
แฉบึ้มมีนบุรีโยงการ์ด นปช.ปี 53 (ไทยโพสต์)
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ไทยโพสต์
ระเบิดมีนบุรี แหล่งข่าวชุดสืบสวน ชี้ มีความเชื่อมโยงเหตุระเบิดสมานเมตตาแมนชั่น ย่านบางบัวทอง เมื่อปี 53 เพราะคนเช่าบ้านมีนบุรีเป็นคนเดียวกับผู้ต้องหาคดีระเบิดบางบัวทอง เผย อาจโยงอดีตการ์ด นปช. และมีนักการเมืองอยู่เบื้องหลัง
เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2557 พ.ต.อ.กัญชล อินทราราม ผกก.สน.มีนบุรี กล่าวถึงความคืบหน้าคดีระเบิดบริเวณระหว่างซอยราษฎร์อุทิศ 25-27 เขตมีนบุรี ว่าขณะนี้ได้สั่งให้ชุดสืบสวนลงหาข่าวในพื้นที่ โดยเฉพาะการตรวจดูกล้องวงจรปิดทุกจุด เพื่อหาเส้นทางของรถตู้สีขาวที่มารับคนภายในบ้านเลขที่ 49/1 หมู่ 8 ซอยราษฎร์อุทิศ 25 ซึ่งเป็นบ้านเช่าที่ผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายอาศัยอยู่ร่วมกับกลุ่มคนมากกว่า 10 คนขึ้นไป โดยพยานแวดล้อมยังให้การอีกว่าบ้านเช่าหลังดังกล่าวได้มีรถตู้และรถคันอื่นวิ่งเข้าอยู่ตลอดเวลา และมีคนมากหน้าหลายตาเข้า-ออกบ้านหลังนี้จนผิดสังเกต
ในสำหรับของอุปกรณ์ระเบิดที่พบภายในบ้านนั้น พ.ต.อ.กัญชล ระบุว่า เบื้องต้นทางหน่วยอีโอดีแจ้งว่าวัสดุที่ใช้ประกอบระเบิดนั้น เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ที่คนร้ายนำระเบิดแสวงเครื่องไปวางที่หน้าสำนักงานอัยการสูงสุดและหน้าสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการ เมื่อวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา
ขณะที่แหล่งข่าวจากชุดสืบสวนเผยว่า คดีระเบิดที่มีนบุรี มีความเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดที่สมานเมตตาแมนชั่น ย่านบางบัวทอง จ.นนทบุรี เมื่อเดือนตุลาคมปี 2553 โดยพบว่าคนที่เช่าบ้านที่มีนบุรี ซึ่งมีการใช้บัตรอาสาตำรวจบ้าน จ.ราชบุรี อ้างชื่อว่าเป็นนายอ่าว อิสระส์ แต่จากการตรวจสอบพบว่าเป็นการใช้ชื่อปลอม โดยเมื่อตรวจสอบเชิงลึก พบว่าภาพถ่ายในบัตรดังกล่าว เมื่อนำไปเปรียบเทียบคดีค้างเก่า เป็นภาพของนายกษิ ดิฐธนรัชต์ ชาว จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีระเบิดที่สมานเมตตาแมนชั่น โดยเป็นเจ้าของนักธุรกิจค้าปุ๋ยยูเรียส่งออกแถบตะวันออกกลาง ซึ่งสืบทราบว่าก่อนหน้านี้หลบหนีอยู่ที่ต่างประเทศ และมีการเคลื่อนไหวตามชายแดนอยู่หลายปี
แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า หลักฐานภายในบ้านหลังดังกล่าว และจากหลักฐานเก่าที่นายกษิตกเป็นผู้ต้องหาเมื่อปี 2553 และกลุ่มที่มีนบุรี อาจมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) โดยเฉพาะอดีตการ์ดฮาร์ดคอร์ และอาจมีนักการเมืองหนุนอยู่ข้างหลัง คาดว่าจะมีการก่อเหตุสร้างสถานการณ์ทางการเมืองให้รุนแรงขึ้น โดยเรื่องดังกล่าวได้มีเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวของทหารแจ้งเตือนมาแล้ว ให้เร่งรัดคลี่คลายคดีดังกล่าวอย่างเร็วที่สุด
รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านเช่าเลขที่ 49/1 หมู่ 8 ซอยราษฎร์อุทิศ 25 ซึ่งเป็นบ้านที่มีซุกซ่อนระเบิด และอุปกรณ์ประกอบระเบิดจำนวนมาก ได้ตรวจพบเจอสัญลักษณ์ของกลุ่มคนเสื้อแดงอยู่บริเวณชั้น 2 ของบ้านหลังดังกล่าวด้วย

คดีระเบิดสมานเมตตาแมนชั่น ปี 2553
ทั้งนี้ สำหรับคดีระเบิดสมานเมตตาแมนชั่น ย่านบางบัวทอง จ.นนทบุรี นั้น เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 4 ศพ และบาดเจ็บจำนวนมากเมื่อปี 2553 โดยห้องต้นเหตุเป็นของนายสมัย วงศ์สุวรรณ์ อดีตการ์ด นปช. ซึ่งเป็นคนประกอบระเบิด โดยคดีนี้ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต และ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รรท.รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบ สอบสวนโยงใยถึงผู้เกี่ยวข้อง จึงออกหมายจับนายกษิ ดิฐธนรัชต์ นักธุรกิจปุ๋ยยูเรียข้ามชาติ ค้าขายอยู่แถวตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นคนให้เงินนายสมัย และพามาเช่าห้อง
อีกคนคือนางอัมพร หรือลัดดา หรือครูแขก ใจก้อน เมียนายกษิ พร้อมควบคุมตัวผู้เกี่ยวข้องอีก 3 คนมาสอบปากคำให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ซึ่งตำรวจพบผู้เกี่ยวข้องอีกรายคือ น.ส.วสา เทพเรียน อายุ 25 ปี เจ้าหน้าที่รัฐสภา หลังพบว่ารับโอนเงินจากนายกษิ และส่งต่อให้บุคคลอื่น ๆ แต่หายตัวไปจากบ้านพักพร้อมปิดโทรศัพท์มือถือด้วย ทั้งนี้ น.ส.วสา เทพเรียน เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโอนเงินให้กับนายกษิ ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับในคดีระเบิดสมานเมตตาแมนชั่น ย่านบางบัวทอง จ.นนทบุรี
ขอขอบคุณข้อมูลจาก






