
พุทธศาสนาแห่งชาติ แจงแล้ว พระไหว้แม่ไม่ได้ มิเช่นนั้นอาบัติทุกกรณี ชี้ เพศบรรพชิตละกิเลสแล้ว จึงเหนือกว่าเพศคฤหัสถ์
จากกรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องพระสงฆ์กราบแม่ได้หรือไม่ ในช่วงวันแม่แห่งชาติที่ผ่านมา
ล่าสุด เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2558 นายสมชาย สุรชาตรี โฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ตามพระธรรมวินัยอธิบายถึงความแตกต่างกันไว้ว่า เพศบรรพชิต หรือ เพศนักบวช เป็นเพศที่สูงยิ่ง การออกบวชเป็นพระคือการสละทุกอย่างทั้งทรัพย์สมบัติ วงศาคณาญาติ เพื่ออบรมเจริญปัญญา และขัดเกลากิเลสตัวเองจนกว่าจะดับไป
ขณะที่เพศคฤหัสถ์ เป็นเพศที่ยังครองเรือนและเต็มไปด้วยกิเลส ดังนั้น เพศบรรพชิตจึงเป็นเพศที่ควรเคารพกราบไหว้ ในฐานะที่สละอะไรหลายอย่างมากกว่าคฤหัสถ์ แม้เพศคฤหัสถ์จะเป็นบิดามารดาก็ตาม
นอกจากนี้ ในพระวินัยปิฎก จุลวรรค เล่ม 7 ภาค 2 หน้าที่ 136 มีการระบุบุคคลที่พระไม่ควรไหว้ 10 จำพวก หากไหว้บุคคลดังกล่าว ถือว่าเข้าข่ายอาบัติ ดังนี้
1. ภิกษุที่อุปสมบทภายหลัง
2. อนุปสัมบัน บุคคลที่ไม่ได้เป็นภิกษุ หมายถึง สามเณรและคฤหัสถ์
3. ภิกษุนานาสังวาส (ความต่างกันของศีล) ผู้แก่กว่า แต่ไม่ใช่ธรรมวาที
4. มาตุคาม (ผู้หญิง เพศหญิง)
5. บันเฑาะก์ (กระเทย)
6. ภิกษุผู้อยู่ปริวาส
7. ภิกษุผู้ควรชักเข้าหาอาบัติเดิม
8. ภิกภิกษุผู้ควรมานัต (วินัยกรรมที่สงฆ์ทําแก่ภิกษุผู้ต้องอาบัติสังฆาทิเสสให้เป็นภิกษุที่นับเข้าในหมู่สงฆ์ได้)
9. ภิกษุผู้ประพฤติมานัต
10. ภิกษุผู้ควรอัพภาน (การชักกลับมา ในวินัยหมายถึง การรับภิกษุผู้ต้องอาบัติสังฆาทิเสส และได้ถูกทําโทษคือ อยู่ปริวาสแล้วให้กลับคืนเป็นผู้บริสุทธิ์ การสวดประกาศเรื่องนี้ เรียกว่า สวดอัพภาน)
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Joke Thodsaphon
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก






