HILIGHT NEWS

ผมเลิกบุหรี่ได้ด้วยวิธี “หักดิบ”

รับแจ้งเตือนข่าวใหม่ ประเด็นฮิตทางมือถือ ฟรี คลิกที่นี่ <<


ผมเลิกบุหรี่ได้ด้วยวิธี “หักดิบ”
 

          ตอนที่แล้วได้นำเสนอที่มาที่ไปของแรงบันดาลใจ ที่ช่วยให้ผู้ชายคนหนึ่งคิดอยากเลิกสูบบุหรี่ได้ วันนี้เราจึงนำเอาประสบการณ์การเลิกสูบชนิดวันต่อวันมาฝากค่ะ...

          หลังจากที่ผ่านคืนแรกแห่งการไม่สูบบุหรี่ไปได้ด้วยความมุ่งมั่น วันรุ่งขึ้นก็ไปทำงาน ปรากฏว่ามีอาการผิดปรกติเกิดขึ้นกับร่างกายมากมาย เริ่มจากอาการไม่มีแรง แขนขาแข็ง ไม่กระฉับกระเฉงว่องไวเหมือนเช่นทุกวัน ล้างหน้าแปรงฟันอาบน้ำเช้าแล้ว ก็ไม่รู้สึกสดชื่น ขี้ตาเขรอะ น้ำมูกน้ำตาไหลซึม หาวนอนตลอดเวลา พูดเสียงอู้อี้เหมือนคนเป็นหวัด ดื่มกาแฟแล้วก็ไม่ดีขึ้น ขับรถไปทำงานก็ขับสะเปะสะปะ เกือบจะไปเบียดกับรถคันอื่นตั้งหลายครั้ง  

          พอไปถึงที่ทำงาน ก็มีอาการหัวตื้อ คิดอะไรไม่ออก นึกไม่ออกว่ามีงานค้างอะไรที่ต้องทำต่อจากเมื่อวานนี้บ้าง หรือมีงานด่วนอะไรบ้างที่ต้องรีบทำ เริ่มต้นไม่ถูกเลย เหมือนคนไม่มีสมาธิในการทำงาน เพื่อนที่ทำงานมาปรึกษาเรื่องงาน ก็ได้แต่มองหน้า ได้ยินเขาพูดแต่ไม่ได้ฟัง นึกไม่ออกว่าจะให้คำแนะนำอย่างไร บางครั้งต้องขอให้เขาพูดซ้ำใหม่ และกว่าเราจะตอบเขาได้ก็ลำบากยากเย็น น้ำเสียงก็อู้อี้เหมือนคนเอามืออุดจมูกพูด  จุกเสียดแน่นท้องแน่นหน้าอกเหมือนคนเรอไม่ออก เวลาลุกเดินก็เหมือนคนไม่มีแรง ก้าวขาไม่ค่อยจะออก ปวดตามเนื้อตามตัว บางครั้งก็ปวดจี๊ดที่ขมับ ปวดหนึบๆ บริเวณขอบตาด้านบน ฯลฯ  

          สรุปแล้ว วันแรกที่เลิกบุหรี่ ทำงานไม่ได้เลย เหมือนคนครึ่งหลับครึ่งตื่น ไม่มีสมาธิในการทำงานเอาเสียเลย แต่ก็ยังใจแข็งพอที่จะไม่ออกไปซื้อหาบุหรี่มาสูบเพื่อให้ทำงานได้ตามปรกติ ตกเย็นกลับถึงบ้านก็ดีใจที่หยุดบุหรี่มาได้ (ตั้ง) ยี่สิบสี่ชั่วโมง

          เริ่มต้นวันที่สอง ตื่นขึ้นมาก็เกิดอาการลุกไม่ขึ้น หนาวเหมือนคนเป็นไข้ แต่ไม่มีไข้ ตัวไม่ร้อน ต้องนอนห่มผ้าทั้งๆ ที่ไม่ได้เปิดเครื่องปรับอากาศ วันนี้ไปทำงานไม่ได้ เพราะเดินไม่ไหว หนาวสั่น ปวดตามเนื้อตามตัวมาก ขยับแขนขาก็ลำบาก ไม่มีแรง ได้แต่นอนนิ่งๆ อยู่กับที่ วันนี้หลับลึกทั้งวัน เลยไม่ได้นึกถึงบุหรี่

          วันที่สาม รู้สึกเหมือนคนเพิ่งฟื้นไข้ แต่ยังปวดตามเนื้อตามตัวอยู่บ้าง และพูดเสียงอู้อี้เหมือนคนเป็นหวัด มีน้ำมูกน้ำตาไหล แต่เริ่มมีแรงเดินไปไหนมาไหนได้แล้ว จึงกลับเข้าที่ทำงานช่วงบ่าย ความรู้สึกอยากบุหรี่ยังไม่ได้หมดไป ตรงกันข้าม กลับรู้สึกว่าพอกันที ขอกลับไปสูบเหมือนเดิมดีกว่าจะได้มีสมาธิทำงานได้ตามปรกติ แต่เนื่องจากว่าได้โละที่เขี่ยบุหรี่และบุหรี่ทิ้งตั้งแต่วันแรกแล้ว จะกลับไปซื้อมาสูบใหม่ก็ยังลังเลใจเพราะได้รับปากกับภรรยาไว้  

