รู้จักประเทศกาตาร์ ไข่มุกแห่งเปอร์เซีย หนึ่งในประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลก

กาตาร์

          ประเทศกาตาร์ ดินแดนเล็ก ๆ ของคาบสมุทรอาระเบีย แต่มีทรัพยากรธรรมชาติอย่างน้ำมันและก๊าซธรรมชาติซ่อนอยู่มหาศาล จนได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลก

          จากข่าวหลายประเทศในตะวันออกกลาง นำโดยประเทศซาอุดีอาระเบีย ประกาศคว่ำบาตรตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศกาตาร์ โดยกล่าวหาว่า ประเทศกาตาร์ สนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย นำมาซึ่งความวุ่นวายที่เกิดขึ้นภายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางทางอากาศที่สายการบิน กาตาร์ แอร์เวย์ส จะไม่สามารถเดินทางผ่านน่านฟ้าของประเทศซาอุดีอาระเบีย บาห์เรน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ ขณะที่ประชาชนในกาตาร์ต่างเร่งหาซื้ออาหารและน้ำมากักตุน เพราะเกรงว่าสถานการณ์จะเลวร้ายไปมากกว่านี้..

          ข่าวนี้ได้ทำให้คนอยากรู้จัก "ประเทศกาตาร์" ให้มากขึ้น ซึ่งหลายคนอาจเคยได้ยินชื่อประเทศกาตาร์ในฐานะเจ้าภาพจัดการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ปี 2006 และกำลังจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก ปี 2022 แต่อาจไม่ทราบว่า ประเทศกาตาร์ มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอย่างไร ทำไมจึงเป็นหนึ่งในประเทศที่่ได้รับการจัดอันดับว่าเป็นประเทศร่ำรวยที่สุดในโลก กระปุกดอทคอม จะพาไปรู้จักประเทศกาตาร์ให้มากขึ้น

กาตาร์
ภาพจาก EQRoy/Shutterstock
ชื่ออย่างเป็นทางการและเมืองหลวงของกาตาร์

          ประเทศกาตาร์ (Qatar) มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า รัฐกาตาร์ มีเมืองหลวงคือ กรุงโดฮา (Doha)

อาณาเขต ที่ตั้งและพื้นที่

          ประเทศกาตาร์เป็นรัฐเจ้าผู้ครองนครในตะวันออกกลาง มีลักษณะเป็นแหลมยื่นออกมาจากชายฝั่งตะวันออกของคาบสมุทรอาระเบียออกไปในอ่าวเปอร์เซีย มีรูปร่างคล้ายไข่มุก จึงถูกเรียกขานว่า "ไข่มุกแห่งเปอร์เซีย" มีพื้นที่ 11,521 ตร.กม. พรมแดนติดกับประเทศต่าง ๆ คือ ทิศเหนือและทิศตะวันตก ล้อมรอบด้วยทะเล ส่วนทิศใต้ติดกับประเทศซาอุดีอาระเบีย
  
กาตาร์

กาตาร์

สภาพภูมิศาสตร์และภูมิอากาศ

          พื้นที่ของประเทศกาตาร์ส่วนใหญ่เป็นทะเลทราย จึงมีความแห้งแล้งและมีภูมิอากาศแบบทะเลทราย โดยช่วงฤดูหนาวมีอุณหภูมิประมาณ 10 องศาเซลเซียส แต่หากเป็นฤดูร้อนจะมีอุณหภูมิสูงได้ถึง 50 องศาเซลเซียส และอาจเกิดพายุทรายได้ตลอดปี โดยเฉพาะช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน

กาตาร์

ประชากรของกาตาร์

          จากข้อมูลของ Ministry of Development Planning and Statistics ประเทศกาตาร์ ในเดือนพฤษภาคม 2017 พบว่า ประเทศกาตาร์มีประชากรประมาณ 2.7 ล้านคน เป็นเพศชายกว่า 2 ล้านคน และเพศหญิงเกือบ 7 แสนคน โดยเป็นชาวกาตาร์ประมาณ 20% ชาวอาหรับประมาณ 20% ส่วนที่เหลือเป็นแรงงานจากต่างประเทศชาวอินเดีย เนปาล ฟิลิปปินส์ ปากีสถาน บังคลาเทศ ศรีลังกา ฯลฯ

ภาษาหลัก

          ประเทศกาตาร์ใช้ภาษาอารบิกเป็นภาษาราชการ และมีภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ใช้ในการประกอบธุรกิจโดยทั่วไป

ศาสนา

          ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามนิกายสุหนี่ รองลงมาคือศาสนาคริสต์

กาตาร์

วันชาติของกาตาร์

          ตรงกับวันที่ 18 ธันวาคม เพื่อรำลึกถึง Sheikh Jassim Bin Mohammad Bin Thani ผู้ก่อตั้งรัฐกาตาร์
 
ธงชาติประเทศกาตาร์

          เป็นธงสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีเส้นฟันปลา 9 ซี่ ตามแนวตั้งแบ่งธงออกเป็นสองส่วน ด้านคันธงเป็นพื้นสีขาว มีความหมายถึงสันติภาพ อีกด้านเป็นสีแดงม่วง แทนเกียรติยศของประเทศชาติ ส่วนเส้นฟันปลา 9 ซี่ หมายถึงกาตาร์ที่เป็นสหพันธ์อาหรับเอมิเรตส์ (ดินแดนที่มีเอมีร์ หรือเจ้าผู้ครองรัฐปกครอง) ในลำดับที่ 9

กาตาร์

ประวัติศาสตร์ของประเทศกาตาร์

          ราชวงศ์อัล ทานี (Al-Thani) ได้ปกครองกาตาร์ตั้งแต่สมัยกลางศตวรรษที่ 19 ก่อนที่จะตกอยู่ภายใต้การปกครองของราชวงศ์ในบาห์เรน, อิหร่าน และจักรวรรดิออตโตมันของชาวเติร์ก แต่ภายหลังชาวเติร์กได้ถูกเนรเทศออกจากกาตาร์ เพราะไปเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1 กับฝ่ายตรงข้ามของประเทศอังกฤษ จากนั้นมา อังกฤษจึงเข้ามามีอิทธิพลในประเทศกาตาร์

          ในปี พ.ศ. 2459 (ค.ศ. 1916) อังกฤษได้ทำสนธิสัญญากับกาตาร์ มีผลทำให้กาตาร์อยู่ภายใต้การคุ้มครองของอังกฤษ โดยอังกฤษเป็นผู้ดูแลกิจการระหว่างประเทศของกาตาร์และป้องกันกาตาร์จากการถูกรุกรานจากภายนอก ต่อมาในปี พ.ศ. 2477 (ค.ศ. 1934) ได้มีการทำสนธิสัญญาเพิ่มเติมโดยขยายการคุ้มครองของอังกฤษออกไปทุก ๆ ด้าน

          กระทั่งในปี 2511 (ค.ศ. 1968) รัฐบาลอังกฤษประกาศจะถอนตัวออกจากภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียภายในปี 2514 (ค.ศ. 1971) กาตาร์จึงร่วมกับเจ้าผู้ครองรัฐอีก 8 รัฐ รวมกันเป็นสหพันธ์อาหรับเอมิเรตส์ แต่ทั้ง 9 รัฐ หาข้อสรุปร่วมกันไม่ได้ ความพยายามรวมตัวกันจึงไม่ประสบความสำเร็จ

          หลังจากนั้นอีก 3 ปี อังกฤษได้ยกเลิกสนธิสัญญาปี 2459 (ค.ศ. 1916) และได้มีการลงนามในสนธิสัญญามิตรภาพระหว่างกันแทน กาตาร์จึงได้รับเอกราชในวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2514 (ค.ศ. 1971)
 
