ในหลวงทรงห่วงภัยแล้ง ให้เร่งทำฝนหลวง-รัฐบาลดันเป็นวาระแห่งชาติ




ในหลวงทรงห่วงภัยแล้ง

            ในหลวง ทรงห่วงสถานการณ์ภัยแล้ง สำนักพระราชวังแจ้งให้เร่งทำฝนหลวง "ปลัดเกษตรฯ" เผยนายกฯ สั่งเป็นวาระชาติ หนุนงบประมาณเต็มที่ ส่งเครื่องบินปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ-กลาง

            เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2558 นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำคณะเจ้าหน้าที่ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร สำรวจสถานการณ์ภัยแล้งและปฏิบัติการฝนหลวง บริเวณเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี ซึ่งพบปริมาณน้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เหลือน้อยจนมองเห็นสันดอนทรายภายในเขื่อนหลายจุด แต่ในหลายพื้นที่ของ จ.ลพบุรี พบว่านาข้าวยังไม่ได้รับความเสียหายมากนัก

            จากนั้นนายชวลิตได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ก่อนเผยว่า ปริมาณน้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีเหลืออยู่ 66 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) มีปริมาณที่ใช้การได้ 60 ล้าน ลบ.ม. หรือ 7% หากไม่มีฝนตกเลยจะสามารถระบายน้ำได้อีก 40 วันเท่านั้น และขณะนี้ยังระบายน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภคและการเกษตรได้ 1.3 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน

            ส่วนสถานการณ์การเพาะปลูกพืชใน จ.ลพบุรี พบมีพื้นที่ทำการเกษตร 2.7 ล้านไร่ แบ่งเป็นปลูกข้าว 1.2 ล้านไร่, พืชไร่ 1.5 ล้านไร่, พืชผักและไม้ผล 10,000 ไร่ ซึ่งจากสถานการณ์ภัยแล้ง มีพื้นที่ปลูกข้าวในลพบุรีรวม 800,000 ไร่ ปลูกข้าวไปแล้ว 237,885 ไร่ ยังไม่ได้เพาะปลูก 562,115 ไร่ แบ่งเป็นในเขตชลประทานปลูกข้าวไปแล้ว 195,763 ไร่ ยังไม่ได้เพาะปลูก 297,962 ไร่ และนอกเขตชลประทานปลูกข้าวไปแล้ว 42,122 ไร่ ยังไม่ได้เพาะปลูก 264,153 ไร่

            "เกษตรกรในเขตชลประทานที่เพาะปลูกข้าวแล้ว กรมชลประทานยืนยันจะมีน้ำเพียงพออย่างแน่นอน สำหรับชาวนาที่ยังไม่ได้เพาะปลูกข้าว ได้สั่งการให้เกษตรจังหวัดลงพื้นที่สอบถามและรวบรวมข้อมูลเกษตรกรที่ยังไม่ได้เริ่มการเพาะปลูก เพื่อรวมจำนวนตัวเลขเกษตรกรที่ต้องการขอรับมาตรการสนับสนุนปลูกพืชใช้น้ำน้อยจากกระทรวงเกษตรฯ เช่น ข้าวโพด, พันธุ์ถั่ว เพื่อที่กระทรวงจะได้มีเป้าหมายแน่ชัดและสนับสนุนพันธุ์ให้เกษตรกรปลูกตามความต้องการได้"
ปลัดกระทรวงเกษตรฯ กล่าว

            นอกจากนี้ สำหรับมาตรการด้านหนี้สินอื่น ๆ กระทรวงการคลังและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะลงพื้นที่รวบรวมข้อมูลและพักชำระหนี้ให้กับเกษตรกรที่ยังไม่ได้เริ่มการเพาะปลูกข้าวออกไปก่อน 1 ปี

            นายชวลิต กล่าวด้วยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นห่วงสถานการณ์ภัยแล้ง เนื่องจากปริมาณน้ำในอ่างสำคัญที่เหลือน้อย โดยสำนักพระราชวังแจ้งว่า ในสถานการณ์แบบนี้ให้เร่งทำฝนหลวง โดยอาศัยสภาพอากาศและความชื้นจากพายุคูจิระ และยังมีอิทธิพลต่อร่องมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ โดยขอให้มีฝนตก 1-2 ครั้ง เพื่อให้พืชไร่อยู่ได้ เพราะเกษตรกรกำลังรอน้ำฝนในหลายพื้นที่

            ขณะเดียวกัน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็ได้สั่งการให้ทำฝนหลวงเร่งกู้ภัยแล้งเป็นวาระระดับชาติ ซึ่งรัฐบาลยินดีให้การสนับสนุนเต็มที่ แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี ที่เหลือน้ำใช้อีกเพียง 40 วัน สำหรับใช้เพื่อการเกษตรและผลิตน้ำประปาให้คนในเขต จ.ลพบุรี, สระบุรี, ปทุมธานี, พระนครศรีอยุธยา และกรุงเทพมหานคร

            "กรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้ขึ้นปฏิบัติการฝนหลวงในภาคเหนือและภาคกลาง เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างและเพิ่มความชื้นในดิน จึงขอให้ทุกฝ่ายช่วยชี้แจงประชาชนและเกษตรกรช่วยกันประหยัดน้ำ อย่าขยายพื้นที่เพาะปลูก เพื่อประคองให้พ้นวิกฤตเบื้องต้น คาดว่าจะมีน้ำฝนเข้าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์และเขื่อนอื่น ๆ ประมาณวันที่ 10 ส.ค.นี้" ปลัดกระทรวงเกษตรฯ กล่าว
 

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก








เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ในหลวงทรงห่วงภัยแล้ง ให้เร่งทำฝนหลวง-รัฐบาลดันเป็นวาระแห่งชาติ โพสต์เมื่อ 29 มิถุนายน 2558 เวลา 09:30:44 9,802 อ่าน
TOP