HILIGHT NEWS

ถ้วย "ยูฟ่า" มาแล้ว !

รับแจ้งเตือนข่าวใหม่ ประเด็นฮิตทางมือถือ ฟรี คลิกที่นี่ <<


ถ้วย "ยูฟ่า" มาแล้ว !

           "ถ้วยนี้อาจไม่ใช่ผลงานศิลปะชิ้นโบแดง แต่ทุกคนในวงการฟุตบอลต่างก็อยากที่จะได้สัมผัสมัน" นี่คือคำจำกัดความของถ้วยรางวัลที่ถือได้ว่าเป็นที่สุดของการแข่งขันฟุตบอลอันทรงเกียรติของสโมสรระดับหัวกะทิ ทั่วยุโรป ที่เรียกกันว่า "ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก"

           การแข่งขันรายการนี้ถือกำเนิดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศฝรั่งเศส โดย กาเบรียล ฮาโน หัวหน้ากองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์กีฬาชื่อดัง "เล ควิป" (L"Equipe) ต้องการจะเห็นการแข่งขันฟุตบอลระหว่างสโมสรทั่วยุโรป ในฤดูกาลแรกมีเพียงสโมสรชั้นนำที่มีแฟนๆ มากที่สุดจะเป็นทีมที่ถูกเชื้อเชิญเข้าร่วมการแข่งขันเท่านั้นและเป็นการแข่งขันแบบแพ้คัดออกและได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบอีกหลายครั้ง จนเป็นรูปแบบเช่นปัจจุบัน

           หลังจากการเตะรอบคัดเลือก 3 รอบแล้ว 32 ทีมจะถูกแบ่งสายเป็น 8 สาย สายละ 4 ทีม ผู้ชนะของแต่ละสายจะเข้าไปในรอบแพ้คัดออกโดยอัตโนมัติ โดยจะแข่งแบบเหย้า-เยือน ทีมที่ได้คะแนนมากที่สุดจะเป็นทีมที่เข้าสู่รอบต่อไป ถ้าทำประตูได้เท่ากัน ทีมที่ทำประตูได้มากกว่าในการแข่งนอกบ้านจะเป็นทีมที่เข้ารอบไป จากกฎของยูฟ่าที่กำหนดไว้ว่า สโมสรที่สามารถชนะการแข่งขันได้ติดต่อกันได้ 3 หรือ 5 ครั้ง จะสามารถได้ถ้วยยูฟ่าไปเป็นกรรมสิทธิ์ได้ ผลปรากฏว่าในรอบ 50 ปีมานี้ มีเพียง 5 สโมสรเท่านั้นที่สามารถนำถ้วยกลับไปครองได้

           เริ่มจาก "ราชันย์ชุดขาว-รีล มาดริด" ทีมจากสเปนเป็นทีมที่สามารถเข้ารอบชิงชนะเลิศได้สูงสุดถึง 12 ครั้ง และประสบความสำเร็จสามารถครองถ้วยรางวัลได้ ถึง 9 ครั้ง รางวัลของชัยชนะเช่นนี้ถ้วยเงินถ้วยรางวัลใบแรกที่สั่งทำโดยหนังสือพิมพ์ "เล ควิป" ก็ถูกมอบให้ทีมรีล มาดริดไปครองในฐานะผู้ชนะการแข่งขันได้ถึง 6 สมัยติดต่อกัน เมื่อเดือนมีนาคม 1967

           หลังจากมอบไปแล้วยูฟ่าได้จัดสรรเงิน 10,000 ฟรังก์สวิส (6,500 ยูโร หรือราว 300,000 บาท) ทำถ้วยใบใหม่ขึ้นเป็นใบที่ 2 มีการสลักชื่อของผู้ชนะการแข่งขัน 7 ครั้งถูกมอบให้กับ "สโมสร อาแจ็กซ์" หลังจากที่ชนะติดต่อกันถึง 3 ครั้ง  ถึงเวลานั้น ฮันส์ แบนเกอร์เตอร์ เลขาธิการ ยูฟ่า ได้ออกแบบถ้วยใหม่ โดยนำความรู้สึก รสนิยม ความชอบของแต่ละชนชาติเข้ามาปะติดปะต่อราวกับจิ๊กซอว์

           ถ้วยใบที่ 3 ตกเป็นของ ฟรานซ์ เบคเค่น บาวเออร์ แห่ง "บาเยิร์น มิวนิก" ถ้วยใบที่ 4 ใช้เวลานานถึง 18 ปี กว่าที่ "เอซี มิลาน" จะนำถ้วยกลับไปบ้านที่อิตาลีได้ ส่วนถ้วยใบที่ 5 ในที่สุดก็ตกอยู่ในมือของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด แห่ง "ลิเวอร์พูล" เมื่อปี 1995

           ปัจจุบันถ้วยยูฟ่าฯถ้วยนี้นับเป็นใบที่ 6 แล้ว มีความสูง 62 เซนติเมตร หนัก 7.5 กิโลกรัม ผลิตในกรุงมิลาน โดยมีรายนามสโมสรผู้ชนะทั้ง 51 สโมสร สลักไว้บนถ้วยด้วยและจะมอบให้แก่ผู้ชนะในการแข่งขันครั้งที่ 52 และถ้วยอันทรงเกียรตินี้ได้เดินทางมาถึงเมืองไทยโดยฝีมือของไฮเนเก้นเพื่อโปรโมตสุดยอดการแข่งขันฟุตบอลสโมสรยุโรป หลังจากที่ได้ไปเยือนเมืองต่างๆ ในเอเชียมาแล้ว

           ถ้วยนี้จะโชว์โฉมให้ชมกันอย่างเต็มๆ ตาถึง 2 ช่วง 2 เมือง คือตั้งแต่ 31 มีนาคม-1 เมษายน ที่เซ็นทรัล เวิลด์ สแควร์ และในระหว่างวันศุกร์ที่ 6-8 เมษายน ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 เซ็นทรัล เฟสติวัล (หน้าบิ๊กซี) พัทยา

           ใครอยากร่วมเป็นหนึ่งของความยิ่งใหญ่นี้ ...เชิญ... !!


ข้อมูลจาก

เรื่องอื่นๆ
  1. ทัพไทยพร้อมไล่ล่า136ทอง "เสธ.โต"ประกาศเดินหน้ายึดเจ้าเหรียญกีฬาซีเกมส์
  2. ศาลเพิกถอนกรรมสิทธิ์ ที่ดิน "มูลนิธิสวนแก้ว"
  3. ทัพไทยพร้อมไล่ล่า136ทอง "เสธ.โต"ประกาศเดินหน้ายึดเจ้าเหรียญกีฬาซีเกมส์
  4. คิดให้ดีก่อนแต่งกับ...ตำราดูภริยา 7 ประเภท
  5. "ต๊อตติ" ขอโชว์ลบคำสบประมาท "เฟอร์กี้"
  6. เดอะ รีพปิ้ง ระบาดนรกสาปสยองโลก
  7. สนใจป่ะ?! ของแปลกๆ ที่เค้าขายกันที่ Ebay
  8. ตัวหนังสือ บ่งบอกนิสัยใจคอ
  9. "เฟด-เอ็กซ์" ยังมือรั้งมือ1 "ปิ๊ก" ร่วงไป 83
  10. ตำรวจสั่งไม่ฟ้อง2ผู้ต้องหาบึ้มซีคอนฯ

เรื่องน่าสนใจ