แอพแรกที่คุณเลือก

วันสิ้นปี 31 ธันวาคม 2559


วันสิ้นปี



          วันสิ้นปี 2559 ตรงกับวันเสาร์ที่ 31 ธันวาคม ซึ่งถือเป็นวันหยุดสิ้นปี 2559 ของหน่วยงานราชการและเอกชน ประวัติวันสิ้นปี เป็นมาอย่างไร ไปดูกัน
 
          วันสิ้นปี หรือ วันส่งท้ายปีเก่า คือ วันสุดท้ายของปี ซึ่งตรงกับวันที่ 31 ธันวาคม ตามปฏิทินเกรโกเรียน (Gregorian Calendar) ซึ่งดัดแปลงมาจากปฏิทินจูเลียน ใช้กันแพร่หลายในประเทศตะวันตก โดยประกาศใช้ครั้งแรกโดยสมเด็จพระสันตะปาปาเกรโกรีที่ 13 เมื่อ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2125 (ค.ศ. 1582) โดย วันสิ้นปี 2558 ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 31 ธันวาคม

          ปัจจุบันนิยมใช้วันสิ้นปีกันทั่วโลก ทางการกำหนดให้เป็นวันหยุดราชการ คืนวันนี้จะมีการจัดงานนับถอยหลัง (countdown) เพื่อเข้าสู่วันขึ้นปีใหม่ในเวลาเที่ยงคืนตามเมืองใหญ่ทั่วโลกซึ่งเกิดขึ้นไม่พร้อมกัน โดยมักมีการจุดพลุเฉลิมฉลอง สำหรับวันสิ้นปีของประเทศไทย นอกจากจะเป็นวันหยุดของหน่วยงานราชการ ธนาคาร บริษัทต่าง ๆ แล้ว ก็ยังมีการจัดกิจกรรม สวดมนต์ข้ามปี เพื่อเป็นสิริมงคล และถือเป็นนิมิตหมายของการตั้งใจทำความดีของผู้ร่วมกิจกรรมอีกด้วย



          เมืองที่ส่งท้ายวันสิ้นปีเข้าสู่ปีใหม่เรียงตามลำดับเวลา

          (**ในวงเล็บเป็นเวลาประเทศไทยซึ่งตรงกับเวลาเที่ยงคืนของแต่ละเมือง)

          - ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย (วันที่ 31 ธันวาคม เวลา 20.00 น.)
          - โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น (วันที่ 31 ธันวาคม เวลา 22.00 น.)
          - ฮ่องกง (วันที่ 31 ธันวาคม เวลา 23.00 น.)
          - กรุงเทพฯ ประเทศไทย (วันที่ 1 มกราคม เวลา 00.00 น.)
          - ปารีส ประเทศฝรั่งเศส/เบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี (วันที่ 1 มกราคม เวลา 06.00 น.)
          - ลอนดอน สหราชอาณาจักร (วันที่ 1 มกราคม เวลา 07.00 น.)
          - ริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล (วันที่ 1 มกราคม เวลา 09.00 น.)
          - นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา/โทรอนโต ประเทศแคนาดา (วันที่ 1 มกราคม เวลา 12.00 น.)

          การเฉลิมฉลองวันสิ้นปีที่ไทม์สแควร์ มหานครนิวยอร์กของสหรัฐฯ

          ไทม์สแควร์ คือ สถานที่จัดงานนับถอยหลังสู่ปีใหม่ที่โด่งดังไปทั่วโลก โดยในคืนวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปีจะมีลูกบอลหล่นลงมาจากอาคารวันไทม์สแควร์ เทศกาลนี้ถูกจัดขึ้นครั้งแรกในวันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 1907 (พ.ศ. 2450) นับแต่นั้นเป็นต้นมาไทม์สแควร์ได้กลายเป็นสถานที่หลักในการนับถอยหลังสู่ปีใหม่ของนครนิวยอร์ก ซึ่งในคืนนั้นเองผู้คนหลายหมื่นคนจะมารวมตัวกันที่นี่เพื่อชมลูกบอลวอเทอร์ฟอร์ดคริสตัลถูกหย่อนลงมาจากยอดอาคาร (โดยลูกบอลจะถูกหย่อนลงมาช้า ๆ แต่จะไม่ตกถึงพื้นตามที่หลายคนเข้าใจ)

          สำหรับลูกบอลยักษ์นี้มาแทนที่การแสดงพลุดอกไม้ไฟอันฟุ่มเฟือยในคืนก่อนวันปีใหม่ที่เคยถูกจัดในช่วงปี ค.ศ. 1904 (พ.ศ. 2447)-ค.ศ. 1906 (พ.ศ. 2449) ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เทศกาลนี้ถูกระงับชั่วคราวและแทนที่ด้วยการสั่นระฆังตามโบสถ์แทน เนื่องจากทางรัฐบาลต้องการให้ทุกหนแห่งในนิวยอร์กดับไฟมืดลงเพื่ออำพรางตัวเมืองให้พ้นจากการทิ้งระเบิดของฝ่ายเยอรมนี

          อย่างไรก็ตาม หลังจากช่วงสงครามเทศกาลส่งท้ายวันสิ้นปีก็จัดขึ้นตามเดิม ปัจจุบันการนับถอยหลังสู่ปีใหม่ และไทม์สแควร์ได้สรรค์สร้างวัฒนธรรมการฉลองปีใหม่ที่เป็นเอกลักษณ์และดึงดูดสายตาจากคนทั่วโลก ส่วนลูกบอลที่ใช้ได้มีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาซึ่งปัจจุบันกลายเป็นลูกบอลที่ติดด้วยแสงไฟแอลอีดี ลูกบอลแอลอีดีนี้ถูกใช้ครั้งแรกในวันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 2007 (พ.ศ. 2550)

          และในปีถัดมาในการขึ้นปีใหม่ ค.ศ. 2009 (พ.ศ. 2552) ลูกบอลแอลอีดีถูกทำให้ใหญ่ขึ้นและใช้รูปแบบนี้ถาวร และยังใช้ในเทศกาลอื่น ๆ เช่น วันวาเลนไทน์หรือวันฮาโลวีน ในวันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 1999 (พ.ศ. 2542) ซึ่งเป็นการสิ้นสุดสหัสวรรษที่ 20 มีรายงานว่าการนับถอยหลังเข้าสู่สหัสวรรษใหม่ที่ไทม์สแควร์ทำให้ผู้คนล้นไทม์สแควร์ ประมาณกันว่าน่าจะมีคนมาร่วมงานกันถึง 2 ล้านคน มากที่สุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่วันสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สองในปี ค.ศ. 1945 (พ.ศ. 2488)

          และนี่คือประวัติวันสิ้นปีแบบคร่าว ๆ ที่เรานำมาฝากกันค่ะ


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง



วันสิ้นปี 31 ธันวาคม 2559 โพสต์เมื่อ 30 เมษายน 2557 เวลา 16:44:33 64,520 อ่าน แสดงความคิดเห็น