำท่วม น้ำแล้ง จวกโครงการป้องกันน้ำท่วมปีนี้ของรัฐบาล หวั่นเกิดภาวะน้ำแล้งแทน
วันนี้ (29 สิงหาคม) นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และนายสามารถ ราชพลสิทธิ์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมเงา ร่วมกันแถลงข่าวซีรีส์ "1 ปีของจริงไม่อิงละคร" ตอนที่ 6 "ไหนว่าเอาอยู่ น้ำท่วม น้ำแล้ง"
โดยนายสาทิตย์ เริ่มแถลงว่า ปัญหาอุทกภัยเมื่อ พ.ศ. 2554 ที่ผ่านมามีความรุนแรงเทียบเท่ากับพายุแคทรีน่า ในสหรัฐอเมริกา พ.ศ. 2548 และพายุไซโคลนนาร์กีส ในพม่า แต่มีข้อแตกต่างกันตรงที่ ปัญหาเหล่านั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นฉับพลัน ไม่สามารถป้องกันได้ ขณะที่ประเทศไทยมีเวลาเตรียมตัวถึง 5 เดือน 27 วัน กลับมีความเสียหายเทียบเท่า ทั้ง ๆ ที่ไม่มีพายุสักลูกที่พัดผ่านเข้าไทยแบบตรง ๆ แต่นั่นเป็นเพราะว่าการจัดการที่ผิดพลาด เช่น กรมชลประทานเก็บน้ำมากเกินไป เพราะกลัวกระทบการเพาะปลูก รวมถึงการมีคณะกรรมการบริหารน้ำมากมาย แต่นายกรัฐมนตรีกลับไม่เป็นประธานแม้แต่ชุดเดียว ความไม่เป็นเอกภาพจึงเกิดขึ้น
นายสาทิตย์ กล่าวต่อไปว่า ในปีนี้รัฐบาลได้จัดการพร่องน้ำในเขื่อนให้เหลือร้อยละ 45 จากเดิมที่จะพร่องไว้เหลือร้อยละ 60 เพราะกลัวว่าเหตุการณ์จะซ้ำรอยแบบปีที่แล้ว ซึ่งตนมองว่าเป็นการบริหารแบบกระต่ายตื่นตูม ดังนั้น อาจจะทำให้ปีนี้เกิดปัญหาน้ำแล้งแทนน้ำท่วมก็เป็นได้
ด้านนายสามารถ กล่าวว่า แม้ว่ารัฐบาลจะบอกว่า ความคืบหน้าของการแก้ปัญหาน้ำท่วมตามแผนเร่งด่วนจะสำเร็จไปกว่าร้อยละ 70 แต่ถ้าหากมองลงในรายละเอียดจริง ๆ จะพบว่า โครงการสำคัญอย่างโครงการก่อสร้างคันกั้นน้ำของคลองพระยาบันลือ แม่น้ำท่าจีน คลองระพีพัฒน์แยกใต้ คลองพระองค์ไชยานุชิต กลับไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด บางโครงการถึงขั้นหาผู้รับเหมาไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ตนจึงคาดว่า โครงการจะเสร็จไม่ทันรับน้ำปีนี้อย่างแน่นอน อีกทั้งการใช้เงินกู้ 3.5 แสนล้านบาท กับโครงการจัดการน้ำโครงการต่าง ๆ ได้อยู่ในมือชาวต่างชาติมากกว่าคนไทย ทำให้มีโอกาสเกิดการทุจริตได้ง่าย ตรวจสอบยาก เพราะค่าจ้างจะแพงเกินกว่าเหตุ ทางที่ดีที่สุดคือควรให้บริษัทของไทยได้งานมากกว่า อย่างน้อยก็ทำให้เงินยังหมุนเวียนในประเทศ
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก






