
กรมทางหลวง แนะนำเส้นทางจากภูมิภาคต่าง ๆ เข้าสู่กรุงเทพฯ เลี่ยงการจราจรติดขัดช่วงส่งท้ายเทศกาลสงกรานต์ 2559 เพื่อความสะดวก รวดเร็วในการเดินทางในทุกทั่วภูมิภาค
วันที่ 17 เมษายน 2559 กรมทางหลวง เผยเส้นทางจากภูมิภาคต่าง ๆ เข้าสู่กรุงเทพมหานคร เลี่ยงการจราจรติดขัดช่วงส่งท้ายเทศกาลสงกรานต์ เพื่อความสะดวกของของประชาชนที่กำลังเดินทางในทุกทั่วภูมิภาค โดยแบ่งเส้นเป็น 3 ภาค ดังนี้
1. ภาคเหนือ-กรุงเทพมหานคร
เส้นทางที่ 1 จากจังหวัดเชียงใหม่ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ไปจังหวัดลำปาง-ตาก-กำแพงเพชร-อุทัยธานี (ทางหลวงหมายเลข 333)-สุพรรณบุรี-ปทุมธานี (ทางหลวงหมายเลข 346) ไปยังกรุงเทพมหานคร
เส้นทางที่ 2 จากจังหวัดเชียงใหม่ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ไปจังหวัดลำปาง-ตาก-กำแพงเพชร-อำเภอพยุหะคีรี-จังหวัดชัยนาท จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 340 ไปยังจังหวัดสุพรรณบุรี-กรุงเทพมหานคร
เส้นทางที่ 3 จากจังหวัดอุตรดิตถ์-สุโขทัย ใช้ทางหลวงหมายเลข 117 ไปจังหวัดพิษณุโลก-พิจิตร-นครสวรรค์ แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 32 ไปจังหวัดสิงห์บุรี-อ่างทอง-พระนครศรีอยุธยา-กรุงเทพมหานคร
เส้นทางที่ 4 จากจังหวัดอุตรดิตถ์-สุโขทัย ใช้ทางหลวงหมายเลข 11 ไปยังจังหวัดพิษณุโลก-พิจิตร-ตาก-ลพบุรี แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 32 ไปจังหวัดสิงห์บุรี เข้าสู่กรุงเทพมหานครต่อไป
วันที่ 17 เมษายน 2559 กรมทางหลวง เผยเส้นทางจากภูมิภาคต่าง ๆ เข้าสู่กรุงเทพมหานคร เลี่ยงการจราจรติดขัดช่วงส่งท้ายเทศกาลสงกรานต์ เพื่อความสะดวกของของประชาชนที่กำลังเดินทางในทุกทั่วภูมิภาค โดยแบ่งเส้นเป็น 3 ภาค ดังนี้
1. ภาคเหนือ-กรุงเทพมหานคร
เส้นทางที่ 1 จากจังหวัดเชียงใหม่ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ไปจังหวัดลำปาง-ตาก-กำแพงเพชร-อุทัยธานี (ทางหลวงหมายเลข 333)-สุพรรณบุรี-ปทุมธานี (ทางหลวงหมายเลข 346) ไปยังกรุงเทพมหานคร
เส้นทางที่ 2 จากจังหวัดเชียงใหม่ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ไปจังหวัดลำปาง-ตาก-กำแพงเพชร-อำเภอพยุหะคีรี-จังหวัดชัยนาท จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 340 ไปยังจังหวัดสุพรรณบุรี-กรุงเทพมหานคร
เส้นทางที่ 3 จากจังหวัดอุตรดิตถ์-สุโขทัย ใช้ทางหลวงหมายเลข 117 ไปจังหวัดพิษณุโลก-พิจิตร-นครสวรรค์ แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 32 ไปจังหวัดสิงห์บุรี-อ่างทอง-พระนครศรีอยุธยา-กรุงเทพมหานคร
เส้นทางที่ 4 จากจังหวัดอุตรดิตถ์-สุโขทัย ใช้ทางหลวงหมายเลข 11 ไปยังจังหวัดพิษณุโลก-พิจิตร-ตาก-ลพบุรี แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 32 ไปจังหวัดสิงห์บุรี เข้าสู่กรุงเทพมหานครต่อไป
เส้นทางที่ 1 จากจังหวัดนครราชสีมา ใช้ทางหลวงหมายเลข 2068 ไปอำเภอขามทะเลสอ-ด่านขุนทด (ทางหลวงหมายเลข 2148)-อำเภอท่าหลวง (ทางหลวงหมายเลข 2256)-อำเภอม่วงค่อม (ทางหลวงหมายเลข 205) แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ไปจังหวัดสระบุรี-กรุงเทพมหานคร
เส้นทางที่ 2 จากจังหวัดนครราชสีมา ใช้ทางหลวงหมายเลข 2 ไปอำเภอปากช่อง-จังหวัดสระบุรี-อำเภอวังน้อย-กรุงเทพมหานคร
เส้น ทางที่ 3 จากจังหวัดนครราชสีมา ใช้ทางหลวงหมายเลข 2 ไปอำเภอปากช่อง แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 3222 ไปอำเภอแก่งคอย-บ้านนา (ทางหลวงหมายเลข 3051, 33)-จังหวัดนครนายก (ทางหลวงหมายเลข 305)-กรุงเทพมหานคร
เส้นทางที่ 4 จากจังหวัดนครราชสีมา ใช้ทางหลวงหมายเลข 304 ไปอำเภอปักธงชัย-วังน้ำเขียว-กบินทร์บุรี-พนมสารคาม แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 314 ไปจังหวัดฉะเชิงเทรา-กรุงเทพมหานคร
3. ภาคใต้-กรุงเทพมหานคร
เส้นทางที่ 1 จากจังหวัดชุมพร ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ไปจังหวัดประจวบคีรีขันธ์-อำเภอหัวหิน-ชะอำ-จังหวัดเพชรบุรี-แยกวังมะนาว จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนพระราม 2) ไปจังหวัดสมุทรสงคราม-สมุทรสาคร-กรุงเทพมหานคร
เส้นทางที่ 2 จากจังหวัดชุมพร ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ไปจังหวัดประจวบคีรีขันธ์-อำเภอหัวหิน-ชะอำ-จังหวัดเพชรบุรี-แยกวังมะนาว-จังหวัดราชบุรี-นครปฐม-นครชัยศรี-สามพราน-กรุงเทพมหานคร
เส้นทางที่ 3 จากจังหวัดชุมพร ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ไปจังหวัดประจวบคีรีขันธ์-อำเภอหัวหิน-ชะอำ-จังหวัดเพชรบุรี-แยกวังมะนาว-จังหวัดราชบุรี-นครปฐม-นครชัยศรี จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 338 (ถนนบรมราชชนนี) เข้ากรุงเทพมหานครต่อไป
อย่างไรก็ตาม กรมทางหลวงขอความร่วมมือผู้ขับขี่ทุกท่านโปรดขับขี่ด้วยความระมัดระวัง มีสติ เคารพกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยแก่ตัวท่านและผู้ร่วมทาง สามารถตรวจสอบสภาพการจราจรและข้อมูลเส้นทางหลวงได้ที่ สายด่วนกรมทางหลวง 1586 โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก






