
เปิดเรื่องเล่า พระนางเธอลักษมีลาวัณ พระมเหสีในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 กับความอาภัพและโดดเดี่ยว ที่ไม่ว่าใครได้ฟังเป็นต้องชวนให้หดหู่
นับเป็นเรื่องเล่าจากในวังอีกเรื่องหนึ่งที่ได้รับความสนใจอีกครั้ง ในช่วงที่ผู้คนต่างสนใจในเรื่องราวของประวัติศาสตร์ไทย สำหรับเรื่องราวของพระนางเธอลักษมีลาวัณ พระมเหสีในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เมื่อครั้งที่พระองค์ทรงมีพระชนม์ที่แสนเศร้า ภายหลังได้รับสถาปนาเป็นพระมเหสี แล้วถูกพระราชสามีตัดสินพระราชหฤทัยแยกกันอยู่ กลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องเล่าในตำนานเกี่ยวกับราชวงศ์ที่พูดกันจากรุ่นสู่รุ่น โดย เฟซบุ๊ก เรารักและปกป้องพระราชวงศ์จักรี ได้นำเรื่องราวของพระองค์มาถ่ายทอดให้เราได้ฟังกัน ดังต่อไปนี้

ต่อมาไม่นานทรงได้ถอนหมั้นและสถาปนาหม่อมเจ้าลักษมีลาวัณ ขึ้นเป็น "พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าลักษมีลาวัณ" ทันที พร้อมกับทรงหมั้นและมีพระราชวินิจฉัยว่า จะทรงทำการราชาภิเษกสมรสด้วย ครั้งหมั้นหมายเพียงไม่นาน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็ทรงอภิเษกสมรสกับพระสุจริตสุดา (ธิดาของเจ้าพระยาสุธรรมมนตรี) พระองค์จึงทรงตัดสินพระราชหฤทัย "แยกกันอยู่" กับพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าลักษมีลาวัณ ทั้งที่ยังมิทันได้อภิเษกสมรสกัน พระนางเธอลักษมีลาวัณ ทรงตัดสินพระทัยแยกมาอยู่ตามลำพัง ณ พระตำหนักในซอยพร้อมพงศ์ ริมคลองแสนแสบ ทรงดำรงพระชนม์อย่างเรียบง่ายและเงียบสงบ ทรงใช้เวลาว่างไปกับการพระนิพนธ์ต่าง ๆ
ชายคนสวนผู้นั้นจำนำเครื่องราชอิสริยาภรณ์ด้วยไม่รู้จัก เจ้าของโรงรับจำนำเห็นผิดสังเกตจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเขาก็รับสารภาพถึงการฆาตกรรม และกล่าวว่าตนทราบแต่เพียงว่าพระนางทรงเป็นเจ้านาย ไม่คิดว่าจะทรงเป็นเจ้านายใหญ่ถึงเพียงนั้น
ครั้งนั้น พลตรีพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรรณไวทยากร กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ พระเชษฐาต่างพระมารดา ได้รับโทรศัพท์จาก นางสาวแน่งน้อย แย้มศิริ นิสิตจุฬาฯ เมื่อวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2504 เวลา 15.30 น. ว่าตนไปกดออดและโทรศัพท์เข้าไปยังวังลักษมีวิลาศ แต่ไม่มีใครตอบหรือรับสาย อาจจะมีเหตุร้าย พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ เสด็จไปยังวังลักษมีวิลาศ และทรงพบพระศพอยู่บริเวณข้างโรงรถ ซึ่งเวลาก็ล่วงเลยไปแล้วถึง 3 วันหลังจากสิ้นพระชนม์ สิริพระชนมายุรวม 62 ชันษา
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก
เฟซบุ๊ก เรารักและปกป้องพระราชวงศ์จักรี