แอพแรกที่คุณเลือก

วันตรุษจีน 2559 กับ 7 คำถามยอดฮิตที่คนอยากรู้





เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          วันตรุษจีน 2559 ตรงกับวันจันทร์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ และวันนี้เรามี 7 คำถามยอดฮิตวันตรุษจีน 2016 มาฝาก

          ผ่านพ้นเทศกาลปีใหม่แบบสากลไปแล้ว อีกไม่นานก็จะถึงเทศกาลขึ้นปีใหม่ของชาวจีน ซึ่งก็คึกคักไม่แพ้เทศกาลปีใหม่ของชาติไหนเลยล่ะ เพราะลูกหลานแดนมังกรกระจายตัวอยู่ทั่วทุกมุมโลก รวมถึงในประเทศไทยเองก็มีชาวไทยเชื้อสายจีนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก กระปุกดอทคอม ก็เลยหยิบ 7 คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับเทศกาลตรุษจีน 2559 ที่หลายคนถามไถ่กันในตอนนี้มาตอบให้ทุกคนได้รู้กัน มาดูกันว่ามีคำถามอะไรบ้า

1. วันตรุษจีน 2559 ตรงกับวันที่เท่าไร หยุดกี่วัน?

          ใครที่กำลังพลิกปฏิทินหาอยู่ละก็ ฟังทางนี้เลยจ้า สำหรับวันตรุษจีน 2559 นี้ ตรงกับวันจันทร์ ที่ 8 กุมภาพันธ์นั่นเอง ซึ่งวันตรุษจีนไม่ถือเป็นวันหยุดราชการนะ แต่ตามบริษัทห้างร้านของคนจีนอาจจะอนุญาตให้ลูกจ้างได้หยุดพักผ่อนอยู่กับบ้าน ถือเป็นวันหยุดพักผ่อนพิเศษสำหรับคนจีน ซึ่งก็แล้วแต่ว่าบริษัทไหน หรือร้านไหนจะกำหนดให้หยุดได้กี่วัน

2. วันตรุษจีน 2559 วันจ่าย วันไหน?

          ตามธรรมเนียมของคนจีนแล้ว วันจ่าย หรือ ตื่อเส็ก จะเป็นวันที่ชาวไทยเชื้อสายจีนจะต้องไปหาซื้ออาหาร ผลไม้ เครื่องเซ่นไหว้ต่าง ๆ มาเตรียมพร้อมไว้ ก่อนที่ร้านค้าต่าง ๆ จะหยุดยาวในช่วงวันตรุษจีน ซึ่งจะตรงกับวันก่อนวันสิ้นปี โดยในปี 2559 นี้ วันจ่าย ก็คือวันเสาร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์

3. ตรุษจีน 2559 วันไหว้ วันไหน ?

          วันไหว้ของเทศกาลตรุษจีนก็คือ "วันสิ้นปี" ซึ่งจะเป็นวันที่มีการไหว้เทพเจ้าต่าง ๆ ด้วยอาหาร ผลไม้ เครื่องเซ่นไหว้ ฯลฯ ตามธรรมเนียมปฏิบัติ โดยในปี 2559 นี้ วันไหว้ตรุษจีน ก็คือ วันอาทิตย์ ที่ 7 กุมภาพันธ์

ตรุษจีน


4. วันตรุษจีน 2559 วันเที่ยว วันไหน ?

          วันเที่ยวสำหรับชาวจีนก็คือ "วันปีใหม่" หรือ "วันตรุษจีน" ซึ่งปีนี้ตรงกับวันจันทร์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ และเป็น "วันถือ" ด้วย โดยในวันนี้ชาวจีนจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่สวยงาม พากันออกไปท่องเที่ยว และไปไหว้ขอพรญาติผู้ใหญ่ หรือผู้ที่เคารพรัก ชาวจีนจะถือว่าวันนี้เป็นวันแห่งสิริมงคล และงดทำบาปทั้งปวง

5. ตรุษจีน 2559 ควรไหว้อะไร ของไหว้วันตรุษจีน มีอะไรบ้าง?

          การเลือกอาหารไหว้ตรุษจีนนั้น ชาวจีนจะเลือกสรรอาหารที่มีความหมายมงคล ไม่ว่าจะเป็น ผัก ผลไม้ หรือ เนื้อสัตว์ ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ของไหว้วันตรุษจีน มักจะประกอบด้วย

           - ไก่ หมายถึง ความสง่างาม ยศ และความขยันขันแข็ง ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ต้องเป็นไก่เต็มตัว หมายถึง มีหัว ตัว ขา ปีก มีความหมายถึง ความสมบูรณ์

          - เป็ด หมายถึง สิ่งบริสุทธิ์ ความสะอาด ความสามารถอันหลากหลาย

          - ปลา หมายถึง เหลือกินเหลือใช้ อุดมสมบูรณ์

          - หมู หมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ มีกินมีใช้

          - ปลาหมึก หมายถึง เหลือกิน เหลือใช้ (เหมือนปลา)

          - บะหมี่ยาว หรือหมี่ซั่ว หรือ ฉางโซ่วเมี่ยน ตามชื่อหมายถึง อายุยืนยาว

          - เม็ดบัว หมายถึง การมีบุตรชายจำนวนมาก

          - ถั่วตัด หมายถึง แท่งเงิน

          - สาหร่ายทะเลสีดำ หมายถึง ความมั่งคั่งร่ำรวย

          - หน่อไม้ หมายถึง การอวยพรให้ร่ำรวยผาสุก

          - กล้วย หมายถึง กวักโชคลาภเข้ามา และขอให้มีลูกหลานเต็มบ้านเต็มเมือง
         
          - แอปเปิล หมายถึง ความสันติสุข สันติภาพ

          - สาลี่ หมายถึง โชคลาภมาถึง (ควรระวังไม่นิยมไหว้บรรพบุรุษและวิญญาณไร้ญาติ)

          - ส้มสีทอง หมายถึง ความสวัสดีมหามงคล

          - องุ่น หมายถึง ความเพิ่มพูน

          อย่างไรก็ตามที่ต้องระวังก็คือ "เต้าหู้ขาว" ซึ่งแม้จะเป็นอาหารที่ชาวจีนนิยมรับประทาน แต่ชาวจีนจะไม่นำเต้าหู้ขาวมาใช้เป็นของไหว้ตรุษจีนเด็ดขาด เพราะสีขาวเป็นสีสำหรับงานโศกเศร้า ไม่เหมาะกับวันตรุษจีนซึ่งเป็นวันมงคล

          นอกจากอาหารคาว และผลไม้แล้ว ชาวจีนก็ยังนิยมเลือกขนมหวานมาไหว้ตรุษจีนด้วย โดยขนมหวานที่เราพบเห็นได้บ่อยในการไหว้ตรุษจีน ก็คือ

          - ขนมเข่ง คือ ความหวานชื่น ราบรื่นในชีวิต ขนมเข่งที่ใส่ในชะลอม หมายถึง ความหวานชื่นอันสมบูรณ์

          - ขนมเทียน คือ เป็นขนมที่ปรับปรุงขึ้นจากชาวจีนโพ้นแผ่นดินดัดแปลงมาจากขนมท้องถิ่นของไทย จากขนมใส่ไส้เปลี่ยนจากแป้งข้าวเจ้าผสมกะทิมาเป็นแป้งข้าวเหนียวแทน มีความหมายหวานชื่น ราบรื่น รูปลักษณ์เป็นกรวยแหลมมีลักษณะเป็นมงคลเหมือนเจดีย์
         
          - ขนมไข่ คือ ความเจริญเติบโต

          - ขนมถ้วยฟู คือ ความเพิ่มพูนรุ่งเรือง เฟื่องฟู

          - ขนมสาลี่ คือ รุ่งเรือง เฟื่องฟู

          - ซาลาเปา หรือ หมั่นโถว คือ ไหว้เพื่อให้เปาไช้ แปลว่าห่อโชค

          - จันอับ (จั๋งอั๊บ) หมายถึง ปิ่นโต หมายถึงความหวานที่เพิ่มพูน มีความสุขตลอดไป


 6. ข้อห้ามวันตรุษจีน วันตรุษจีนห้ามทำอะไรบ้าง?

