HILIGHT NEWS

ไหว้พระ 9 วัด อย่างไรไม่ให้เหนื่อย

รับแจ้งเตือนข่าวใหม่ ประเด็นฮิตทางมือถือ ฟรี คลิกที่นี่ <<


ไหว้พระ 9 วัด อย่างไรไม่ให้เหนื่อย

 
           เกิดเป็นพุทธศาสนิกชนถ้าได้ตระเวนไหว้พระจนครบ 9 วัด ถือเป็นบุญผลาอานิสงส์ แล้วถ้าได้ไปกับคนที่เรารักก็ยิ่งพิเศษสุด เรื่องดีๆ แบบนี้ "เอไอเอส เซเรเนด"

           โปรแกรมดูแลลูกค้ากลุ่มผู้ใช้บริการสูงของค่ายโทรศัพท์มือถือยักษ์ใหญ่ รู้ใจคู่แม่ลูกทั้งหลายว่าคงอยากมีช่วงเวลาดีๆ แบบนี้ร่วมกัน จึงจัดกิจกรรม "อิ่มบุญ อุ่นรัก" พาคู่แม่ลูก 18 คู่ ไปทำบุญไหว้พระเสริมสิริมงคล 9 วัดที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน ประกอบด้วย 1.วัดพนัญเชิงวรวิหาร 2.วัดใหญ่ชัยมงคล  3.วิหารพระมงคลบพิตร 4.วัดหน้าพระเมรุราชิการาม  5.พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเจ้าสามพระยา 6. วัดราชบูรณะ 7.วัดมเหยงค์ 8.วัดไชยวัฒนาราม และ 9.วัดสุวรรณดารามราชวรวิหาร

          ไปไหว้พระอยุธยาคราวนี้ "อ.แพน" เผ่าทอง ทองเจือ  เป็นไกด์นำเที่ยวให้ความรู้ตลอดทริป ได้ความรู้คู่การท่องเที่ยวแบบนี้ แม่ลูกเซเรเนดคู่ไหนๆ ก็ไม่มีทีท่าว่าจะท้อถอยถึงแม้ว่าอยุธยาช่วงสิบโมงเช้าแดดจะเริ่มแข็งแล้ว 

          เมื่อคิดถึงกรุงเก่าภาพเจดีย์สูงใหญ่ล่องลอยมาแต่ไกล จากกรุงเทพฯ เข้าตัวเมืองอยุธยาแล้วจะเห็นเจดีย์วัดสามปลื้ม (เจดีย์กลางถนน) ให้เลี้ยวซ้ายตรงไปประมาณ 1 กิโลเมตร "วัดใหญ่ชัยมงคล" อยู่ทางซ้ายมือ "อ.แพน" ไกด์กิตติมศักดิ์เล่าให้ฟังว่า ตามพระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขากล่าวว่า วัดแห่งนี้เดิมชื่อ 'วัดป่าแก้ว' พระสงฆ์ฝ่ายอรัญวาสีสร้างไว้ตั้งแต่อยุธยาตอนต้น ส่วน “เจดีย์ชัยมงคล” องค์นี้สร้างเมื่อ พ.ศ. 2135 ถือว่าสูงใหญ่ที่สุดในอยุธยา สมเด็จพระนเรศวรโปรดให้สร้างพระเจดีย์เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานแห่งชัยชนะสงครามยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชา 

          "ยุทธหัตถีชนะ แต่ก็ตีทัพพม่าให้แตกไม่ได้อย่างราบคาบ เพราะก่อนชนช้าง 'เจ้าพระยาไชยานุภาพ' ช้างทรงพระนเรศวรเกิดตกมันเตลิดไปกลางกองทัพพม่า เหล่าแม่ทัพนายกองทั้งหลายวิ่งตามเสด็จไม่ทัน พระองค์กริ้วถึงกับจะประหารชีวิตแม่ทัพนายกองเสียทั้งหมด แต่สมเด็จพระวันรัตน์เจ้าอาวาสวัดป่าแก้วได้ทูลขอชีวิตไว้ และแนะนำให้เสริมเจดีย์ที่วัดแห่งนี้ให้สูงขึ้นไปอีกเป็นการเฉลิมพระเกียรติ พระราชทานนามว่า วัดชัยมงคล แต่ชาวบ้านนิยมเรียกว่า วัดใหญ่ชัยมงคล เพราะมีเจดีย์ขนาดใหญ่" อ.เผ่าทอง อธิบาย

 

          เจดีย์สูงใหญ่ท้าทายนักท่องเที่ยวฝรั่งไต่บันไดขึ้นไปค้นหาว่ามีอะไรแอบซ่อนอยู่ในความมโหฬาร แต่คนไทยเราเมื่อมากับผู้รู้ 'เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย' ที่ อ.แพน บอกเล่านั้นน่าสนุกมากกว่า

         "ตรงข้ามองค์เจดีย์คืออุโบสถ 'พระเฑียรราชา' ได้มาเสี่ยงเทียนที่โบสถ์หลังนี้ตอนคิดก่อการล้มล้างราชบัลลังก์ขุนวรวงศาและท้าวศรีสุดาจันทร์ โดยอธิษฐานว่าถ้าสำเร็จก็ขอให้เทียนของพระองค์สว่างไสวและเทียนฝ่ายตรงข้ามดับ ปรากฏว่าเทียนพระเฑียรฯ ริบหรี่เหมือนจะดับ แต่ด้วยความหัวไวของ 'หมื่นราชเสน่หา' ราชองค์รักษ์ของพระเฑียรราชาและพระสุริโยไท ก็พ่นน้ำหมากฟู่ที่เทียนขุนวรวงศาให้มันดับไปซะก่อน!" 

         เรื่องราวเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องยากต่อการจินตนาการอีกต่อไปเมื่อคนไทยได้ชม 'สุริโยไท' ภาพยนตร์แห่งสยามประเทศ  ดาราชื่อดัง ศรัณยู วงษ์กระจ่าง แสดงเป็นพระเฑียรราชาซึ่งต่อมาได้เสด็จขึ้นครองราชย์เป็น 'พระมหาจักรพรรดิ' ส่วน สรพงษ์ ชาตรี สวมบทหมื่นราชเสน่หา แล้วความที่เป็นวัดป่าของพระฝ่ายอรัญวาสีที่อยู่ห่างไกลตัวเมือง นักโบราณคดีจึงเชื่อกันว่าวัดนี้แหละที่พระเฑียรฯ มารวมพลคิดการลับโค่นล้มราชบัลลังก์ของแม่อยู่หัวศรีสุดาจันทร์   

          มาถึงอยุธยาก็ต้องไปไหว้ "หลวงพ่อมงคลบพิตร" พระพุทธรูปหล่อด้วยสัมฤทธิ์องค์ใหญ่คู่บ้านคู่เมืองกรุงเก่า แล้วเห็นยอดเจดีย์ขาวๆ สามยอด ก็แสดงว่าเรามาถึงแล้วพระบรมมหาราชวังแห่งราชอาณาจักรอยุธยาอดีตอันรุ่งเรืองเกรียงไกร ซึ่งขนบการสร้าง 'วัดติดวัง' อ.เผ่าทองบอกว่าถือเป็นราชประเพณีสำคัญเหมือนกับเรามีวัดพระแก้วในกรุงเทพฯ

          "แผ่นดินกรุงศรีอยุธยาเกิดการแย่งชิงบัลลังก์กันอยู่เนืองๆ เมื่อฝ่ายใดขึ้นครองราชย์ก็จะประหารขุนนางฝ่ายตรงข้ามเจ็ดชั่วโคตร คือ นับขึ้นไปตั้งแต่รุ่นพ่อปู่ทวด และนับลงมารุ่นลูกหลานเหลน ในที่สุดคนเก่งๆ แทบเกลี้ยงราชสำนัก ขุนนางผลิตไม่ทันใช้เป็นเหตุผลต่อเนื่องที่ทำให้เราเสียกรุงถึงสองครั้ง แล้วเมื่อมีการรัฐประหารเปลี่ยนกษัตริย์ พระราชโอรสทั้งหลายจะพากันหนีเข้าวัดที่อยู่ใกล้ๆ วัง เพื่อทรงผนวชให้รอดพ้นจากการถูกทุบด้วยท่อนจันทน์!" 

           ไกด์คนเก่งบรรยายซึ่งถ้าเป็นเช่นนี้แล้วเราจะโทษศึกภายนอกอย่างเดียวก็คงไม่ได้ พ.ศ. 2310 บริเวณวังหลวงตรงนี้กลายเป็นทะเลเพลิง พม่าปล้มสะดมทรัพย์สินไปทุกสิ่งอย่างที่ขวางหน้า แต่ผลจากสงครามวันวานมันคืออดีตที่ไม่หวนกลับ แล้วสิ่งที่พม่ากระทำไว้ให้กับชาวอยุธยาในวันนี้ก็น่าจดจำยิ่งกว่า 

           "เมื่อ ปี 2498 ฯพณฯ อูนุ นายกรัฐมนตรีสหภาพพม่า ได้เดินทางมาที่นี่ บริจาคเงิน 2 แสนบาทเพื่อสร้างวิหารให้หลวงพ่อมงคลบพิตรขึ้นใหม่ในปี 2499 มีเรื่องเล่าว่าตอนที่ท่านอูนุก้มลงกราบพระนั้นท่านถึงกับน้ำตาคลอเพราะได้ยินเสียงลั่นกลองรบอึงคะนึง ตอนเสียกรุงครั้งที่ 2 วิหารพระมงคลบพิตรถูกไฟเผาผลาญจนทรุดโทรม เครื่องบนหักพังลงมาต้องพระเมาฬีและพระกรข้างขวาขององค์พระหัก แล้วการบริจาคเงินถึงสองแสนเมื่อห้าสิบปีก่อนนั้นก็ถือว่ามหาศาล เพราะรถเบ็นซ์คันหนึ่งราคายังไม่ถึงแสนเลย"  อ.เผ่าทอง ว่า 

           หลวงพ่อมงคลบพิตรมีพระพักตร์เหลี่ยม พระขนงโค้งอ่อนหวาน เป็นพุทธลักษณะศิลปะอยุธยาตอนต้น แต่ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าสร้างขึ้นเมื่อใด ซึ่งนักประวัติศาสตร์ตั้งสมมติฐานว่า พระไชยราชา รัชกาลที่ 10 แห่งกรุงศรีอยุธยาเป็นผู้สร้างเพื่อเป็นพลังของทหารหาญในการออกสงคราม พอเอ่ยชื่อ "พระไชยราชา" ใบหน้าของพงษ์พัฒน์ วชิระบรรจง ในบทบาทกษัตริย์นักรบผู้เก่งกล้าก็ลอยเด่นขึ้นมาเลยเชียว!!

          มาเที่ยวอยุธยาต้องพกพาทั้งแว่นตากันแดด ร่ม แล้วซื้อหมวกปีกกว้างที่แม่ค้ากรุงเก่าวางขายใบละ 35 บาททับอีกที ด้วยอากาศเที่ยงวันร้อนแดดแสบร้อนกอปรกับไม่ปลูกต้นไม้ใหญ่โตที่จะไปบดบังความงามภูมิสถาปัตย์ของพระบรมมหาราชวัง แต่การมาเที่ยวเดินชมโบราณสถานกลางแดดร้อนๆ โดยไม่มีไกด์ดีๆ นั้น ใช่ว่าจะไม่สนุก!

          ขอแนะนำให้มองหาไกด์บุ๊คเล่มเล็กที่วางขายอยู่ในตู้หนังสือของแต่ละวัด อย่างเช่น หนังสือหลวงพ่อมงคลบพิตร เล่มละ 10 บาท ภาษาดีข้อมูลก็ปึ้ก!! แล้วคำพูดที่ว่า ...คนไทยอ่านหนังสือปีละ 6 บรรทัด.. เห็นทีจะต้องเชื่อถือกันก็คราวนี้ เพราะเล่มนี้พิมพ์พ.ศ. 2546 จนป่านนี้ก็ยังเหลือวางขายอยู่บานเบอะและไร้การเหลียวแลจากนักท่องเที่ยว!

         วัดต่อไป "วัดหน้าพระเมรุ" ไหว้พระพุทธรูปทรงเครื่องงดงามที่สุดในอยุธยา 'พระพุทธนิมิตพิชิตมารโมลีศรีสรรเพชญบรมไตรโลก'  อ.เผ่าทองเล่าไปถึง พ.ศ. 2092 เกิดสงครามช้างเผือกโดยบุเรงนองยกทัพมาในแผ่นดินพระมหาจักรพรรดิ อ้างขอช้างเผือก 1 เชือก ไปไว้ที่หงสาวดี แต่โดยธรรมเนียมนั้นช้างเผือกเป็นของคู่บุญกษัตริย์ ใช่ว่าจะให้กันได้ บุเรงนองจึงยกทัพมาล้อมกรุงศรี และใช้วัดนี้เป็นฐานที่ตั้งค่ายรบพม่า ...ขุนทัพนายกองพม่าคงนอนระเกะระกะในอุโบสถวัดนี้

         อ.เผ่าทองว่า คนมีจิตนาการสูงฟังมาถึงตอนนี้ถึงกับแอบชำเลืองตามข้างเสาเผื่อจะมีใครนุ่งโสร่งโพกหัวกวักมือทักทาย!! พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา และ วัดราชบูรณะ คือเป้าหมายต่อไปที่จะต้องเล่าคู่กัน ไหว้เศียรพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ขนาดใหญ่ซึ่งพบที่วัดธรรมิกราชแล้ว เดินไปทางซ้ายอีกสักนิดก็ยิ่งอิ่มเอมกับกลุ่มพระพุทธรูปที่บรรจุอยู่ในพระอุระซ้ายของพระมงคลบพิตร ซึ่งพบเมื่อปี 2499 

         "คติของการสร้างพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองแต่โบราณเราจะใส่พระพุทธรูปเข้าไปในองค์พระ ซึ่งเป็นการบรรจุความศักดิ์สิทธิ์สร้างให้ท่านมีชีวิต! โดยบรรจุไว้สามจุด คือ เศียร พระอุระ และสะดือที่ถือว่าเป็นศูนย์กลาง เราได้พระชุดนี้มาเพราะปูนองค์พระมงคลบพิตรกะเทาะ แล้วถึงรู้ว่าองค์พระมีพระพุทธรูปล้ำค่าอีกมากมายแต่เราก็ไม่สกัดอีกแล้ว"

           เครื่องทองคำจาก "กรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ" ขุดพบเมื่อ พ.ศ. 2500 คือของดีที่ต้องดูอีกสิ่งหนึ่งในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ทั้งแหวน กำไล ทองพระกร พาหุรัด กรองศอ ฯลฯ โด่งดังที่สุดก็คือ 'จุลมงกุฎ' หรือเครื่องประดับเศียรกษัตริย์-ราชินี เครื่องราชูปโภคทองคำ เช่น พาน ตลับ กระปุก ผอบ ถาด ฯลฯ และพระแสงขรรค์ศรีชัยที่เป็นดาบทองคำฝังพลอยหลากสี

           เมื่อโจร (ไทย) เข้าไปขุดกรุเจดีย์ สมบัติแผ่นดินซึ่งบูรพกษัตริย์ของเราทรงเก็บซ่อนเอาไว้โดยทำเป็นกรุลึกลับถึงสามชั้นในองค์ปรางค์วัดราชบูรณะ ก็ปรากฏให้คนทั้งโลกตื่นตะลึง! เครื่องทองฝีมือเลิศล้ำแห่งยุคเหล่านี้น่าเสียดายว่านอกจากขายแล้ว โจรได้หลอมเป็นก้อนเพื่อขายได้ง่ายขึ้น!! บางชิ้นกระจัดกระจายไปทั่วโลกอย่างเช่นมงกุฎราชินีที่ไปปรากฏที่พิพิธภัณฑ์ในชิคาโก

           "มงกุฎชิ้นนี้เป็นการทำทองแบบ 'ชักลวดผ่านเลียด' คือการตีแผ่นทองบางเท่ากับเส้นไหมแล้วนำมาถักแบบโครเชต์ให้เป็นลวดลายดอกพิกุล ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล ทรงเคยให้ช่างทองสุโขทัยแกะแบบของมงกุฎชิ้นนี้เพื่อใช้ในภาพยนตร์สุริโยไท  ต้องใช้ความละเอียดเป็นสุดยอดฝีมือของช่างทองสมัยเก่า ปรากฏว่าช่างทองยุคนี้ขอยกธงขาว"  อ.เผ่าทอง บอก 

            เจดีย์ทุกองค์ในอยุธยามีเครื่องทอง อย่างเจดีย์วัดใหญ่ชัยมงคลเมื่อกรมศิลปากรไปขุดพบก็ได้พบซากกระดูกลิงมือกำทองคำอยู่ สันนิษฐานว่าชาวบ้านได้ฝึกลิงให้ลงไปเก็บทอง! เพราะกรุที่นี่มีช่องเล็กๆ คนไม่สามารถลอดลงไปได้ แล้วเมื่ออิฐถล่มลงมาก็ทับลิงตายเป็นซากอยู่ในกรุนั้น!!

           "วัดพนัญเชิง" ไหว้พระพุทธไตรรัตนนายก (ซำปอกง) คือจุดหมายต่อไป วัดนี้สร้างก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยา (พ.ศ.1893) แสดงถึงความเป็นอาณาจักรที่มั่งคั่งจึงสามารถสร้างวัดใหญ่โตขนาดนี้ได้ แล้วเมื่อตอนเสียกรุงครั้งที่ 2 นั้น หลวงพ่อโตซำปอกงมีน้ำตาไหลอาบใบหน้า พระพุทธรูปองค์นี้จึงถือเป็นพระเสี่ยงทายสำคัญ 

           ตบท้ายของวันแรกที่ "วัดมเหยงค์" ปัจจุบันเป็นวัดร้างใน ต.หันตรา โบราณสถานที่ยังเหลือปรากฏอยู่ คือ พระอุโบสถที่ใหญ่โตกว่าวัดอื่นๆ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นอกจากนี้ยังมีพระเจดีย์ช้างล้อมตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจตุรัสยาวด้านละ 32 เมตร มีช้างเห็นได้ทั้งตัว ประดับโดยรอบองค์พระเจดีย์เป็นแบบลังกา เหมือนพระเจดีย์ช้างล้อมที่จังหวัดสุโขทัย เป็นวัดน่าเที่ยวอีกวัดหนึ่ง

            วันรุ่งขึ้นไปไหว้พระต่อกันที่  "วัดไชยวัฒนาราม" วัดนี้จำลองแบบมาจากปราสาทนครวัดเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะในสงครามที่อยุธยามีต่อเขมร จากการนำทัพของเจ้าพระยากลาโหมสุริยวงศ์ ประวัติศาสตร์ยุคนี้จากคำบอกเล่า อ.เผ่าทอง ต้องบอกว่าเข้มข้นถึงใจ (แบบโหดๆ) จากมหาดเล็กในราชสำนักยุคสมเด็จพระเอกาทศรถ ก้าวขึ้นมากินตำแหน่งเจ้าพระยากลาโหมฯ ได้นั้นต้องนับว่าไม่ธรรมดา และแผ่นดินนี้กษัตริย์ถึงสองพระองค์

           ต้องถูกทุบท่อนจันทร์ก่อนเจ้าพระยากลาโหมสุริยวงศ์จะปราบดาภิเษกขึ้นเป็น 'สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง' ผู้สร้างวัดนี้ไว้เมื่อ พ.ศ. 2137  และวัดสุดท้าย "วัดสุวรรณดารามราชวรวิหาร" เดิมชื่อว่า 'วัดทอง' อยู่ในเขตพระนครด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะเมือง เหนือบริเวณป้อมเพชร์ เป็นวัดที่พระบรมมหาชนกของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงสร้างไว้ตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา

           ต่อมาเมื่อขึ้นครองราชย์ จึงโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาวัดทองขึ้นใหม่และพระราชนามว่า "วัดสุวรรณดาราราม" เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่พระบรมชนกนาถและพระบรมราชชนนี ตามพระนามเดิมของทั้งสองพระองค์คือ 'ทองดี' และ 'ดาวเรือง'

          ไหว้พระ 9 วัดครั้งนี้เดินย่ำอยุธยากันเกือบสองวันเต็มๆ แต่เดินไกลกลางแดดจ้าอย่างไรก็ไม่มีเหนื่อยจบทริปด้วยความรู้สึกทั้งอิ่มบุญและอิ่มความรู้เพราะได้มากับ “กูรูประวัติศาสตร์” แบบนี้




ข้อมูลจาก

ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต

เรื่องอื่นๆ
  1. PTV ออกอากาศแล้ว! "วีระ-จักรภพ" สับคมช.เละ
  2. นายกฯ ชู "ทหาร" คือ ฮีโร่ของชาติ!
  3. ม็อบต้าน คมช.-รัฐบาล นัดชุมนุมเย็นนี้
  4. "เมย์" โต้! เปิดศึก "เข็ม ตีสิบ" แย่ง "หนุ่ม" กลางห้าง
  5. "ชาติหน้าขอให้เจอกันอีก" คำหวาน "มาช่า"ถึง"กฤษณ์"
  6. น้องหมา กินหญ้า?
  7. พรีเมียร์ไทย ประเดิมแข้ง "แบน" นำทัพ "เทโร" ท้า รบทีมทหารบก
  8. ตะลึง!เยาวชนเกือบครึ่ง ไม่เคยอ่านรธน.
  9. ภาษาท่าทาง ... บอกอะไรคุณ
  10. วิธีดูแลความรัก ให้ยั่งยืน

เรื่องน่าสนใจ