
จักรทิพย์ เผย พอใจภาพรวมแต่งตั้งโยกย้าย ยันเป็นไปตามความสามารถปราศจากการแทรกแซงจากขั้วการเมือง ล้างบางภายใน ตม. พร้อมตั้ง ศรีวราห์ ผงาดขึ้น รอง ผบ.ตร แทน "เอก อังสนานนท์" ยัน "โจ๊ก หวานเจี๊ยบ" เหมาะนั่งผู้การท่องเที่ยว
เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2558 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เวลา 14.00 น. พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางเป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ครั้งที่ 16/2558 โดยมีวาระสำคัญคือวาระการแต่งตั้งและโยกย้ายประจำปี ระดับผู้บังคับการ (ผบก.) 76 ตำแหน่ง และรองผู้บัญชาการ (ผบช.) 40 ตำแหน่ง รวมถึงการพิจารณาแต่งตั้งให้พลตำรวจโท ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขึ้นดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แทนพลตำรวจเอก เอก อังสนานนท์ ที่โยกไปดำรงตำแหน่งปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า การประชุมในวันนี้เป็นการพิจารณาแต่งตั้งและโยกย้ายสองระดับได้แก่ ระดับรองผู้บังคับการ ขึ้นเป็นผู้บังคับการ และผู้บังคับการขึ้นเป็นระดับรองผู้บัญชาการ ส่วนการโยกย้ายในระนาบเดียวกันนั้นมีประมาณ 100 ตำแหน่ง รวมทั้งสิ้นประมาณ 200 ตำแหน่ง ซึ่งถือว่าน้อยมากสำหรับวาระการโยกย้ายประจำปี เนื่องจากเป็นการปรับเปลี่ยนเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น เพื่อปรับเปลี่ยนหน้าที่ตามความเหมาะสมและความรู้ความสามารถ
รวมถึงมีการพิจารณาแต่งตั้งให้พลตำรวจโท ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขึ้นดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แต่ในการประชุมครั้งนี้ยังไม่มีการแต่งตั้งพลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เป็นผู้บัญชาการตำรวจนครบาลแต่อย่างใด

ส่วนกรณีที่มีการแต่งตั้ง พันตำรวจเอก สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ "โจ๊ก หวานเจี๊ยบ" ดำรงตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยวนั้น เนื่องจาก พันตำรวจเอก สุรเชษฐ์ เป็นคนหนุ่มไฟแรง ทั้งยังจบการอบรมหลักสูตร FBI และจบการศึกษาระดับปริญญาโทด้านรัฐศาสตร์ ที่ประชุมจึงลงความเห็นว่าเป็นผู้มีความสามารถเพียงพอที่จะดำรงตำแหน่งดังกล่าวเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
สำหรับการแต่งตั้งโยกย้ายที่น่าสนใจ เช่น ผู้บังคับการหลายตำแหน่งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ที่เคยมีประเด็นก่อนหน้านี้นั้นมีการโยกย้ายทั้งผู้บังคับการ ตม.1, 2, 6 เป็นต้น
พลตำรวจเอก จักรทิพย์ กล่าวทิ้งท้ายว่า การแต่งตั้งในครั้งนี้เป็นการพิจารณาความเหมาะสมตามความรู้ความสามารถ โดยปราศจากการแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองแต่อย่างใด