          ชาวไทยเชื้อสายจีนในหลาย ๆ บ้านที่เคร่งครัดธรรมเนียมปฏิบัติมาก ๆ จะยึดคติความเชื่อบางอย่างที่จะไม่ทำกันในวันตรุษจีน หรือวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีน ดังเช่น

          - ไม่ทำงานบ้าน ไม่จับไม้กวาด ไม่ทำความสะอาด เช่น การซักล้าง หรือ การกวาดบ้านปัดฝุ่น เพราะเชื่อว่าการปัดกวาด ซักล้างนี้เป็นการขับไล่ความโชคดีออกไป ดังนั้น คนจีนมักจะทำความสะอาดบ้านตั้งแต่ก่อนที่วันขึ้นปีใหม่จะมาถึง

          - ไม่สระผม คนจีนถือว่าการสระผมเป็นการชะล้างความโชคดีที่จะมาถึงในช่วงวันขึ้นปีใหม่ จึงจะไม่สระผมในวันเริ่มต้นและวันสุดท้ายของวันขึ้นปีใหม่

          - ไม่ใช้ของมีคม ไม่ว่าจะเป็นมีด, กรรไกร, ที่ตัดเล็บ เพราะเหมือนกับว่าเป็นการตัดสิ่งที่ดี หรืออนาคตที่ดีที่จะนำมาในวันขึ้นปีใหม่

          - หลีกเลี่ยงการโต้เถียง ไม่พูดคำที่มีความหมายในทางลบ เช่น คำที่มีความหมายไม่ดี คำที่เกี่ยวข้องกับการเจ็บป่วยหรือความตาย เพราะถือว่าไม่เป็นสิริมงคล นอกจากนี้ชาวจีนยังหลีกเลี่ยงการเข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวกับงานศพ และการฆ่าสัตว์ปีกไป

          - ห้ามซุ่มซ่าม ชาวจีนถือว่าการเดินสะดุด หรือทำสิ่งของตกแตกในช่วงวันขึ้นปีใหม่ หมายถึงการงานสะดุด และนำความโชคไม่ดีเข้ามาในอนาคต

7. ตัวอย่าง คําอวยพรตรุษจีน มีอะไรบ้าง ?

          ในช่วงเทศกาลตรุษจีนนี้เราคงได้ยินคำอวยพรที่ว่า "ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้" กันจนเบื่อ เลยอยากจดจำประโยคใหม่ ๆ ไว้ใช้อวยพรคนอื่นเขาบ้าง เอ้า...งั้นลองมาดูประโยคตัวอย่างต่อไปนี้แล้วจำไปพูดกันเลยจ้า

          - ซินเหนียนไคว่เล่อ ... ขอให้มีความสุขในวันปีใหม่
          - กงเฮ่อซินเหนียน ... สุขสันต์วันปีใหม่
          - ต้าจี๋ต้าลี่ ... ค้าขายได้กำไร
          - เจาไฉจิ้นเป่า ... เงินทองไหลมาเทมา ทรัพย์สมบัติไหลเข้าบ้าน
          - จินอวี้หม่านถัง ... ร่ำรวยเงินทอง ทองหยกเต็มบ้าน
          - ไฉหยวนกว่างจิ้น ... เงินทองไหลมาเทมา
          - เหนียนเหนียนโหย่วอวี๋ ... เหลือกินเหลือใช้ทุกปี
          - ฝูโซ่วว่านว่านเหนียน ... อายุยืนหมื่น ๆ ปี
          - หลงหม่าจินเสิน ... สุขภาพแข็งแรง
          - ห่าวยวิ่นเหนียนเหนียน ...โชคดีตลอดไป


            แต่ถ้ายังไม่จุใจ คลิกเข้าไปอ่านต่อได้ที่ "เฮง ๆ รวย ๆ มาอวยพรวันตรุษจีนกันดีกว่า"
 

            และนี่คือ 7 คำถามที่คนอยากรู้เกี่ยวกับวันตรุษจีน 2559




 



วันตรุษจีน 2559 กับ 7 คำถามยอดฮิตที่คนอยากรู้ โพสต์เมื่อ 7 มกราคม 2556 เวลา 09:03:55 415,910 อ่าน แสดงความคิดเห็น