

เหตุไฟไหม้ป่าดอยขุนช่างเคี่ยน ลุกลามวอดพื้นที่เสียหายกว่า 70 ไร่ ล่าสุดคุมเพลิงได้แล้ว ด้านผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ยังเฝ้าระวังสถานการณ์ 24 ชั่วโมง และเร่งหาสาเหตุ
จากกรณีเกิดเหตุไฟไหม้ป่าบริเวณขุนช่างเคี่ยน ซึ่งเป็นพื้นที่ของเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (8 พฤษภาคม 2559) รวม 3 จุด ส่งผลให้พื้นที่ป่าเสียหายเป็นวงกว้าง เนื่องจากพื้นที่เกิดเหตุไม่สามารถนำรถดับเพลิงเข้าไปได้ และด้วยสภาพอากาศแห้งแล้งทำให้ไฟป่าลุกลามอย่างรวดเร็วนั้น [อ่านข่าว ไฟไหม้ป่าดอยขุนช่างเคี่ยน เชียงใหม่ ลุกลามหนัก ยังควบคุมเพลิงไม่ได้]

ล่าสุด (9 พฤษภาคม 2559) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังทหาร พระสงฆ์ และอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยกว่า 100 นาย เดินเท้าจากศูนย์พุทธธรรมหนองฮ่อ ลัดเลาะขึ้นไปตามสันเขา เพื่อดับไฟที่ลุกไหม้ โดยใช้เวลานานกว่า 10 ชั่วโมง จึงดับไฟได้เมื่อเวลาประมาณ 03.20 น. เบื้องต้นพบว่าพื้นที่ป่าเต็งรังเสียหายไปกว่า 70-100 ไร่ เนื่องจากพื้นที่แห้งแล้งจัด มีเศษใบไม้แห้งและเศษวัชพืชทับถมกันจำนวนมาก ประกอบกับพื้นที่เป็นหน้าผาสูงและทางลาดชัน ทำให้การดับไฟเป็นไปด้วยความยากลำบาก

ขณะที่นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ทั้งสั่งตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจดับไฟป่า บริเวณศูนย์พุทธธรรมหนองฮ่อ บ้านช่างเคี่ยน ด้านหลังศูนย์ประชุมและจัดแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา
นอกจากนี้ ในช่วงเช้าวันนี้ (9 พฤษภาคม) ได้มีการประสานเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินสำรวจความเสียหายของพื้นที่ป่าทางอากาศ และดูจุดที่มีความเสี่ยงที่ไฟจะลุกไหม้ขึ้นมาอีก เพื่อชี้เป้าและให้กำลังทางภาคพื้นดินเข้าไปดับไฟ
ส่วนสาเหตุการเกิดไฟไหม้ป่าครั้งนี้ ก็ได้สั่งการให้ทางนายอำเภอเมืองเชียงใหม่เป็นผู้ดำเนินการสอบสวนหาสาเหตุ โดยสอบถามผู้นำหมู่บ้าน ช่วงเวลาดังกล่าวมีลูกบ้านลักลอบเข้าไปในพื้นที่ป่าหรือไม่ ทั้งยังสั่งให้จัดกำลังเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยเกรงว่าจะมีไฟลุกไหม้ขึ้นมาอีก อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ก็จะมีมาตรการป้องกัน เข้มข้นเพื่อไม่ให้เกิดไฟป่าที่รุนแรงขึ้นมาอีก







ภาพจาก เฟซบุ๊ก Aishwarda Sirilaksana, my brother, เฟซบุ๊ก Kittiyut Mack Phornphibul, เฟซบุ๊ก Kornsiri Aof Yotto
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก






