
จากกรณีที่โลกออนไลน์ได้มีการเตือนภัยแท็กซี่หัวร้อน บอกว่าผู้โดยสารสาวทำของใส่ แถมยังขู่ทำร้ายร่างกาย ลงจากรถไปขึ้นคันอื่นก็ยังตามมาวุ่นวาย โดย น.ส.นันทนิตย์ เต๋โจ หรือส้ม ผู้โดยสารสาวคนดังกล่าว ได้ออกมาเปิดเผยว่าเธอกลัวมาก และมันทำให้ไม่อยากขึ้นแท็กซี่ไปอีกตลอดชีวิต (อ่านเพิ่มเติมที่ : สาวเจอแท็กซี่คลั่ง เล่าวินาทีอยู่บนรถ กลัวจนต้องยอมลงทั้งที่อยู่บนมอเตอร์เวย์)
ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2560 รายการทุบโต๊ะข่าว ได้รายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว โดยผู้สื่อข่าวได้เข้าไปสอบถามคนขับแท็กซี่ต้นเหตุ โดยเจ้าตัว (ไม่เปิดเผยนาม) เผยว่า ตนขับรถแท็กซี่มา 5 ปีแล้ว ไม่เคยมีปัญหาอะไร จนกระทั่งมาเจอ น.ส.นันทนิตย์ ซึ่งเป็นคนมีปัญหา เมื่อสอบถามไปว่ามีปัญหาอะไร โชเฟอร์คนนี้ก็เล่าว่า น.ส.นันทนิตย์ มีพฤติกรรมแปลก ๆ พอขึ้นมานั่งบนรถก็มีท่าทีไม่เป็นสุข ทำกิริยาก่อกวน และก็นั่งเคาะเหรียญ ส่งผลให้รบกวนร่างกายของตน ทำให้อารมณ์ของตนมีปัญหา อารมณ์ก็เลยขึ้น
"ผมก็จอดข้าง ๆ บอกตัวเองว่า เราไม่จำเป็นต้องกลัวมัน เราไม่ได้เป็นอะไร เพราะผู้โดยสารไม่ปกติ คนปกติถ้าขึ้นแท็กซี่ เขาจะเล่นมือถือกัน ไม่มีส่งเสียง ผมก็พูดตามที่ผมโดน น้องเขาอาจจะไม่รู้ แต่เขาก็นิ่ง นิ่ง นิ่ง และเขาก็ยักคิ้วใส่" คนขับแท็กซี่ กล่าว

คนขับแท็กซี่ (สวมเสื้อสีขาว นั่งด้านขวา) ขณะบอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กับผู้สื่อข่าว
คนขับกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อบอกไปแบบนี้เสร็จ น.ส.นันทนิตย์ ยังคงไม่หยุดและแสดงพฤติกรรมก่อกวนอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดตนก็ทนไม่ไหว และพูดออกไปว่า "จะหยุดไหม ถ้าไม่หยุด ตบนะ" หลังจากนั้น น.ส.นันทนิตย์ ก็ขอลงที่มอเตอร์เวย์ ตนก็ให้ลงแต่โดยดี แต่พอตอนจะลง ผู้โดยสารสาวคนนี้ชักจะเยอะ ทำตัวราวกับด่าตน หาว่าตนเป็นคนโรคจิต
นอกจากนี้แล้ว ขณะที่กำลังพูดคุยกับผู้สื่อข่าว คนขับแท็กซี่ก็มีอาการตัวสั่น และพูดออกไปว่า "ของจะเข้าแล้ว ของจะเข้าแล้ว แต่ไม่เป็นไร อมรินทร์มาดี" ทั้งนี้คนขับได้กล่าวอีกว่า ตนนั้นพร้อมจะขอโทษ น.ส.นันทนิตย์ แต่เธอก็ต้องมาขอโทษตนด้วย เนื่องจากเธอไม่ฟังในสิ่งที่เตือน และที่สำคัญก็คือ สื่อและโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ที่ลงว่าตนเสพยานั้น คนขับยืนยันว่าไม่ได้เสพ เพียงแค่พยายามจะเตือนแท็กซี่คันอื่น ๆ ให้ระวังว่า เดี๋ยว น.ส.นันทนิตย์ จะเล่นของใส่ ก็เท่านั้น
"ผมไม่เคยเล่นยา ผมไม่เคยติดยาด้วย ผมบอกน้องให้นั่งอยู่ดี อย่ากระดิกนะ อย่าเสียงดัง อย่าเคาะเหรียญนะ เพราะคนขับรถนะคุณ มันต้องใช้สมาธิ ปกติผมขับมา 5-6 ปี ผมก็ไม่เคยเจอ ตอนนั้นผมหักรถออกซ้ายไปนี่ผมน้ำตาไหลเลยนะ เพราะของมันเข้ามาไง ถ้าให้ขอโทษผมขอโทษแน่นอน แต่เขาต้องขอโทษผมด้วย" คนขับรถแท็กซี่ กล่าว
ภาพและข้อมูลจาก






