Hilight > ข่าวทั่วไป

คืบหนุ่มป่วยตายหลัง 1669 ไม่ส่งรถมารับ รอง ผอ.รพ. แจงสื่อสารกันไม่เคลียร์

| 4,480 อ่าน
แชร์ให้เพื่อน
แชร์ให้เพื่อน

รอง ผอ.รพ. แจงเหตุ หนุ่มป่วยตายเพราะ 1669 ส่งรถมารับช้า เพราะมีการสื่อสารคลาดเคลื่อน ยันจะนำเจ้าหน้าที่ไปขอขมาศพแน่นอน

จากกรณีนายสันติสุข พรรณไวย อายุ 20 ปี ลูกชาย พ.ต.ท. ราชันย์ พรรณไวย สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองภูเก็ต เสียชีวิตจากการติดเชื้อในกระแสเลือด หลังมีอาการป่วยกลางดึก ญาติโทร. แจ้งสายด่วนฉุกเฉิน 1669 แต่เจ้าหน้าที่บอกให้กินยาพาราเซตามอล แล้วตอนเช้าจะส่งรถมารับ แต่สุดท้ายผู้ป่วยก็มีอาการช็อกเกร็ง หายใจไม่ออก และเสียชีวิตที่ รพ.ประจวบคีรีขันธ์ ในเวลาต่อมา จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อยู่ขณะนี้

ล่าสุด (16 กันยายน 2560) นายอภิเชษฐ์ พรรณไวย อายุ 41 ปี อาผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นทนายความ เผยว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อใด ๆ จากเจ้าหน้าที่ รพ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่เข้าเวรในคืนดังกล่าว ส่วนศพหลานชายได้ตั้งทำพิธีบำเพ็ญกุศลที่วัดวังไทรติ่ง ต.อ่าวน้อย และจะทำการฌาปนกิจในวันที่ 18 กันยายน นี้ ซึ่งหากไม่มีการมาขอขมาจากเจ้าหน้าที่ ก็จะดำเนินการร้องเรียนและฟ้องร้องต่อไป

ทั้งนี้ทราบมาว่า มีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลพยายามติดต่อผ่าน นายสมคิด พรรณไวย ผอ.กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาล กม.5 ต.อ่าวน้อย เพื่อขอเจรจานอกรอบ แต่ยืนยันว่าจะไม่มีการเจรจา จนกว่าจะมีการขอขมาหน้าศพผู้ตาย เพราะญาติเห็นว่าทางโรงพยาบาลบกพร่องทำให้หลานชายเสียชีวิต ซึ่งก็อยากให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ เพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย พร้อมเรียกร้องให้ผู้บริหารโรงพยาบาลนำเทปบันทึกเสียงการสนทนาระหว่างญาติกับเจ้าหน้าที่มาประกอบการสอบสวนด้วย

ทางด้าน นายแพทย์ทรงฉัตร ศิริโยธิพันธ์ุ รอง ผอ.รพ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ตนจะนำเจ้าหน้าที่ 1669 ทั้ง 2 ราย ไปขอมาศพ และฟังสวดพระอภิธรรมในคืนวันที่ 17 กันยายน นี้ และขอแจงว่า เจ้าหน้าที่ได้ผ่านการอบรมตามหลักเกณฑ์ของ สพฉ. ส่วนการสนทนามีการบันทึกเทปไว้ สามารถนำมาตรวจสอบได้

โดยหลังเกิดเหตุมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากสังคมโซเชียล ซึ่งส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจจากเจ้าหน้าที่ มีปัญหาเรื่องความเครียด ทางเจ้าหน้าที่ที่รับโทรศัพท์ญาติผู้ป่วยรายนี้ก็ได้ขอหยุดงานหลายวัน พร้อมยอมรับว่าเจ้าหน้าที่ 1669 ยังขาดแคลนผู้ปฏิบัติงาน

อนึ่ง รอง ผอ.รพ.ประจวบคีรีขันธ์ ยังกล่าวด้วยว่า จากการตรวจสอบพบว่า มีการสื่อสารกันคลาดเคลื่อน เจ้าหน้าที่ทราบเพียงว่าผู้ป่วยมีไข้ แต่ผู้ให้ข้อมูลไม่สามารถบอกรายละเอียดอาการทั้งหมดของผู้ป่วยได้ เจ้าหน้าที่จึงไม่สามารถตัดสินใจได้ ทำให้การประเมินผิดพลาด ส่วนที่มีการตั้งคำถามว่า ทำไมไม่ให้พยาบาลสอบถามพูดคุยกับญาติคนไข้ ขอแจงว่าพยาบาลมีงานมาก และยังขาดกำลังคน อย่างไรก็ตาม ทางโรงพยาบาลต้องปรับปรุงเรื่องการสื่อสารกับคนไข้หรือญาติให้เข้าใจมากขึ้น เพื่อให้เกิดความพึงพอใจมากที่สุด

คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ? รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !