เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
สวทช. นัดแต่งดำประท้วง วรวัจน์ รมว.วิทยาศาสตร์ 20 พ.ค. เจอ ผอ.สั่งเบรกห้ามแต่ง ด้าน วรวัจน์ ยันไม่เคยทุจริต แค่อาจจะมีบางคนที่ไม่ชอบหน้า จึงสร้างเรื่องทั้งหมด ย้ำชัด สามารถชี้แจงได้ทุกประเด็น
ความคืบหน้ากรณี กลุ่มพนักงานสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้จัดทำใบปลิว "ความไร้ธรรมาภิบาลของ รมว.วิทยาศาสตร์ฯ" แจกว่อนทั่วกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กับ สวทช. เพื่อเปิดเผยพฤติกรรมที่ไม่ชอบมาพากลของ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญากุล รมว.วิทยาศาสตร์ฯ พร้อมกับนัดแต่งชุดดำประท้วง ในวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 เป็นต้นไป รวมทั้งมีการเขียนจดหมายปิดผนึก และจดหมายเปิดผนึก "ไว้ทุกข์ให้กับความถดถอยของการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในประเทศไทย" เผยแพร่ต่อสาธารณะ นั้น
จากสถานการณ์ความตึงเครียดที่เกิดขึ้น ทำให้วานนี้ (17 พฤษภาคม 2556) ได้มีคำสั่งจาก นายทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการ สวทช. ออกมาห้ามพนักงานแต่งชุดดำมาประท้วงตามที่นัดกันไว้แล้ว ตลอดจนนายวรวัจน์เองก็ได้มีการเรียกพนักงานที่ต้องสงสัยเผยแพร่ข้อความดังกล่าวเข้าไปชี้แจงด้วย
โดยผู้แทนพนักงาน เปิดเผยว่า ข้อความดังกล่าวเป็นความเห็นจากกลุ่มตัวแทนพนักงานกว่า 100 คน ที่รู้สึกอึดอัดและไม่ได้รับความเป็นธรรมในการทำงาน และได้เริ่มมีการแสดงความกังวลพร้อมกับหารือกันมาก่อนหน้านี้ ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวเป็นไปตามระเบียบขององค์กร ทั้งยังได้มีการเลือกตัวแทนพนักงานเพื่อทำหน้าที่เจรจากับผู้บริหารระดับสูงแล้ว
นอกจากนี้ ผู้แทนพนักงานยังเผยอีกว่า ที่ผ่านมาพนักงานยอมทำตามคำสั่งอย่างเต็มที่ โดยมองว่าเป็นกลไกการทำงานให้กับประเทศ แต่หลายอย่างเริ่มทำให้อึดอัด แม้จะไม่ใช่การทุจริตโดยตรง แต่จากคำสั่งให้ใช้งบประมาณ 10 ล้านบาท หาซื้อของไปลงในพื้นที่ของตนเอง มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง
อีกทั้งในกรณีการตัดงบประมาณถึง 30% ในโครงการที่รัฐมนตรีคิดว่าไม่ตอบโจทย์รัฐทิ้ง เพื่อนำไปใช้ในโครงการที่เกิดขึ้นภายใต้นโยบายและมีพวกพ้องเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็เป็นเรื่องที่ไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง ซึ่งตลอดเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา สวทช. และกระทรวงวิทย์ฯ ก็ไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้มาก่อน ทำให้พนักงานเกินที่จะทนไหว เหล่านักวิจัยต่างก็อึดอัด กับแนวทางการทำงานที่ไปด้วยกันไม่ได้ จึงต้องการสื่อสารไปยังรัฐมนตรีหรือผู้ที่มีอำนาจ
ด้าน นายวรวัจน์ ก็ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น โดยให้สัมภาษณ์กับ สำนักข่าวอิศรา ว่า ตนได้เห็นใบปลิวดังกล่าวแล้วเมื่อ 2-3 วันก่อน ซึ่งมองว่าการที่มีใบปลิวดังกล่าวออกมา คงเป็นเพราะตนเข้าไปปรับเปลี่ยนการบริหารงานบางอย่างในกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ และ สวทช. รวมถึงมีความกลัวว่าหากมีบอร์ด สวทช.ชุดใหม่ที่ตนจะเป็นผู้แต่งตั้ง ผอ.สวทช.คนใหม่ ที่ถูกเลือกอาจไม่ใช่นายทวีศักดิ์ ซึ่งเป็น ผอ.สวทช.คนปัจจุบัน ที่จะหมดวาระดำรงตำแหน่งในวันที่ 30 มิถุนายนนี้
และสำหรับข้อกล่าวหาต่าง ๆ ที่ปรากฏในใบปลิว อาทิ ใช้งบของกระทรวง 10 ล้านบาทไปจัดงานวันเด็กในเขตเลือกตั้งของตัวเอง ขอชี้แจงว่าตนจัดงานวันเด็กที่ จ.แพร่ เป็นประจำทุกปีอยู่แล้ว และในปีนี้ก็มีหน่วยงานภายในกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มาขอร่วมจัดงานด้วย ยืนยันว่าไม่มีการขอให้มาร่วมจัดงานแต่อย่างใด และตนไม่รู้ว่ามีการใช้งบประมาณไปเท่าใด แต่เชื่อว่าจะไม่น่าถึง 10 ล้านบาท เพราะเป็นเงินที่สูงเกินไป ถ้าเป็นจริงต้องมีการตรวจสอบ
ส่วนที่อ้างว่ามีการปรับลดงบ สวทช. ในปี พ.ศ. 2557 ลงถึงถึงกว่า 30% เมื่อเทียบกับปีนี้ นายวรวัจน์ ก็เผยว่า ผู้อนุมัติงบคือสำนักงบประมาณ (สงป.) ซึ่งในปี พ.ศ. 2557 ตนก็เสนอของบของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ไปกว่า 4 หมื่นล้านบาท ปรากฏว่าถูก สงป. ปรับลดงมาเหลือเพียงกว่า 1 หมื่นล้านบาท โดยให้เหตุผลว่าบางโครงการไม่มีความจำเป็น และงานวิจัยของ สวทช.ที่ผ่านมา ก็ไม่สามารถตอบคำถามได้ว่าจะเกิดผลต่อประเทศอย่างเป็นรูปธรรมอย่างไร แต่สำหรับโครงการวิจัยใดที่จะเกิดประโยชน์ ก็สามารถยื่นขอใช้งบจากงบกลางเพิ่มเติมได้ โดยสิ่งที่สำคัญคืองานวิจัยดังกล่าวจะต้องไม่ใช่งานวิจัยส่วนตัว และต้องตอบให้ได้ว่าจะเกิดประโยชน์ต่อสังคม เพิ่มขีดความสามารถของประเทศ หรือช่วยในการปรับตัวเอาสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) อย่างไร
ส่วนประเด็นการใช้คนผิดประเภท ให้หน่วยงานอื่นดึงคนของ สวทช. ไปช่วยงานได้ ทำให้พนักงานขาดขวัญกำลังใจนั้น ตลอดเวลา 6-7 เดือน ที่ตนมารับตำแหน่ง ได้ให้นโยบายไว้ว่าการทำงานต่าง ๆ จะใช้โปรเจคท์เบส โครงการไหนที่เกี่ยวข้องกับหลาย ๆ หน่วยงาน ไม่จำเป็นต้องรอ สวทช. ตั้งโครงการ แต่ให้คน สวทช. ที่สนใจเข้าไปทำงานได้ทันที และหากมีโอกาสก็สามารถขอย้ายหน่วยงานได้ โดยที่เงินเดือนและสิทธิประโยชน์ยังเท่าเดิม สิ่งนี้ตนเห็นว่าคน สวทช. มีแต่ได้กับได้ แล้วจะทำให้เสียกำลังใจได้อย่างไร
และสำหรับ กรณีที่บอกว่าโครงการจัดซื้อจัดจ้างใดเกิน 2 ล้านบาทต้องให้รัฐมนตรีดูก่อน ทำให้การทำงานขาดความคล่องตัวนั้น ข้อเท็จจริงคือที่ผ่านมามีบางหน่วยงานในกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จะจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษในหลายโครงการที่มีมูลค่าเกิน 2 ล้านบาท โดยไม่ใช่วิธีอีอ็อกชั่นตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี เนื่องจากบางโครงการเป็นเชิงเทคนิคค่อนข้างมาก สามารถใช้การจัดซื้อจัดจ้างวิธีพิเศษได้ แต่ตนไม่อยากเอาตัวเข้าไปเสี่ยงจึงมีคำสั่งว่าต่อไปโครงการใดที่มีมูลค่าเกิน 2 ล้านบาท จะต้องให้ตนมาพิจารณาก่อนว่าต้องอีอ็อคชั่นหรือไม่ ซึ่งคำสั่งนี้ใช้กับทุกหน่วยงานในกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ไม่ใช่เฉพาะ สวทช. เท่านั้น
นอกจากนี้ นายวรวัจน์ยังกล่าวว่า อีกข้อหาหนึ่งที่ตนอยากชี้แจง คือเรื่องโบนัสของพนักงาน สวทช. ที่มีคนไปปล่อยข่าวว่า ตนไม่อนุมัติให้ ทั้ง ๆ ที่ตนส่งเรื่องให้บอร์ด สวทช. อนุมัติไปแล้ว แต่ติดกฎคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ที่ไม่ให้งบบริหารบุคคลเกินกว่า 30% ของรายจ่ายทั้งหมด ซึ่ง ผอ.สวทช.ก็ขอให้ตนไปยกเว้นกฎ ก.พ.ร. นี้ แต่ตนบอกว่าหากทำเช่นนั้นแล้วมีปัญหา ผอ.สวทช.ต้องรับผิดชอบ ปรากฏว่านายทวีศักดิ์ให้คำตอบไม่ได้ ดังนั้นจึงไม่มีการจ่ายโบนัสดังกล่าวเพราะเกินเพดานงบบริหารบุคคล 30% และไม่มีใครกล้ารับผิดชอบเงินก้อนดังกล่าว
ทั้งนี้ นายวรวัจน์คาดว่า ใบปลิวเหล่านี้น่าจะมาจากกลุ่มที่ไม่พอใจตน ทั้งที่ตนไม่มีปัญหาทุจริตใด ๆ และยืนยันว่าสามารถชี้แจงทุกประเด็นที่ถูกกล่าวหาได้ทั้งหมด
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

- สำนักข่าวอิศรา






