"โหวตโน" ท่วมอีสาน-เหนือ ขั้ว "ทรท." ปึ้กสู้เลือกตั้ง


คอลัมน์ มติชนวิเคราะห์

          แม้เสียงส่วนใหญ่ลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 เพื่อ "ผ่าทางตัน" การเมืองไปสู่การจัดการเลือกตั้ง ซึ่งจะมีขึ้นในเดือนธันวาคมนี้ ตามที่ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ประกาศหลังทราบผลอย่างไม่เป็นทางการ แต่ถือว่าเป็นคะแนนเสียงที่ไม่ทิ้งห่างกันมากนัก

          ยิ่งเมื่อดูผลโหวตในรายภาค และรายจังหวัดด้วยแล้ว มันบ่งชี้อะไรหลายประการ

          1. บ่งชี้ว่าการที่พรรคไทยรักไทยอ้างเสียงสมาชิก 14 ล้านเสียงยังคงนิยมชมชอบนโยบายและ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มิได้เกินเลยไปแต่อย่างใด ส่วนใหญ่ฐานเสียงที่ยังเหนียวแน่นเหล่านี้อยู่ในภาคเหนือ และภาคอีสาน มีการจัดตั้งที่ดีอยู่ ปัจจัยสนับสนุนต่อเนื่องยิงตรงถึงที่ แม้จะโดนสกัดกั้นจากอำนาจรัฐทุกวิถีทาง แต่ความนิยมก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะตก

          เอ็กซิทโพลสวนดุสิตพบว่า ภาคอีสานลงมติไม่เห็นชอบสูงสุด 42.93% รองลงมาเป็นภาคเหนือ 34.42%

          ย่อยลงไปรายพื้นที่ "สีแดง" ในสายตาคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ปรากฏว่าคะแนนไม่เห็นชอบชนะคะแนนเห็นชอบในหลายจังหวัดภาคเหนือและอีสาน (ดูตารางประกอบ) หากรักษาความได้เปรียบดังกล่าวไว้ได้ต่อเนื่อง โอกาสแปรเสียงไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญเป็นคะแนนเสียงเลือกตั้งก็ไม่ไกลเกินเอื้อม

          2. กลุ่มอำนาจเก่าสามารถนำผลการลงประชามติมาเช็คฐานเสียง ประเมินผลงาน และจัดเกรดว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ในแต่ละพื้นที่ได้ ในขณะเดียวกันอดีต ส.ส. อดีต ส.ว.ที่เตรียมแปรพักตร์จากไทยรักไทย รวมถึงผู้ที่ยังหาพรรคลงไม่ได้ เมื่อทราบผลลงประชามติแล้ว อาจเปลี่ยนใจกลับมาซบกลุ่มอำนาจเก่าในนามพรรคพลังประชาชน เนื่องจากยังเปล่งประกายเหมือนหุ้น "บลูชิพ" อยู่

          3. โพลหลายสำนักในช่วงก่อนลงประชามติ เห็นชอบเฉลี่ย 60% ไม่เห็นชอบเฉลี่ย 20% ที่เหลือยังไม่ตัดสินใจ เมื่อผลออกมาเช่นนี้ แสดงว่าคนที่ยังลังเลได้ตัดสินใจไม่เห็นชอบ ทำให้คะแนนไม่เห็นชอบพุ่งขึ้นราว 40-45% หากจะระบุว่า คนไม่เห็นชอบใน กทม.และในเขตตัวเมืองใหญ่ สนับสนุนกลุ่มอำนาจเก่า คงไม่ใช่เสียทั้งหมด คนกลุ่มนี้มีเหตุผลที่ไม่รับแตกต่างกันไป แม้ไม่มากพอที่จะเป็นตัวแปรชี้ขาดในวันเลือกตั้ง แต่ก็มองข้ามไม่ได้เมื่อถึงวันนั้น

          4. ชัยชนะ "โหวตโน" ใน 2 ภาค ยืนยันข้อมูลการต่อ "ท่อน้ำเลี้ยง" ให้ดูเป็นจริงเป็นจังมากขึ้น หลังจากฝ่าย คมช.กล่าวหามาอย่างต่อเนื่องโดยปราศจากหลักฐาน ในขณะที่กลุ่มอำนาจเก่าก็ปฏิเสธมาตลอด

          5. โหวตโนที่ทะลักล้นในภาคเหนือและอีสาน ช่วยให้กลุ่มอำนาจเก่าฮึกเหิม และจะอาศัยตัวเลขดังกล่าวต่อสู้กับรัฐบาล และ คมช. อีกทั้งเป็นฐานคะแนนเสียงหิ้วคนในอาณัติกลับสู่สภาผู้แทนราษฎรอีกครั้ง

          ย้อนดูผลการเลือกตั้งปี 2548 พรรคไทยรักไทยได้ภาคอีสาน 126 ที่นั่ง ภาคเหนือ 71 ที่นั่ง ภาคใต้ 1 ที่นั่ง รวม 198 ที่นั่ง พรรคประชาธิปัตย์ได้ภาคอีสาน 2 ที่นั่ง ภาคเหนือ 5 ที่นั่ง ภาคใต้ 52 ที่นั่ง รวม 59 ที่นั่ง

          หากถือเอาเสียงรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญในภาคต่างๆ เป็น "ตัววัด" เสียงสนับสนุนพรรคการเมืองในพื้นที่นั้นๆ ผลลงประชามติที่ออกมา ยิ่งทำให้พรรคไทยรักไทยแม้อยู่ในเสื้อคลุมตัวใหม่ยังคงได้เปรียบพรรคประชาธิปัตย์อย่างมาก

          จนอาจบ่งชี้ไปถึงผลเลือกตั้งในปลายปีนี้ว่า ระหว่างสองพรรคการเมืองใหญ่ พรรคไหนจะมีเสียงมากกว่ากันในสภา


 ข่าวที่เกี่ยวข้อง

- "สนธิ" เชื่อหลายพรรคเหนื่อย หลังผลไม่รับร่างอีสาน

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
"โหวตโน" ท่วมอีสาน-เหนือ ขั้ว "ทรท." ปึ้กสู้เลือกตั้ง โพสต์เมื่อ 20 สิงหาคม 2550 เวลา 00:00:00 2,494 อ่าน
TOP
x close