
CNN เผยความคืบหน้าสถานการณ์ในประเทศไทย หลังสิ้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ชี้วิถีชีวิตของผู้คนดูเหมือนจะกลับสู่ภาวะปกติ แต่สำหรับคนไทย ชีวิตของพวกเขาในวันที่ไม่มีพ่อหลวง ร.9 อีกต่อไป ไม่มีทางเหมือนเดิมแล้ว
วันที่ 17 ตุลาคม สำนักข่าว CNN เผยแพร่สกู๊ปข่าวรายงานสภาพสังคมไทย หลังพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสวรรคต โดยระบุว่า เปรียบเหมือนการสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตประชาชนชาวไทย และดูเผิน ๆ แล้ว ดูเหมือนวิถีชีวิตของคนไทยจะยังคงเหมือนเดิม แต่จริง ๆ ชีวิตของพวกเขาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

เมืองช่วงไร้แสงสี
จากการสูญเสียครั้งนี้ ทำให้เกิดการขอความร่วมมือให้งดกิจกรรมบันเทิงหลาย ๆ อย่างในช่วงระยะ 30 วัน ซึ่งไม่เฉพาะแต่คนไทยเท่านั้น ตอนนี้โรงแรมต่าง ๆ ยังขอความร่วมมือจากแขกผู้เข้าพัก ให้แต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีมืด และกรุงเทพฯ เมืองอันขึ้นชื่อเรื่องไนท์ไลฟ์นั้น ตอนนี้บาร์และร้านอาหารต่าง ๆ ระงับการจำหน่ายแอลกอฮอล์ไปเรียบร้อยแล้ว ย่านสถานบันเทิงแทบจะว่างเปล่า
เช่นเดียวกับงานรื่นเริงต่าง ๆ รวมถึงการแข่งขันกีฬา ก็ถูกระงับการแข่งขันในช่วง 30 วันแรก ซึ่งแม้ว่านี่จะเป็นเรื่องน่าประหลาดใจสำหรับใครหลายคนทั่วโลก แต่ถึงอย่างนั้นนี่ไม่ใช่สถานการณ์ที่ผิดปกติสำหรับคนไทยแต่อย่างใด เพราะพวกเขาเพิ่งสูญเสียพ่อของแผ่นดินไป คนไทยหลายคนกำลังร้องไห้โศกเศร้าเหมือนกับพวกเขาได้สูญเสียสมาชิกในครอบครัวไปอย่างไรอย่างนั้น

ความยิ่งใหญ่ที่ยากจะเทียบทัน
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไทย ได้เผยว่าการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช เป็น "วิกฤตของชาติ" พร้อมขอให้ประชาชนชาวไทยใจเย็น
ขณะที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งผ่านนายกรัฐมนตรีว่า ขอให้ชาวไทยอย่ากังวลเรื่องการสืบสันตติวงศ์ พระองค์ทรงชะลอการขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์พระองค์ต่อไปเอาไว้ จนกว่าพระราชพิธีเกี่ยวกับพระบรมศพจะเสร็จสิ้น พระองค์ทรงต้องการเวลาเพื่อถวายความอาลัยร่วมกับประชาชนชาวไทยทั้งหลาย

"เราสูญเสียพ่อของแผ่นดิน"
นับตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2559 ชาวไทยต่างเดินทางมายังโรงพยาบาลศิริราชกันอย่างเนืองแน่น และเมื่อพวกเขาได้ทราบข่าวการสวรรคตของพระเจ้าแผ่นดิน ก็พากันหลั่งน้ำตาออกมา ไม่อาจกลั้นอยู่ ผู้หญิงรายหนึ่งได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว CNN ว่า "เราเสียพ่อไปแล้ววันนี้ พระองค์เป็นพ่อของพวกเรา พ่อที่อยากทำทุกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูก"
วันต่อมาเมื่อมีพระราชพิธีอัญเชิญพระบรมศพจากโรงพยาบาลศิริราชไปยังพระบรมมหาราชวัง ผู้คนนับแสนต่างพากันไปถวายความอาลัยด้วยน้ำตากันอย่างเนืองแน่นเต็มสองข้างทาง และหลังจากวันนั้นก็ยังมีคนหลั่งไหลไปถวายความอาลัยกันไม่ขาดสาย ส่วนใหญ่แต่งกายด้วยชุดดำ แต่แม้จะเป็นสถานการณ์ที่โศกเศร้า บรรยากาศ ณ บริเวณนอกพระบรมมหาราชวังกลับดูเหมือนงานเทศกาลมากกว่าพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพ คนไทยหลายคนยิ้มได้อีกครั้ง

และในวันที่ 17 ตุลาคม ชาวไทยก็กลับมาใช้ชีวิตตามปกติ ไปทำงาน ไปโรงเรียน บริการสาธารณะและสำนักงานต่าง ๆ ก็เปิดให้บริการตามปกติ นักท่องเที่ยวก็เริ่มเดินทางเที่ยวชมแลนด์มาร์กต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ อีกครั้ง ทุกสิ่งดูเหมือนจะกลับสู่ภาวะปกติ
แต่สำหรับคนไทยแล้ว ชีวิตที่ไม่มีพ่อหลวงที่พวกเขารักอีกต่อไป จะไม่มีทางเหมือนเดิม