กาตาร์

การเมืองการปกครองของกาตาร์

          ปัจจุบันประเทศกาตาร์ ปกครองในระบอบประชาธิปไตย โดยมีเจ้าผู้ครองรัฐ (Emir) จากราชวงศ์ Al-Thani เป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญ โดยเจ้าผู้ครองรัฐองค์ปัจจุบันคือ เชค ตะมีม บิน ฮะหมัด อัล ษานี (H.H. Sheikh Tamin bin Hamad Al Thani)

          กาตาร์ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับถาวรเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2547 นับตั้งแต่ที่ได้รับอิสรภาพจากอังกฤษในปี 2514 โดยรัฐธรรมนูญกำหนดให้อำนาจนิติบัญญัติแก่สภาที่ปรึกษาซึ่งประกอบด้วยสมาชิกจำนวน 45 คน โดยจำนวน 2 ใน 3 จะมาจากการเลือกตั้ง ส่วนที่เหลือจะมาจากการแต่งตั้งโดยเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์

สภาพเศรษฐกิจของประเทศกาตาร์

          เศรษฐกิจของกาตาร์ขึ้นอยู่ภาคพลังงานเป็นหลัก โดยกาตาร์เป็นประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติรายใหญ่อันดับต้น ๆ ของโลก และมีปริมาณน้ำมันสำรองอยู่เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังเป็นประเทศที่มีแหล่งก๊าซธรรมชาติสำรองใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลกรองจากรัสเซียและอิหร่าน เท่ากับว่ากว่า 50% ของ จีดีพี ของกาตาร์ มาจากการส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ

          นั่นจึงทำให้เมื่อปี 2558 กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ ได้จัดอันดับให้ประเทศกาตาร์เป็นประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลก โดยวัดจากรายได้ประชาชาติ ซึ่งประชากรของประเทศกาตาร์มีรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปีอยู่ที่ 143,532 เหรียญสหรัฐ หรือราว ๆ 4,736,000 บาท

กาตาร์

สกุลเงินของประเทศกาตาร์

          ใช้หน่วยเงินกาตาร์ริยาล (Qatar Riyal) โดย 3.65 กาตาร์ริยาล จะเท่ากับ 1 ดอลลาร์สหรัฐ แต่หากเทียบกับเงินไทย 1 กาตาร์ริยาล จะประมาณ 9.34 บาท

ความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านและสหรัฐอเมริกา

          กาตาร์เป็นประเทศหนึ่งที่มีสัมพันธภาพที่ดีกับอิหร่าน เพราะเป็นเจ้าของแหล่งก๊าซธรรมชาติในอ่าวเปอร์เซียร่วมกัน แต่ทว่าก่อนหน้านี้ รัฐบาลซาอุดีอาระเบีย กล่าวหาว่า กาตาร์ให้ความสนับสนุนกิจกรรมการเคลื่อนไหวก่อความไม่สงบในเมืองกาทีฟ ทางตะวันออกของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นฝีมือของกลุ่มก่อการร้ายที่มีอิหร่านหนุนหลัง ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากาตาร์มีท่าทีสนับสนุนอำนาจของอิหร่าน

          กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่อ่อนไหว เนื่องจากซาอุดีอาระเบียกับอิหร่านเป็นประเทศคู่ปรับตลอดกาล อิหร่านเป็นประเทศมุสลิมชีอะห์ ในขณะที่ประชากรส่วนใหญ่ของซาอุดีอาระเบียเป็นชาวสุหนี่ และซาอุดีอาระเบียไม่ต้องการให้อิหร่านก้าวขึ้นมามีอิทธิพลในภูมิภาค จึงนำมาสู่การประกาศคว่ำบาตรประเทศกาตาร์ในเดือนมิถุนายน 2560

