
db









ประสงค์ลั่นไม่เกิดวิกฤต "คงไม่มีใครแส่หาเรื่อง"
น.ต.ประสงค์ แจงหมวดพิทักษ์รักษารัฐธรรมนูญ มุ่งแก้ปัญหาการเมืองยามวิกฤติป้องกันการปฏิวัติ ปฏิเสธเปิดช่องนายกรัฐมนตรีคนนอก
น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญในหมวดว่าด้วยการพิทักษ์รักษารัฐธรรมนูญ ในมาตรา 67 ที่ให้ผู้นำองค์กรต่างๆ ในรัฐธรรมนูญประชุมหารือเพื่อแก้วิกฤติจะสามารถป้องกันการปฏิวัติรัฐประหารได้หรือไม่ว่า ต้องถามก่อนว่าพวกเราชอบการปฏิวัติรัฐประหารหรือไม่ ซึ่งตนไม่ชอบ และถ้าประชาชนไม่ชอบ เราจะหาทางออกไม่ให้เกิดการใช้กำลังกันได้อย่างไร
ในยามวิกฤติที่คาดไม่ถึงว่าจะเกิดอะไรขึ้น เหมือนที่ผ่านมาถ้าไม่มีทางออกมันก็เกิดเรื่อง ดังนั้นในยามวิกฤติ หรือฉุกเฉิน ถ้าเปิดช่องไว้บ้างน่าจะแก้ไขปัญหาได้โดยไม่ต้องปฏิวัติรัฐประหาร และในหมวดที่ว่าด้วยคณะรัฐมนตรีในรัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดเจนว่านายกฯ ต้องมาจาก ส.ส.และ มาตรา 67 เป็นมาตราที่หาทางออกในยามวิกฤติไม่ได้มีอะไรมาก
ผู้สื่อข่าวถามต่อไปว่า การระบุเช่นนี้จะทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ว่าจะเป็นการเปิดช่องให้ได้นายกฯ คนนอก น.ต.ประสงค์ กล่าวว่า ถ้าไม่มีวิกฤติ ใครไปทำอย่างนั้นก็ต้องรับผิดชอบ ซึ่งทำไม่ได้หรอก
"เหตุการณ์ทุกอย่างเมื่อถึงเวลาแล้วประชาชนจะทราบว่าไม่มีทางออกจริงๆ คงไม่มีใครอยากจะไปหาเรื่อง สร้างเรื่องว่านี่มันวิกฤติแล้วถ้าทำอย่างนั้นประชาชนเขาก็ไม่รับ ต้องมีเหตุการณ์วิกฤติฉุกเฉินจริงๆ จนหาทางออกไม่ได้ ก็ใช้มาตรา 67 รองรับ คงไม่มีใครแส่ไปหาเรื่องโดยไม่จำเป็น" ประธาน กมธ.ยกร่างฯ กล่าว
ด้านที่ประชุมนิติศาสตร์แห่งชาติ ครั้งที่ 6 จัดการอภิปรายเรื่อง "เนื้อหาที่ควรจะเป็นของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่" โดยมีนายจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรม นายคณิน บุญสุวรรณ อดีต ส.ส.ร. นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ หัวหน้าภาควิชากฎหมายมหาชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมเป็นวิทยากร
นายจรัญ กล่าวถึงมาตรา 67 ว่า ในกรณีที่บ้านเมืองเกิดปัญหาเข้าสู่ทางตัน ควรมีกระบวนการที่ถูกต้องตามกฎหมายเข้ามาดูแลและแก้ไขปัญหา จึงควรบัญญัติไว้ให้ชัดเจน ในเบื้องต้นยังไม่ได้ข้อยุติว่าจะมีองค์กรใดบ้าง ส่วนตัวจึงเสนอให้เป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมือง เช่น นายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภา และประธานศาลฎีกา หรืออาจปรับเพิ่มให้มีประมุขขององค์กรตรวจสอบด้วยก็ได้
ด้าน นายวรเจตน์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญปี 2540 กำหนดมาตรา 7 ขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่ออุดช่องว่างของกฎหมายลายลักษณ์อักษร แต่ถึงไม่มีมาตรา 7 ก็จะมีวิธีการแก้ปัญหาอื่น ดังนั้น การร่างรัฐธรรมนูญให้มีทางออกของการแก้วิกฤติด้วยประมุข 7 องค์กรมาประชุมกัน เพื่อแก้ปัญหา อาจเป็นเงื่อนไขนำไปสู่ภาวะวิกฤติ เพราะอาจมีการเรียกร้อง หรือมีการต่อรองจากกลุ่มผลประโยชน์ให้ประมุข 7 องค์กรออกมาทำหน้าที่ ในภาวะที่ไม่ได้เกิดวิกฤติอย่างแท้จริง
โดยส่วนตัวมองว่า การร่างรัฐธรรมนูญควรเป็นการวางกลไกเพื่อปกครองประเทศมากกว่าการกำหนด หรือสร้างอำนาจที่ไม่เป็นดุลยภาพ อย่างไรก็ตาม หากมีการหวั่นเกรงว่าพรรคการเมืองจะเป็นใหญ่เหนือ ส.ส.เหมือนในอดีต ก็ควรร่างกฎหมายออกแบบให้พรรคการเมืองเป็นประชาธิปไตย









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |








|
| เกิดข้อผิดพลาด ไม่สามารถ ติดต่อกับฐานข้อมูลได้2002 : Can't connect to local MySQL server through socket '/var/lib/mysql/mysql.sock' (11) |