          พอไปถึงที่ทำงานก็เดินป้วนเปี้ยนอยู่บนอาคารจอดรถ ตาก็เหลือบไปเห็นก้นบุหรี่ที่เขาโยนทิ้งไว้กับพื้น สูบไปได้ครึ่งเดียว ยังเหลืออีกครึ่ง จึงก้มลงไปเก็บมาจุดสูบ ปรากฏว่า หลังจากหยุดบุหรี่มาเกือบสามวันเต็ม พอกลับไปสูบใหม่ รสชาติมันไม่เหมือนกับที่เคยสูบเสียแล้ว รู้สึกว่าเหม็นมาก พออัดควันเข้าไปก็มึนหัวจนยืนไม่ไหว สูบได้สองคำเลยโยนทิ้ง แล้วก็รู้สึกสมเพชตนเองที่มาเดินเก็บก้นบุหรี่ที่คนอื่นเขาทิ้งไว้มาสูบ จึงตัดสินใจแน่วแน่อีกครั้งว่าจะต้องเลิกให้ได้  

          นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ร่างกายก็ค่อยๆ ปรับตัว เริ่มกลับมาสดชื่น มีสมาธิ กระฉับกระเฉงดังเดิม โดยไม่ต้องพึ่งพาบุหรี่ และยิ่งกว่านั้น กลับรู้สึกว่าร่างกายมีเรี่ยวแรงดี ไม่เหนื่อยง่าย ดีกว่าเมื่อครั้งที่ยังติดบุหรี่มาก  ผู้เขียนจำได้ว่าใช้เวลาประมาณสองถึงสามสัปดาห์ กว่าจะลืมบุหรี่ได้สนิทและสามารถปฏิเสธบุหรี่ได้ถึงแม้จะมีคนรอบข้างมายืนสูบให้เห็นหรือยื่นบุหรี่ให้ก็ตาม ส่วนอาการถอนยานั้นจะรุนแรงเฉพาะในช่วงสามถึงห้าวันแรกเท่านั้น ระดับความรุนแรงของอาการก็ขึ้นอยู่กับว่าสูบมานานแค่ไหน และปริมาณการสูบมากน้อยเพียงใด

          สรุปได้ว่า เมื่อเริ่มต้นหยุดบุหรี่ จะเกิดอาการถอนยารุนแรงในช่วงสามถึงห้าวันแรก หลังจากผ่านช่วงนี้ไปแล้ว ก็ถือเป็นช่วงที่ต้องเฝ้าระวังเพราะร่างกายยังไม่กลับสู่ภาวะปรกติเสียทีเดียว ในช่วงสัปดาห์ที่สอง จะมีอาการหงุดหงิดง่าย เจ้าอารมณ์ ส่วนสมาธิในการทำงานก็ยังไม่นิ่ง พอเข้าสัปดาห์ที่สาม ทุกอย่างก็จะเริ่มดีขึ้นๆ ตามลำดับ

          การที่จะเลิกบุหรี่ได้สำเร็จหรือไม่นั้น อยู่ที่ความตั้งใจมั่นของผู้ติดบุหรี่เป็นตัวชี้ขาด ผู้สูบบุหรี่เป็นผู้ตัดสินใจเองว่าจะเลือกติดบุหรี่ต่อไป หรือเลือกที่จะใช้ชีวิตโดยไม่ต้องพึ่งพาบุหรี่ การใช้ชีวิตประจำวันที่ต้องพึ่งพาบุหรี่นั้น นอกจากจะทำลายสุขภาพของผู้สูบและคนรอบข้างไปทุกวันๆ แล้ว ยังเป็นการดำเนินชีวิตที่น่ารำคาญอย่างยิ่ง ต้องอาศัยบุหรี่ตั้งแต่ตื่นนอนจนกระทั่งเข้านอน ไม่ว่าจะเป็นเวลาก่อนอาหาร หลังอาหาร ก่อนเข้าห้องน้ำ หลังเข้าห้องน้ำ ก่อนเริ่มทำงาน หลังจากเลิกงาน และแม้แต่ระหว่างเวลาทำงานก็ยังต้องหลบไปสูบบุหรี่ ก่อนจะขึ้นรถ ลงจากรถ ฯลฯ ไม่ว่าจะทำอะไร ที่ไหน ก็ต้องหาโอกาสสูบบุหรี่ทุกครั้งไป  

          บางคนไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจริมทะเลหรือบนภูเขา แทนที่จะไปสูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอด กลับไปสูดควันบุหรี่แทน บางคนไปออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา แต่หลังจากออกกำลังกายเสร็จก็หยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า แค่เพียงเลิกบุหรี่ สุขภาพก็ดีขึ้นแล้ว แต่ถ้ายังติดบุหรี่อยู่ ก็มองไม่เห็นว่าจะเกิดประโยชน์อันใดจากการออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาเลย

          นอกจากความตั้งใจที่มุ่งมั่นว่าจะเลิกบุหรี่แล้ว ผู้เขียนมีคำแนะนำเพิ่มเติมให้ลองปฏิบัติดู เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์และช่วยให้เลิกบุหรี่ได้ง่ายไม่ทรมานจนเกินไป ดังนี้

-  การเลิกบุหรี่ให้สำเร็จนั้น ควรจะหยุดสูบในทันที หรือที่เรียกกันว่า “หักดิบ” คนส่วนใหญ่ที่พยายามเลิกบุหรี่ด้วยการสูบให้น้อยลงนั้น ในที่สุดจะกลับไปสูบมากขึ้นอย่างเดิม หรือสูบมากกว่าเดิมเสียอีก (ชดเชยช่วงที่ไม่ได้สูบ)

-  ดื่มน้ำให้มากๆ หลังปัสสาวะทุกครั้ง ให้ดื่มน้ำตามไปทีละสองแก้ว น้ำจะช่วยร่างกายขับสารนิโคตินและช่วยลดความอยากบุหรี่ลง

-  ในเวลาที่เกิดอาการอยากบุหรี่มากๆ การอาบน้ำหรือแช่น้ำ จะช่วยลดความอยากบุหรี่ลงได้

-  รับประทานผักผลไม้ให้มากๆ คนที่ติดบุหรี่นั้น เวลาเข้าห้องน้ำทำกิจธุระก็ต้องสูบบุหรี่ไปด้วย พอหยุดสูบก็จะมีอาการท้องผูก ไม่ขับถ่าย  ดังนั้น จึงควรรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย มีใยอาหารมาก และรับประทานเนื้อสัตว์ให้น้อยลง ก็จะช่วยทำให้ระบบขับถ่ายของเสียทำงานได้ตามปรกติ

-  ออกกำลังกายควบคู่ไปด้วยในช่วงสามสัปดาห์แรก เคยพยายามเลิกบุหรี่มาหลายครั้ง แต่ไม่สำเร็จ ครั้งหลังสุดที่ทำได้สำเร็จนี้ ก็อาศัยการออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย คือเมื่อผ่านสามวันแรกไปด้วยความยากลำบากแล้ว พอเข้าวันที่สี่ก็เริ่มต้นออกกำลังกายด้วยการวิ่ง 

          วิ่งครั้งแรกได้ระยะทางสามร้อยเมตรก็เหนื่อยหอบแล้ว แต่ก็อดทนวิ่งต่อโดยวิ่งช้าๆ วิ่งครั้งแรกได้ห้านาที วันต่อๆ มาก็วิ่งให้นานขึ้น โดยอาศัยหลักการวิ่งแบบแอโรบิค คือ วิ่งช้าๆ แต่วิ่งนานๆ ทั้งนี้ เพื่อกระตุ้นหัวใจให้ทำงาน กระตุ้นปอดให้ทำงาน กระตุ้นเซลล์ต่างๆ ให้ทำงาน หลังจากที่ถูกสารพิษของบุหรี่ครอบงำมาเป็นเวลาอันยาวนาน

          การออกกำลังกายหรือการเล่นกีฬาควบคู่ไปด้วยนั้น จะช่วยให้เลิกบุหรี่ได้ง่ายขึ้น เพราะนอกจากร่างกายจะหยุดพฤติกรรมในด้านลบ (คือหยุดการสูบบุหรี่)  ยังกระตุ้นพฤติกรรมในด้านบวกด้วย (คือการออกกำลังกายหรือการเล่นกีฬา)  

          จากคนที่เคยวิ่งได้ระยะทางสั้นๆ เพียงสามร้อยเมตรก็เหนื่อย ปัจจุบันสามารถวิ่งเป็นระยะทางสิบกิโลเมตรอย่างต่อเนื่องโดยไม่รู้สึกเหนื่อย เมื่อร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง การทำงานต่างๆ ก็มีประสิทธิภาพดีขึ้น สามารถนำร่างกายที่แข็งแรงนี้ไปทำคุณประโยชน์ช่วยเหลือผู้อื่นได้อีกด้วย เช่นการบริจาคโลหิต ซึ่งเมื่อครั้งติดบุหรี่จะไม่สามารถทำได้เพราะร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง

-  หาตัวอย่างดีๆ เป็นเครื่องยึดเหนี่ยว พยายามนึกถึงคนดีๆ คนเก่งๆ ที่เขาไม่สูบบุหรี่เป็นตัวอย่าง เพราะเมื่อเรานึกถึงคนเหล่านี้ เราก็จะรู้สึกว่า เขาเก่งเขาดีเขาเท่ห์ได้โดยไม่เห็นต้องพึ่งพาบุหรี่เลย นอกจากนี้ คนเก่งเหล่านี้ยังต่อต้านการสูบบุหรี่เสียด้วยซ้ำไป แต่ถ้าภาพในอุดมคติของเรา ยังเป็นภาพเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ที่คาบบุหรี่ติดปาก หรือภาพของศิลปินที่ติดเหล้าติดบุหรี่ ก็คงไม่ช่วยกระตุ้นให้เราคิดจะเลิกบุหรี่เท่าใดนัก

-  ผู้เขียนเคยใช้หมากฝรั่งซึ่งมีส่วนผสมของนิโคตินช่วยในการเลิกบุหรี่อยู่เหมือนกัน โดยใช้ในช่วงสัปดาห์ที่สองหลังจากผ่านระยะถอนยาไปแล้ว ทั้งนี้เพื่อช่วยทุเลาความอยากบุหรี่ที่คอยรบกวนสมาธิในการทำงาน แต่ต้องใช้อย่างระมัดระวัง มิฉะนั้น พอเลิกบุหรี่ได้ จะไปติดหมากฝรั่งผสมนิโคตินแทน

          ความตั้งใจแน่วแน่ที่จะเลิกบุหรี่เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เลิกบุหรี่ได้ เคยพยายามเลิกบุหรี่หลายครั้ง พอเริ่มต้นเลิก ก็หยิบเอาหมากฝรั่งผสมสารนิโคตินมาเคี้ยว เคี้ยวแล้วก็กลับไปสูบบุหรี่อีกเหมือนเดิม เพราะรสชาติของหมากฝรั่งยังไงก็ไม่เหมือนรสชาติบุหรี่ แต่หากตั้งใจจริงที่จะเลิกสูบแล้ว ก็ต้องเลิกได้ หมากฝรั่งเพียงช่วยทุเลาความอยากลงเท่านั้นเอง

-  หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ คนที่เลิกบุหรี่ได้จำนวนไม่น้อยที่กลับไปติดบุหรี่อีก มาจากหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น ประสบปัญหาในหน้าที่การงาน ปัญหาครอบครัว ท้อแท้ เหงา ไม่มีเพื่อนฯ  คิดไปเองว่าตนเองไม่มีคุณค่า จึงหันหน้าเข้าหาเหล้าเบียร์เพื่อให้ลืมปัญหาต่างๆ บางคนไม่มีปัญหา แต่ชอบสังสรรค์ ซึ่งโดยทั่วไปก็มักจะดื่มเหล้าดื่มเบียร์ด้วย เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นตัวกระตุ้นความอยากบุหรี่ได้เป็นอย่างดี พอเหล้าหรือเบียร์เข้าปาก ก็ทำให้อยากบุหรี่ สังสรรค์บ่อยเข้าก็กลับไปติดบุหรี่อย่างเดิม...

          อ๊ะ อ๊ะ เรื่องราวยังไม่จบแค่นี้ค่ะ สัปดาห์หน้าเรายังมีเรื่องราวที่ต่อจากวันนี้มาฝากกันอีกค่ะ อย่าพลาดนะคะ




ข้อมูลและภาพประกอบจาก

เรื่องอื่นๆ
  1. จาพนมกลับมาแล้ว ขึ้นแท่นผู้กำกับครั้งแรกใน “องค์บาก 2”
  2. "สุรยุทธ์" ลั่นไม่คิดถอดใจทิ้งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี
  3. “หมอเผ่า” ทุเลาแล้ว สติเริ่มฟื้น รอสอบใครวางยา?
  4. บริสุทธิ์ใจข่าวกิ๊ก "จั๊กจั่น" "อั้ม" ไร้คู่สุดเหงา
  5. "มด" ลั่น ! หนูเป็นสาว หวิวแค่ไหนก็ไร้เงาหนุ่ม
  6. ฮีโรคนใหม่ Ghost Rider ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว
  7. "เจ-เคน-ไอซ์" ออกอัลบั้มแรก ไม่หวั่นชนเพื่อน "กอล์ฟ-ไมค์"
  8. Toyota New Vios 2007
  9. ชี้ "เกมขับรถ" ยั่วยุวัยรุ่น เสี่ยงอันตราย-คลั่งซิ่งรถเร็ว
  10. “กบ” ปล่อยโฮ! “ต้อย” แขวะแรง “หน้าสวยแต่เละใน”

เรื่องน่าสนใจ