          ในส่วนความสัมพันธ์กับประเทศสหรัฐอเมริกานั้น ประเทศกาตาร์ ถือเป็นพันธมิตรที่สำคัญของสหรัฐอเมริกาในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะในด้านการทหาร เพราะมีการตั้งศูนย์บัญชาการ (Joint Operation Center)  ในการสนับสนุนปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐอเมริกาในสงครามอัฟกานิสถานและสงครามอิรัก ในกรุงโดฮา อีกทั้งประเทศกาตาร์ยังเป็นที่ตั้งของศูนย์บัญชาการส่วนล่วงหน้า US Central Command (CENTCOM) รวมทั้งเป็นที่ตั้งของฐานทัพอากาศสหรัฐอเมริกาที่เมือง Al-Udied ทางตอนใต้ของประเทศด้วย


ความสัมพันธ์ระหว่างกาตาร์กับประเทศไทย

          ประเทศไทยกับรัฐกาตาร์ได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2523 โดยประเทศไทยได้เปิดสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโดฮา ในปี 2545 ต่อมาในปี 2547 กาตาร์ได้เปิดสถานเอกอัครราชทูตในไทย ซึ่งความสัมพันธ์ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเป็นไปอย่างราบรื่น ทั้งนี้เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์เคยเสด็จฯ เยือนประเทศไทยในฐานะพระอาคันตุกะของรัฐบาลเมื่อปี 2542 และเสด็จฯ ร่วมพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อเดือนมิถุนายน 2549 ด้วย

          ทางด้านเศรษฐกิจ ไทยส่งออกสินค้าไปยังกาตาร์จำนวนไม่น้อย สินค้าส่งออกสำคัญคือ ยานยนต์ เหล็กและเหล็กกล้า เครื่องปรับอากาศ ผลิตภัณฑ์ อะลูมิเนียม เครื่องจักรกล อัญมณีและเครื่องประดับ ส่วนสินค้าสำคัญที่ไทยนำเข้าจากกาตาร์ ได้แก่ น้ำมันดิบ น้ำมันสำเร็จรูป ปุ๋ย และเคมีภัณฑ์ ปัจจุบันมีคนไทยทำงานอยู่ในกาตาร์หลายพันคน โดยร้อยละ 90 ทำงานในภาคการก่อสร้าง และอุตสาหกรรมพลังงาน ส่วนที่เหลืออยู่ในภาคบริการ

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศกาตาร์

          สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ มีอยู่ด้วยกันหลายแห่ง เช่น

กาตาร์
ภาพจาก mia.org.qa

The Museum of Islamic Art 

          เป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมผลงานศิลปะของวัฒนธรรมอิสลาม อาทิ เอกสารทางประวัติศาสตร์ อัญมณี วัสดุเครื่องใช้ต่าง ๆ ที่ทำจากเหล็ก แก้ว ไม้ งาช้าง หิน สิ่งทอ เป็นต้น

กาตาร์
ภาพจาก katara.net

Katara Cultural Village

          หมู่บ้านวัฒนธรรมที่รวบรวมการดำเนินงานด้านวัฒนธรรมที่สำคัญของกาตาร์และโลกอาหรับ

กาตาร์
ภาพจาก souq-waqif-doha.com

Souq Waqif

          ตลาดพื้นเมืองที่สำคัญของกาตาร์ โดยอยู่ติดกับพระราชวัง เป็นตลาดที่มีชื่อเสียงในฐานะที่เป็นที่ตั้งของร้านอาหารจากประเทศอาหรับต่าง ๆ ซึ่งประชาชนและนักท่องเที่ยวนิยมมารับประทานอาหาร รวมถึงการสูบยาสูบ Shisha ซึ่งเป็นยาสูบท้องถิ่นของชาวอาหรับอีกด้วย  

