

รู้ตัว 9 แกนนำเผาโรงพักถลาง ภูเก็ต แล้ว ชี้ไม่หว่านแห หลักฐานภาพ-วิดีโอชัด เร่งรวบหลักฐานอีกครั้งก่อนออกหมายจับ ระบุเสียใจ ยันไม่ได้ยัดยา เผยหากให้ค้นดี ๆ แต่แรก คงไม่เกิดเหตุการณ์นี้
วันที่ 13 ตุลาคม 2558 พล.ต.ต. พชร บุญญสิทธิ์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีต่อผู้ก่อเหตุเผาโรงพักถลาง ในเหตุการณ์ชุมนุมที่หน้าสถานที่ตำรวจถลาง เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2558 ว่า ในช่วงที่เกิดเหตุตนได้เจรจากับประชาชนที่มาชุมนุม ให้อยู่ในความสงบและไม่ให้มีการกีดขวางจราจร แต่กลุ่มผู้ชุมนุมไม่เชื่อฟัง ซึ่งตนก็บอกไปว่า หากไม่เชื่อและไม่หยุดจะถูกดำเนินคดีย้อนหลังอย่างแน่นอน พร้อมกับส่งเจ้าหน้าที่ถ่ายภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิดด้วย และได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนในหลาย ๆ คดีที่เกิดขึ้นในคืนนั้น
ทั้งนี้ พล.ต.ต. พชร กล่าวว่า ขณะนี้ได้สอบสวนในส่วนของเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บไปแล้ว และได้นำภาพนิ่งพร้อมภาพเคลื่อนไหวมาหาตัวผู้กระทำผิด ซึ่งใครทำก็ต้องรับผิดชอบ ส่วนคดีนี้ยืนยันว่าไม่มีการเหวี่ยงแห แต่จะดำเนินคดีเฉพาะผู้ที่กระทำผิดเท่านั้น นั่นก็คือ
- กลุ่มคนที่ปาก้อนหินทำให้กระจกของโรงพักถลางแตก
- กลุ่มคนที่ทุบกระจกห้องทำงาน ผกก.ถลาง
- กลุ่มคนปาระเบิดขวดเข้าไปยังสถานที่ตำรวจถลางเพื่อให้ไฟลุกไหม้อาคาร
- กลุ่มคนที่จุดไฟเผารถยนต์ที่จอดอยู่ในบริเวณหน้าที่สถานีตำรวจ
- และกลุ่มคนที่เป็นแกนนำปิดถนน และยั่วยุให้เกิดเหตุการณ์ขึ้น เช่น ตะโกนว่าเผาเลย ๆ เป็นต้น
อย่างไรก็ดี ขณะนี้รู้ตัวกลุ่มคนที่กระทำผิดแล้วว่าเป็นใครบ้าง และจะตั้งชุดสอบสวนพิเศษเพื่อทำให้สำเนาคดีนี้อย่างรวดเร็วและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย โดยเบื้องต้นรู้ตัวชัดเจนแล้ว 9 คน เป็นกลุ่มวัยรุ่นแกนนำที่เจ้าหน้าที่มีหลักฐานชัดเจน ทั้งหมดเป็นคนในพื้นที่บ้านดอน อ.ถลาง เป็นกลุ่มวัยรุ่นที่เป็นสายขายยาเสพติด ซึ่งเคยถูกจับกุมมาแล้ว ทั้งเรื่องยาเสพติดและรถผิดกฎหมาย และน่าจะโกรธแค้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นทุนเดิม เมื่อมีเรื่องดังกล่าวก็ทำให้รวมตัวกันชุมนุมเพื่อเป็นการเอาคืนตำรวจ โดยคาดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจน่าจะรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับได้ภายใน 30 วัน

พล.ต.ต. พชร ยังกล่าวถึงเหตุการณ์ต้นตอที่เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 รายนั้น ว่า หากวันนั้นถ้าผู้ตายยินยอมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้นแต่แรกก็ไม่เกิดเหตุการณ์นี้แน่นอน ทั้งนี้ผู้ตายมีสิ่งผิดกฎหมายนั่นก็คือยาเสพติด และขับรถหนีตำรวจด้วยความเร็วสูง จึงเป็นเหตุให้รถไปกระแทกกัน ทำให้ร่างผู้ตายกระแทกกำแพงและเสียชีวิตในที่สุด
พร้อมกันนี้ พล.ต.ต. พชร ยังยืนยันว่า ยาเสพติดดังกล่าวเป็นของผู้ตายร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มีการยัดยาตามที่ญาติผู้ตายสงสัยอย่างแน่นอน เพราะช่วงที่เกิดเหตุการณ์ไม่ได้มีแต่ตำรวจเท่านั้น ยังมีกลุ่มบุคคลอื่น ๆ เห็นเหตุการณ์จำนวนมากด้วย และเมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นตำรวจก็เสียใจและเจ็บปวด ทั้งในส่วนของผู้ตายเสียชีวิตและโรงพักถลางเสียหาย หากเลือกได้ ระหว่างกระจกโรงพักแตกกับศีรษะของตำรวจแตก ก็อยากให้ศีรษะของตำรวจแตกมากกว่า เพราะจะได้มีโรงพักสำหรับบริการประชาชนต่อไป
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Phuketandamannews, แฟนตำรวจของไทย "แฟนนายสิบทุกรุ่น"
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก







