

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก รายการวีไอพี โพสต์โดย คุณ TvyimChannel สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม
ร.ต.ต.สมพร ทับสมบัติ เจ้าของฉายา หมวดมหามือผ่าหมื่นศพ แห่งสถาบันนิติเวชวิทยา ผู้ปิดทองหลังพระช่วยชันสูตรพลิกศพมานานกว่า 30 ปี ในรายการวีไอพี
แค่นึกถึงศพหลายคนก็ผวากันแล้ว แต่คงไม่ใช่สำหรับ ร.ต.ต.สมพร ทับสมบัติ เจ้าของฉายา "หมวดมหามือผ่าหมื่นศพ" ผู้ซึ่งเสียสละ ทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ชันสูตรพลิกศพที่เสียชีวิตจากคดีต่าง ๆ มานานกว่า 30 ปี ซึ่งไม่ว่าศพเหล่านั้นจะเป็นใครและมาถึงมือสภาพไหน หมวดก็เต็มใจช่วยค้นหาความจริงและทวงความยุติธรรมให้ผู้บริสุทธิ์ จนสามารถพลิกคดีให้ผู้บริสุทธิ์มาแล้วนับไม่ถ้วน
ล่าสุด วานนี้ (16 กันยายน 2556) รายการวีไอพี จึงไม่รอช้า เชิญ ร.ต.ต.สมพร ทับสมบัติ หรือ หมวดมหามือผ่าหมื่นศพ มาสัมภาษณ์ถึงชีวิตและการทำงานของเขากันค่ะ
โดย ร.ต.ต.สมพร ทับสมบัติ ปัจจุบันอายุ 60 ปี รับราชการมานาน 30 ปีแล้ว แต่ที่ทุกคนเรียกมหานั้น เนื่องจากก่อนที่จะเป็นตำรวจเคยบวช 6 ปี และหลังจากนั้นได้เข้ารับราชการตำรวจในตำแหน่งพลสำรองพิเศษ ที่สถาบันนิติเวชวิทยา ปัจจุบันได้เป็นรองสารวัตร มีหน้าที่หลักคือช่วยคุณหมอตรวจศพและเข้าเวรประชาสัมพันธ์บริการประชาชน ในแต่ละวันจะมีศพมาให้ตรวจประมาณ 18 ศพขึ้นไป สูงสุดประมาณ 40 ศพขึ้นไป ซึ่งหากจะนับตั้งแต่ทำงานมา ได้ผ่าศพมาแล้วนับหมื่นศพเลยทีเดียว
ร.ต.ต.สมพร กล่าวว่า สำหรับศพส่วนใหญ่มาจากอุบัติเหตุ โดยศพที่ชันสูตรยากสุดคือ ศพเน่าที่ผ่านมาอย่างน้อย 4-5 วันแล้ว ซึ่งศพจะเละหมดแล้ว และรอยก็จะไม่ชัดเจน บางครั้งก็มีการต้มศพเพื่อชันสูตร เนื่องจากศพเละไม่สามารถตรวจสอบหาสาเหตุการตายได้อย่างชัดเจน จึงต้องแล่ชิ้นเนื้อออก เอาแต่กระดูก แล้วเอาไปต้ม ส่วนในคดีที่มีการฆ่าและอำพรางศพนั้นก็สามารถตรวจสอบได้ เช่น ศพที่ถูกรัดคอมาจะมีร่องรอยที่คอแตกต่างจากผูกคอฆ่าตัวตายเอง อีกทั้งหากถูกรัดคอมาจะมีเลือดออกในเยื่อบุตา เป็นต้น
และเพื่อให้ผู้ชมเห็นภาพยิ่งขึ้น พิธีกรจึงได้ให้ ร.ต.ต.สมพร ทำการสาธิตวิธีการผ่าศพกับหุ่นให้ได้ชมกัน โดย ร.ต.ต.สมพร กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องให้เจ้าหน้าที่ถ่ายรูปสภาพทั่วไป ใบหน้า ตำหนิ แผลเป็น จากนั้นดูบาดแผล แต่ถ้าศพไม่มีบาดแผลเลยต้องผ่าศพดูข้างใน โดยเริ่มจากบริเวณศีรษะหลังใบหูก่อน ซึ่งต้องเริ่มส่วนบนไปหาส่วนล่างเสมอ โดยการเปิดศีรษะก็เพื่อดูสมองว่ามีความผิดปกติหรือไม่ ส่วนต่อมาก็จะเปิดบริเวณไหปลาร้า เพื่อดูหลอดลมและดูว่ามีรอยช้ำที่คอหรือไม่ จากนั้นก็ผ่ากลางลำตัว ตั้งแต่ไหปลาร้าไปจนถึงหัวหน่าว เพื่อดูอวัยวะภายใน เช่น ถ้าปอดไม่ดี เราก็ต้องตัดชิ้นเนื้อไปตรวจอีกที โดยแต่ละศพใช้เวลาผ่าไม่เท่ากัน บางศพก็ 10 นาที อย่างศพที่เกิดจากอุบัติเหตุซึ่งมีร่องรอยชัดเจน บางศพก็เป็นชั่วโมงอย่างศพที่ถูกยิง