กาตาร์
ภาพจาก marhaba.qa

Imam Muhammad ibn Abd Al Wahhab Mosque

          มัสยิดประจำชาติกาตาร์ และเป็นมัสยิดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในกาตาร์ มีพื้นที่ 175,164 ตารางเมตร โดยภายในมัสยิดฯ สามารถจุคนได้จำนวน 12,200 คน และหากรวมพื้นที่โดยรอบมัสยิด จะสามารถจุคนได้ถึง 30,000 คน รูปแบบของมัสยิด Imam Muhammad ibn Abd Al Wahhab เป็นการผสมผสานของวัฒนธรรมอาหรับร่วมสมัยซึ่งเป็น Landmark สำคัญของกาตาร์ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองโดฮาในปัจจุบัน  

          สำหรับคนไทยหากต้องการเดินทางไปยังประเทศกาตาร์ จะต้องยื่นขอวีซ่า โดยตรวจสอบข้อมูลได้ที่ qatarembassy.or.th

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับประเทศกาตาร์

          - กาตาร์ต้องการเป็นศูนย์กลางการเงินในภูมิภาค จึงได้สร้างสนามบินขนาดใหญ่และทันสมัยระดับโลก คือ ท่าอากาศยานนานาชาติโดฮา ซึ่งเป็นท่าอากาศยานแห่งเดียวในประเทศ ใช้งบประมาณมูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อให้กรุงโดฮาเป็นศูนย์กลางการบิน

          - สายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส ได้รับรางวัลสายการบินยอดเยี่ยมแห่งปี จาก Skytrax World Airline Awards มาแล้วถึง 3 ครั้ง ครั้งล่าสุดคือเมื่อปี ค.ศ. 2015 ซึ่งได้พร้อมกับรางวัลที่นั่งชั้นธุรกิจยอดเยี่ยม (Best Business Class Airline Seat) และรางวัลสายการบินยอดเยี่ยมที่สุดในตะวันออกกลาง (Best Airline in the Middle East)  


          - กาตาร์เป็นที่ตั้งของสถานีโทรทัศน์  Al Jazeera ซึ่งนำเสนอข่าวทั้งประเทศตะวันตก อิสราเอล และรัฐบาลประเทศอาหรับต่าง ๆ ทำให้สถานีโทรทัศน์ดังกล่าวได้รับความนิยมสูงและมีอิทธิพลทางความคิดต่อประชาชนชาวอาหรับและมุสลิมเป็นอย่างมาก

          - กาตาร์เป็นประเทศแรกในตะวันออกกลางที่ได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก ในปี ค.ศ. 2022  และนับเป็นประเทศแรกในประวัติศาสตร์ที่ทีมฟุตบอลไม่เคยผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลก ณ วันที่ได้รับการคัดเลือก แล้วได้เป็นเจ้าภาพ อีกทั้งยังเป็นประเทศที่มีศาสนาอิสลามเป็นศาสนาประจำชาติประเทศแรกที่ได้จัดฟุตบอลโลก
 
          - ประเทศกาตาร์เป็นประเทศที่ไม่จัดเก็บภาษีรายได้บุคคลธรรมดาหรือภาษีนิติบุคคลใด ๆ ทั้งสิ้น นอกจากนี้ยังมีระบบรัฐสวัสดิการที่ทันสมัย โดยรัฐบาลจะให้เงินสงเคราะห์ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าก๊าซหุงต้มแก่ประชาชน สิ่งเหล่านี้จึงยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิตของพลเมืองได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังทำให้ประเทศกาตาร์เป็นประเทศที่มีอัตราการว่างงานต่ำมาก ๆ ด้วย


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา กระทรวงการต่างประเทศ
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโดฮา
Ministry of Development Planning and Statistics
qatarembassy.or.th
qatar.qa
 
รู้จักประเทศกาตาร์ ไข่มุกแห่งเปอร์เซีย หนึ่งในประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลก โพสต์เมื่อ 7 มิถุนายน 2560 เวลา 15:18:38 43,120 อ่าน แสดงความคิดเห็น