เปิดปากคำทายาทร้อยล้านตระกูลปทุมวาสนาถูกอุ้ม เล่านาทีระทึก


อุ้มหญิง

             ชนิตา กินนิส เล่านาทีระทึกถูกคนอุ้มไปทำร้าย เผย เป็นทายาทร้อยล้านของตระกูลปทุมวาสนาที่ถูกฆ่ายกครัว 5 ศพ เมื่อปี 2552 ระบุ แม่เคยทำธุรกิจกับ พงศ์พัฒน์ เลยถูกอายัดทรัพย์สินไว้ตรวจสอบ

          สืบเนื่องจาก น.ส.ชนิตา กินนิศ อายุ 38 ปี หนึ่งในพยานคนสำคัญของคดี พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. ถูกคนร้ายทำร้ายและใช้เชือกมัดมือมัดเท้า แล้วนำมาทิ้งไว้ที่บริเวณสนามกอล์ฟแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ ตามที่เสนอข่าวไปก่อนหน้านั้น (คนร้ายบุกทุบคนสนิทพงศ์พัฒน์หมดสติ ก่อนมัดโยนทิ้งสนามกอล์ฟ)

          เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2558 รายการเรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ ช่อง 3 รายงานว่า ขณะนี้ นางสาวชนิตายังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ซึ่งเจ้าตัวให้การว่า ก่อนเกิดเหตุกำลังจะเดินทางไปที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) แต่ได้แวะกินข้าวที่ห้างสรรพสินค้าย่านรามอินทราก่อน กระทั่งถูกคนร้ายจี้ขึ้นรถแท็กซี่ บอกให้ตนเชื่อฟัง จากนั้นก็ถูกนำตัวมาขึ้นรถเก๋งสีดำที่มีชายอีกคนเป็นคนขับ แล้วก็นำผ้ามาปิดตาตนไว้ โดยระหว่างทางชายคนดังกล่าวโทรศัพท์คุยกับผู้ชายคนหนึ่ง สอบถามว่าจะให้ทำอย่างไรต่อ ซึ่งปลายสายตอบกลับมาว่าให้ฆ่ามันทิ้ง

          ต่อมาตนก็ถูกคนร้ายทุบตีด้วยของแข็งที่หน้าผากจนหมดสติ มาฟื้นอีกทีก็อยู่ในที่เกิดเหตุแล้ว เมื่อมองออกไปด้านนอกเห็นแต่ป่า จึงทำทีแกล้งตาย กระทั่งคนร้ายโยนร่างของตนออกจากรถ

          นางสาวชนิตา บอกด้วยว่า ตนไม่เคยทะเลาะกับใคร คนที่ทำร้ายตนก็ไม่รู้จัก โดยปัจจุบันตนทำอาชีพค้าส่งอะไหล่แต่งรถยนต์ ทั้งนี้ตนเองคือทายาทมรดกหลายร้อยล้านบาทของตระกูลปทุมวาสนา ที่เมื่อปี 2552 ครอบครัวนี้ถูกฆ่ายกครัว 5 ศพ โดยตนเป็นบุตรสาวของภรรยาคนที่ 2 ของนายธนยศ ปทุมวาสนา อายุ 52 ปี เจ้าของธุรกิจโรงงานเฟอร์นิเจอร์รายใหญ่ ซึ่งถูกฆาตกรรม

          ส่วนเรื่องที่ว่ามีความเกี่ยวข้องกับคดี พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ หรือไม่นั้น นางสาวชนิตา ระบุว่า สมัยที่ตนยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัย แม่เคยทำธุรกิจและสนิทสนมกับ พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ แต่ตนไม่สนใจเรื่องธุรกิจนั้น ซึ่งแม่เป็นคนดูแลทั้งหมด กระทั่ง พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ถูกจับกุม ทำให้ครอบครัวตนเองถูกอายัดทรัพย์สินไว้ตรวจสอบไปด้วย
 
          ด้าน พล.ต.ท. อำนวย นิ่มมะโน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยภายหลังประชุมชุดสืบสวนเพื่อคลี่คลายคดีนี้ว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุที่แท้จริงได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ให้น้ำหนักไปที่ประเด็นขัดแย้งส่วนตัวมากกว่า ส่วนคนร้ายคาดว่าไม่น่าใช่มืออาชีพ เพราะการลงมือก่อเหตุไม่รอบคอบ โดยดูได้จากการที่คนร้ายนั่งรถแท็กซี่มา และให้แท็กซี่ออกไป ส่วนตนเองหลังก่อเหตุเดินผ่านป้อมยามซึ่งทำให้ผู้อื่นเห็นรูปพรรณสัณฐานได้ ส่วนรถแท็กซี่ไม่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะไม่ได้อยู่รอและทางตำรวจรู้เลขทะเบียนรถคันดังกล่าวแล้ว โดยจะมีการเรียกมาให้ปากคำต่อไป

          อย่างไรก็ตาม ในส่วนของคนร้ายเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ออกภาพสเก็ตซ์ โดยเป็นชายผิวดำ อายุระหว่าง 30-40 ปี สูง 170 ซม. ส่วนจะเกี่ยวข้องกับอดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางหรือไม่อย่างไรนั้น ทางเจ้าหน้าที่จะมีการสอบปากคำผู้เสียหายอีกครั้ง
 







ภาพจาก เรื่องเล่าเช้านี้ บีอีซี-เทโร เว็บไซต์ยูทูบดอทคอม


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก




เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เปิดปากคำทายาทร้อยล้านตระกูลปทุมวาสนาถูกอุ้ม เล่านาทีระทึก อัปเดตล่าสุด 7 มีนาคม 2558 เวลา 15:06:19 83,554 อ่าน
TOP
x close