ร.ต.ต.สมพร เปิดเผยว่า ตนคิดว่างานแบบนี้เป็นงานปิดทองหลังพระ เพราะเราสามารถช่วยคลี่คลายคดีได้ เนื่องจากการชันสูตรอาจทำให้รูปคดีเปลี่ยน เช่น คดีถูกยิงหรือถูกแทง แล้วเอาไปให้รถทับเพื่ออำพรางคดี ตอนแรกตนก็ไม่ได้คิดจะทำงานนี้ แต่มีคุณลุงทำงานที่สถาบันนิติเวชวิทยา แผนกธุรการ ได้ชักชวนให้เป็นตำรวจเหมือนกัน แต่เขาไม่บอกว่าให้ตนไปอยู่แผนกตรวจศพ ซึ่งพอวันแรกที่ทำงานตนก็ทำงานไม่ได้ ดูศพแค่ 3 นาทีก็กลับบ้านเลย เพราะกลิ่นแรงมาก แต่ลุงก็ให้กลับมาดูศพอีกวัน ซึ่งวันที่ 2 ตนดูศพได้ไม่ถึง 10 นาทีก็กลับบ้านอีก
หลังจากนั้นก็ไปดูศพทุกวัน ก็เริ่มอยู่ได้นานขึ้นเรื่อย ๆ แต่สิ่งที่ทำให้ตนตัดสินใจทำงานนี้ ก็เนื่องจากได้ไปปรึกษาแม่ ซึ่งแม่ก็บอกว่าทำแล้วดี ได้บุญ ได้กุศล ตนจึงทำและที่ทำได้นานจนถึง 30 ปีนั้นก็เพราะรู้สึกว่าได้ช่วยเหลือคน ทั้งนี้ ตนไม่ได้มีความรู้เรื่องกายวิภาคมาก่อน แต่ก็ได้คุณหมอคอยแนะนำและสอนงานให้ สำหรับศพแรกที่ทำการผ่าคือ ศพผู้ชาย ซึ่งเสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุ ตอนผ่าก็มือสั่นไปหมด แต่ก็มีหมอคอยประกบอยู่ ซึ่งก็สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี โดยตอนที่ผ่าศพแรกไปทำให้ตนไม่อยากทานเนื้อเลย จนกระทั่งประมาณ 6 เดือนจึงเริ่มทำใจได้ สำหรับสิ่งที่ต้องระวังในการผ่าศพ คือ การติดเชื้อ เช่น วัณโรค เอชไอวี
นอกจากนี้ ร.ต.ต.สมพร ยังได้เล่าประสบการณ์ถูกผีอำให้ฟังด้วยว่า ตอนที่นอนรอเข้าเวรตอนกลางคืน รู้สึกเหมือนมีคนมานอนทับ บางทีก็เคยฝันเห็นผีมาให้โชคลาภ ซึ่งก็ทำให้ตนถูกลอตเตอรี่ 2 ใบ ทั้งนี้ สำหรับศพที่ผ่าทุกครั้ง ตนจะจดชื่อเอาไว้เพื่อไปทำบุญให้ทุก ๆ เดือน
เมื่อพิธีกรถามว่า เคยผ่าศพคนที่รู้จักบ้างหรือไม่นั้น ร.ต.ต.สมพร เล่าว่า เคยครั้งหนึ่ง แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพื่อนกัน เพราะสภาพศพจะเน่าแล้ว จนกระทั่งมารู้ตอนญาติเขามารับศพ ซึ่งถ้าก่อนหน้านี้รู้ว่าเป็นคนรู้จัก ตนจะไม่ผ่า เพราะคนเคยเห็นหน้ากัน กินข้าวด้วยกัน ก็เลยรู้สึกทำไม่ลง
ทั้งนี้ ร.ต.ต.สมพร กล่าวถึงวิธีสร้างกำลังใจให้กับตนเองในสภาพการทำงานที่หดหู่ว่า ตนใช้ธรรมะเข้าช่วย โดยต้องมีขันติ ความอดทน เพราะไหน ๆ ตนก็ได้มาอยู่ในตำแหน่งนี้แล้วก็ต้องทำให้ดีที่สุด และจากที่ได้ทำงานนี้ก็ทำให้ตนปลงมากขึ้น เพราะรู้ว่าวันหนึ่งเราก็ต้องตายเช่นกัน






