
ครูน่านเผย โดนกดดันจากหลายฝ่าย หาว่าสร้างความเดือดร้อน หลังแฉเรื่องนมโรงเรียนบูดยกลัง เตรียมขอย้าย หากไม่ได้ก็จะยื่นหนังสือลาออก
จากกรณีที่คุณครูของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดน่าน ได้ออกมาเปิดเผยเมื่อวันที่ 7 กันยายน ที่ผ่านมาว่า ได้มีการแจกนมโรงเรียนให้นักเรียนกว่า 400 กล่อง และข้างกล่องระบุวันหมดอายุวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 แต่กลับพบว่าเป็นนมบูดจำนวนมาก ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีการตรวจสอบพบว่าตลอดระยะเวลาที่ได้รับนมมานั้น พบว่ามีนมบูดปะปนมาด้วยทุกครั้ง ล่าสุดพบบูดยกลัง ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น [อ่านข่าว : ครูน่านขอโวย ! เจอนมโรงเรียนบูด ชี้เจอทุกรอบ ล่าสุดบูดยกลัง คลิก]
สำหรับความคืบหน้าล่าสุด (11 กันยายน 2558) น.ส.วิไลวรรณ กองนันท์ ครูประจำโรงเรียนบ้านน้ำลี ได้เดินทางมายังสำนักงานพื้นที่การศึกษาน่าน เขต 1 เพื่อยื่นเรื่องขอย้ายออกจากพื้นที่ เนื่องจากถูกหลายฝ่ายกดดัน และต่อว่า ว่าเป็นคนสร้างความเดือดร้อนในพื้นที่ และหากตนโยกย้ายไม่ได้ก็จะขอลาออก ซึ่งทางนายสำเร็จ อุดแดง รองผู้อำนวยการสำนักงานพื้นที่การศึกษาน่าน เขต 1 เป็นผู้รับเรื่องไว้ และรับปากว่าจะหาแนวทางช่วยเหลือ
ด้านนายสำเร็จ กล่าวว่า เบื้องต้นจะลงพื้นที่ประเมินข้อมูลและสถานการณ์ หากรุนแรงก็จะโยกย้ายเพื่อลดกระแส แต่หากยังมีการประนีประนอมได้ก็จะช่วยเหลือให้อยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสม ทั้งนี้ทางเขตพื้นที่การศึกษาน่าน เขต1 ขอชื่นชมคุณครูรายดังกล่าวที่นำเรื่องมาเปิดเผยต่อสังคม ซึ่งนับว่าเป็นผลดี และทางเขตพื้นที่ฯ ได้เตรียมมอบประกาศนียบัตรให้เป็นครูดีเด่นแล้ว

ทางด้านนายอุทัย ทองคุ้ม ผู้อำนวยการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน จ.น่าน ได้ตรวจสอบไปยังเอกสารสัญญาของบริษัทผู้ผลิตและส่งนมให้กับทางโรงเรียน ซึ่งพบว่าบริษัทดังกล่าวอาจไม่มีคุณสมบัติเป็นคู่สัญญา เนื่องจากในข้อมูลเบื้องต้น บริษัทดังกล่าวไม่ได้เป็นสมาชิกนมคุณภาพขององค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อสค.) จึงจะให้มีการตรวจสอบเอกสารต่าง ๆ ที่บริษัทนำมาประกอบการทำสัญญากับคณะกรรมการเพื่อเป็นผู้ผลิต และส่งนมให้โรงเรียนในพื้นที่ว่ามีการแอบอ้าง หรือปลอมแปลงเอกสารหรือไม่ โดยจะประสานกับ อสค. ตลอดจนผู้เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งให้คณะกรรมการทบทวนหาข้อมูลให้ชัดเจนโดยเฉพาะเรื่องกระบวนการผลิตและคุณภาพของนมด้วย
ภาพจาก ครอบครัวข่าว 3, สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดน่าน, ฐิติรัตฌ์ วัฒนาพันธุ์ สวท.น่าน, ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 จังหวัดเชียงใหม่
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

จากกรณีที่คุณครูของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดน่าน ได้ออกมาเปิดเผยเมื่อวันที่ 7 กันยายน ที่ผ่านมาว่า ได้มีการแจกนมโรงเรียนให้นักเรียนกว่า 400 กล่อง และข้างกล่องระบุวันหมดอายุวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 แต่กลับพบว่าเป็นนมบูดจำนวนมาก ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีการตรวจสอบพบว่าตลอดระยะเวลาที่ได้รับนมมานั้น พบว่ามีนมบูดปะปนมาด้วยทุกครั้ง ล่าสุดพบบูดยกลัง ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น [อ่านข่าว : ครูน่านขอโวย ! เจอนมโรงเรียนบูด ชี้เจอทุกรอบ ล่าสุดบูดยกลัง คลิก]
สำหรับความคืบหน้าล่าสุด (11 กันยายน 2558) น.ส.วิไลวรรณ กองนันท์ ครูประจำโรงเรียนบ้านน้ำลี ได้เดินทางมายังสำนักงานพื้นที่การศึกษาน่าน เขต 1 เพื่อยื่นเรื่องขอย้ายออกจากพื้นที่ เนื่องจากถูกหลายฝ่ายกดดัน และต่อว่า ว่าเป็นคนสร้างความเดือดร้อนในพื้นที่ และหากตนโยกย้ายไม่ได้ก็จะขอลาออก ซึ่งทางนายสำเร็จ อุดแดง รองผู้อำนวยการสำนักงานพื้นที่การศึกษาน่าน เขต 1 เป็นผู้รับเรื่องไว้ และรับปากว่าจะหาแนวทางช่วยเหลือ
ด้านนายสำเร็จ กล่าวว่า เบื้องต้นจะลงพื้นที่ประเมินข้อมูลและสถานการณ์ หากรุนแรงก็จะโยกย้ายเพื่อลดกระแส แต่หากยังมีการประนีประนอมได้ก็จะช่วยเหลือให้อยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสม ทั้งนี้ทางเขตพื้นที่การศึกษาน่าน เขต1 ขอชื่นชมคุณครูรายดังกล่าวที่นำเรื่องมาเปิดเผยต่อสังคม ซึ่งนับว่าเป็นผลดี และทางเขตพื้นที่ฯ ได้เตรียมมอบประกาศนียบัตรให้เป็นครูดีเด่นแล้ว

ทางด้านนายอุทัย ทองคุ้ม ผู้อำนวยการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน จ.น่าน ได้ตรวจสอบไปยังเอกสารสัญญาของบริษัทผู้ผลิตและส่งนมให้กับทางโรงเรียน ซึ่งพบว่าบริษัทดังกล่าวอาจไม่มีคุณสมบัติเป็นคู่สัญญา เนื่องจากในข้อมูลเบื้องต้น บริษัทดังกล่าวไม่ได้เป็นสมาชิกนมคุณภาพขององค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อสค.) จึงจะให้มีการตรวจสอบเอกสารต่าง ๆ ที่บริษัทนำมาประกอบการทำสัญญากับคณะกรรมการเพื่อเป็นผู้ผลิต และส่งนมให้โรงเรียนในพื้นที่ว่ามีการแอบอ้าง หรือปลอมแปลงเอกสารหรือไม่ โดยจะประสานกับ อสค. ตลอดจนผู้เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งให้คณะกรรมการทบทวนหาข้อมูลให้ชัดเจนโดยเฉพาะเรื่องกระบวนการผลิตและคุณภาพของนมด้วย
ภาพจาก ครอบครัวข่าว 3, สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดน่าน, ฐิติรัตฌ์ วัฒนาพันธุ์ สวท.น่าน, ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 จังหวัดเชียงใหม่
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก






